ครม. ไฟเขียวพิธีสารเปิดเสรีการเงินอาเซียน ฉบับ 9 จ่อเสนอสภาฯ
ครม. เห็นชอบพิธีสารเปิดเสรีการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9 เตรียมชงรัฐสภาอนุมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจและบริการทางการเงินของไทย ขยายสู่ตลาดอาเซียน ยันไม่กระทบระดับการเปิดเสรีของไทย
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการให้สัตยาบัน พิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) พร้อมตารางข้อผูกพัน เพื่อเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการให้มีผลผูกพันต่อประเทศไทยต่อไป
- สาระสำคัญของพิธีสารฯ ฉบับที่ 9
ขยายความร่วมมือด้านการค้าบริการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยลด หรือยกเลิกข้อจำกัด ที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าบริการภายใต้กรอบอาเซียน และสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการธนาคาร และบริการทางการเงิน
สำหรับประเทศไทย ตารางข้อผูกพันฉบับนี้ มีการปรับปรุงในสาขาการธนาคาร โดยเฉพาะบริการชำระเงิน และการส่งเงิน สำหรับธุรกิจตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (Cross-border Money Transfer Services) โดยกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุด 49% ขณะที่กฎหมายไทยในปัจจุบัน อนุญาตให้ถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดถึง 75% จึงไม่ทำให้ประเทศไทยต้องเปิดเสรีเพิ่มเติมจากที่กฎหมายภายในอนุญาตอยู่ และไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การเข้าร่วมพิธีสารครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ไทยต้องลดระดับการกำกับดูแลภาคการเงิน แต่เป็นการใช้กรอบอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจบริการทางการเงิน สามารถขยายการค้าและการลงทุนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้สะดวกขึ้น ภายใต้กติกาที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานร่วมกัน
สำหรับประเทศไทย เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว กระทรวงการต่างประเทศ จะดำเนินการจัดทำสัตยาบันสารและส่งมอบแก่สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อแสดงเจตนาให้ประเทศไทยมีผลผูกพันตามพิธีสารต่อไป
ความตกลงดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของ OECD ในการลดข้อจำกัดต่อการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศ และส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนความคืบหน้าของประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD
การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจการเงินของไทยเข้าถึงตลาดอาเซียนได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังคงรักษาระดับการกำกับดูแลและเงื่อนไขตามกฎหมายภายในของไทยไว้ ไม่ได้เป็นการเปิดเสรีเกินกว่าที่ประเทศไทยอนุญาตอยู่ในปัจจุบัน น.ส.ลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ พิธีสารดังกล่าว มีการลงนามโดยประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 65 และเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามครบถ้วน โดยประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินกระบวนการภายในของแต่ละประเทศ เพื่อให้สัตยาบันหรือยอมรับพิธีสาร ก่อนให้สิทธิและพันธกรณีมีผลผูกพัน
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์