สสส. จับมือ อพวช. ชวนเด็ก ‘กิน-ขยับ-นอน’ ผ่าน 8 ด่าน Alphaland ภารกิจ Fit and Fun ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ 2569 - ข่าวสด
ปัญหาสุขภาพเด็กไม่ได้เริ่มต้นเมื่อเจ็บป่วย แต่ก่อตัวจากพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สิ่งที่กิน การเคลื่อนไหวร่างกาย ไปจนถึงคุณภาพการนอนหลับ โดยข้อมูลในรายงาน ThaiHealth Watch 2024 ระบุว่า เด็กวัยเรียนไทยอายุ 6-14 ปี มีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน 13.7% สะท้อนโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งสร้างความรู้และทักษะด้านสุขภาพตั้งแต่วัยเรียน
จากความท้าทายข้างต้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นำองค์ความรู้ด้านสุขภาวะมาผสานกับการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ผ่านนิทรรศการ ‘Alphaland ภารกิจ Fit and Fun’ ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก Intelligence in Science for a Sustainable Future วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน ชวนเด็กและครอบครัวเรียนรู้เรื่องสุขภาพผ่านการลงมือทำจริง

นายนครินทร์ ภระมรทัต รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส.
นายนครินทร์ ภระมรทัต รักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์เด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเป็นเรื่องที่ต้องเร่งให้ความสำคัญ เพราะการสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีตั้งแต่ช่วงวัยประถมหรือมัธยม จะช่วยวางพื้นฐานสุขภาพเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ NCDs ในอนาคต
สสส. จึงให้ความสำคัญกับ ‘สามเหลี่ยมสมดุล’ คือการสร้างสมดุลของพฤติกรรมสุขภาพ 3 ด้าน ได้แก่ การเลือกรับประทานอาหาร การมีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกาย และการนอนหลับอย่างมีคุณภาพ ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยแนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการดูแลสุขภาพเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องการให้เด็กเห็นความเชื่อมโยงของพฤติกรรมทั้ง 3 ด้านในชีวิตประจำวัน

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดดังกล่าวจึงถูกนำมาพัฒนาเป็น Alphaland ภารกิจ Fit and Fun นิทรรศการภายใต้รูปแบบ Learning by Doing ที่เปิดโอกาสให้เด็กลงมือทำแทนการรับข้อมูลเพียงอย่างเดียว โดยภายในบูธประกอบด้วยฐานกิจกรรม 8 ด่าน ได้แก่ การประเมินการเจริญเติบโต การจัดจานอาหาร 2:1:1 การเรียนรู้เรื่องน้ำตาล การอ่านฉลากโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนอย่างเพียงพอ การออกแบบตนเองในอนาคต ไปจนถึงการทบทวนองค์ความรู้พร้อมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
นายนครินทร์ อธิบายเพิ่มเติมว่า แต่ละด่านเชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่เด็กพบเจอในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเลือกอาหาร การสังเกตปริมาณน้ำตาล ไปจนถึงการเรียนรู้เรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายและการนอนหลับ เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง คิด และตัดสินใจด้วยตัวเอง ก่อนนำสิ่งที่เรียนรู้ไปปรับใช้ในชีวิตจริง หัวใจสำคัญของการออกแบบบูธจึงไม่ได้อยู่ที่การให้ความรู้เพียงอย่างเดียว แต่คือการเปลี่ยนเรื่องสุขภาพที่อาจดูเป็นคำแนะนำทั่วไป ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกและเข้าถึงง่าย
ควบคู่กันนั้น สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้และจุดประกายให้เด็กอยากเรียนรู้ต่อ โดยไม่จำเป็นต้องจดจำเนื้อหาทั้งหมดภายในครั้งเดียว แต่ต้องการให้เกิดคำถามและนำไปสู่การค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เพราะนิทรรศการเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ ขณะที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่บ้านและโรงเรียน
“การสื่อสารเรื่องสุขภาพกับเด็ก ถ้าให้แค่ข้อมูลอาจไม่เพียงพอ เราจึงพยายามเปลี่ยนองค์ความรู้ให้เป็นประสบการณ์ ผ่าน 8 ด่านที่เด็กสามารถเรียนรู้และมีส่วนร่วมได้จริง เป้าหมายไม่ใช่ให้เด็กจำทุกอย่างกลับบ้าน แต่ให้เขากลับไปพร้อมคำถามว่า วันนี้เรากินดีขึ้นได้ไหม ขยับมากขึ้นได้ไหม และนอนให้เพียงพอได้อย่างไร” นายนครินทร์ เผย

นางสาวศิริรัตน์ เสริมวิฑูรย์ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)
ด้าน นางสาวศิริรัตน์ เสริมวิฑูรย์ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ย้ำว่า ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากเป้าหมายร่วมกันในการสร้างองค์ความรู้ ส่งเสริมการเรียนรู้แก่เด็กและเยาวชน ผ่านการผสานจุดแข็งของทั้งสองหน่วยงาน ทั้งองค์ความรู้ด้านสุขภาวะของ สสส. กับประสบการณ์ด้านการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ของ อพวช. เพื่อทำให้เรื่องใกล้ตัวกลายเป็นประสบการณ์ที่เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง
ในมุมของ อพวช. วิทยาศาสตร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องทดลอง ทว่าแทรกอยู่ในกิจวัตรประจำวัน ตั้งแต่การเลือกอาหาร การนอนหลับ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวร่างกาย การนำองค์ความรู้ด้านสุขภาวะมาเชื่อมโยงกับวิทยาศาสตร์ จึงช่วยให้เด็กมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เรียนรู้กับการดูแลตัวเอง พร้อมเข้าใจว่าวิทยาศาสตร์สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจในชีวิตประจำวันได้

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกิจกรรมภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ทว่ายังมุ่งขยายโอกาสไปยังพื้นที่ต่างๆ ผ่านการนำองค์ความรู้และนิทรรศการไปจัดแสดงในวงกว้าง เพื่อให้เด็ก-เยาวชนเข้าถึงการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และสุขภาวะได้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านแหล่งเรียนรู้
“สิ่งที่เราอยากเห็นคือ เมื่อเด็กได้เรียนรู้จากพื้นที่เหล่านี้แล้ว เขาสามารถนำความรู้กลับไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน และส่งต่อไปยังคนรอบตัวได้ เพราะการเรียนรู้ที่ดีไม่ควรจบลงเมื่อเดินออกจากนิทรรศการ แต่ควรต่อยอดเป็นคำถาม การทดลอง และการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน” นางสาวศิริรัตน์ ทิ้งท้าย

จาก ‘สามเหลี่ยมสมดุล’ สู่ 8 ด่านของนิทรรศการ ‘Alphaland ภารกิจ Fit and Fun’ สะท้อนความตั้งใจของ สสส. และ อพวช. ที่อยากให้เรื่องสุขภาพไม่ใช่แค่ข้อมูลที่ท่องจำ แต่เป็นประสบการณ์ที่เด็กคิดและลงมือทำเอง โดยมีครอบครัวและโรงเรียนช่วยต่อยอด เพื่อให้พฤติกรรมสุขภาพที่ดีค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พร้อมเดินหน้าสู่การสร้างเด็ก-เยาวชนที่มีสุขภาวะดีในระยะยาว