Cover Image

รมช.เกษตรฯ สั่งรับมือฝนระลอกใหม่ 9-12 ต.ค. ระดมเรือ-เครื่องสูบน้ำ - ข่าวสด

รมช.เกษตรฯ สั่งรับมือฝนระลอกใหม่ 4-7 และ 9-12 ต.ค.นี้ จัดระบบติดตาม-ช่วยเหลือ 4 กลุ่มพื้นที่ระดมเรือ 30 ลำ เครื่องสูบน้ำ 1,914 เครื่อง เตรียมพื้นที่ปลอดภัย-ถุงยังชีพช่วยประชาชน

วันที่ 2 ต.ค.2569 นายวัชระพล ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมภายหลังกรมอุตินิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในช่วงวันที่ 4-7 ต.ค.นี้ ที่จะเริ่มมีฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ รวมถึงในช่วงวันที่ 9-12 ต.ค. มีการคาดการณ์สถานการณ์ฝนจะหนัก เหมือนในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ว่าได้สั่งการให้กรมประมง จัดชุดเฉพาะกิจ พร้อมเจ้าหน้าที่ รถยนต์ และเรือตรวจการประมง 30 ลำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่น้ำสูง ชุมชนที่เดินทางลำบาก และการขนส่งสิ่งของจำเป็นก่อน รวมถึงประสานจังหวัด คัดเลือกพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety Area เพื่อเป็นจุดรับ และกระจายสิ่งของ ข้าวสาร อาหาร นม และอาหารสัตว์ โดยต้องเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย มีผู้รับผิดชอบ และจัดส่งต่อถึงประชาชนได้จริง พร้อมประสานสนับสนุนศูนย์พักพิงในพื้นที่

ซึ่งเบื้องต้น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.จัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเป็นพื้นที่รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ให้สามารถเข้าพักพิงและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนั้น ยังให้หน่วยงานด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ประเมินความช่วยเหลือ และเตรียมฟื้นฟูเกษตรกร ทั้งการเคลื่อนย้ายสัตว์ การจัดเตรียมหญ้าและพืชอาหารสัตว์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการให้คำแนะนำลดความเสียหายด้านพืชและสัตว์น้ำ พร้อมสำรวจและตรวจสอบความเสียหายตั้งแต่ขณะเกิดภัย เพื่อเตรียมช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งยังจัดเตรียมก้อนจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ หรือEM Ball แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัย เผื่อในกรณีที่น้ำท่วมขังนานเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็น พร้อมยังได้เน้นย้ำภารกิจตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบแนวทางการรับมือต่ออุทกภัยในครั้งนี้

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ นายวัชระพล ยังเตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำที่จังหวัดปทุมธานี รวมถึงยังจะนำถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ไปมอบกับกับประชาชน ที่อำเภอสามโคก ที่ขณะนี้ ยังเผชิญกับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลังเขื่อนได้เร่งการระบายน้ำ

ขณะที่ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงฯ ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยผลการประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อรับมืออุทกภัยว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในการเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อม บริหารจัดการน้ำ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร

โดยมีทั้งการสนับสนุนเครื่องมือ บุคลากร การประเมินความเสียหาย และมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งร่วมสนับสนุนอาหารน้ำดื่ม ถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นในพื้นที่ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเกษตรกร และเร่งฟื้นฟูการประกอบอาชีพหลังสถานการณ์คลี่คลาย และได้สั่งการให้จัดระบบติดตาม และช่วยเหลือ 4 กลุ่มพื้นที่ ได้แก่ ภาคตะวันออก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ และปริมณฑล และลุ่มน้ำแม่กลองแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังจัดให้มีการแถลง และถ่ายทอดสดสถานการณ์น้ำทุกวัน เวลา 09.00 น. จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยตนเอง จะเป็นผู้นำการแถลง ร่วมกับกรมชลประทาน กรมการข้าว กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง และกรมปศุสัตว์ และจะเผยแพร่ผ่านช่องทางของกระทรวงฯ ให้ชัดเจน ซึ่งจะเป็นข้อมูลโดยตรงจากกรมชลประทาน ที่จะมีการอัพเดตขอมูลทุกวันสำหรับการรายงานที่ทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งกรมชลประทาน จะรายงานสถานการณ์น้ำแยกตาม 4 กลุ่มพื้นที่ โดยระบุแหล่งที่มาของน้ำ ระดับน้ำ และแนวโน้ม การระบายผ่านเขื่อน น้ำที่ไหลมาสมทบ พื้นที่เสี่ยง และมาตรการแก้ไข และชี้แจงถึงช่วงเวลาที่คาดว่า จะเกิดผลกระทบ ช่วงที่น้ำอาจมาถึง และระดับน้ำอาจสูงสุด รวมถึงแนวโน้มเริ่มลด พร้อมสมมติฐานกรณีมีฝน หรือน้ำสมทบ และในกรณีที่เกิดกระแสข่าวต่าง ๆ จะมีการตรวจสอบ และชี้แจงถึงข้อเท็จจริงต่อประชาชนโดยเร็ว โดยเฉพาะข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของเขื่อน และอ่างเก็บน้ำ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง หรือสภาพความเสียหาย และแนวทางการแก้ไข

นอกจากนั้น กรมชลประทาน ยังจะบริหารจัดการ และเร่งระบายน้ำ โดยควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา และป่าสักชลสิทธิ์ รวมทั้งประตูระบายน้ำพระนารายณ์ บริหารจัดการคลองและสถานีสูบ น้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่แม่น้ำ หรืออ่าวไทย และประสานกรุงเทพมหานครในพื้นที่รอยต่อ เพื่อเร่งระบายน้ำและลดน้ำท่วมขัง

รวมทั้งเตรียมความพร้อมและสนับสนุน เครื่องจักรและเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แก่ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1,914 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 7 เครื่อง และรถขุดตีนตะขาบ 2 คัน พร้อมสนับสนุนหน่วย ช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย

Back To Top