💥"เวียตเจ็ท" ยังเงียบ หลังศาลอังกฤษมีคำสั่งอายัดทรัพย์ทั่วโลก! เหตุเบี้ยวหนี้กว่า 8 พันล้านบาท : อินโฟเควสท์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียตเจ็ท เอวิเอชัน (VietJet Aviation) ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของเวียดนาม ถูกศาลอังกฤษออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินทั่วโลก หลังจากปฏิเสธที่จะชำระหนี้ราว 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,400 ล้านบาท ให้แก่ ฟิตซ์วอลเตอร์ แคปิตอล (FitzWalter Capital) ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการลงทุนในกรุงลอนดอน
เอฟดับเบิลยู เอวิเอชัน (FW Aviation) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของฟิตซ์วอลเตอร์ ได้รับคำสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าว หลังจากผู้พิพากษาศาลสูงอังกฤษวินิจฉัยว่า มีความเสี่ยงที่เวียตเจ็ทจะพยายามปกปิดหรือขายทรัพย์สินของตน
รายงานระบุว่า เวียตเจ็ทไม่ยอมชำระหนี้ส่วนใหญ่ที่ค้างอยู่ แม้ศาลมีคำพิพากษาหลายครั้งให้บริษัทผู้ให้เช่าเครื่องบินเป็นฝ่ายชนะคดีก็ตาม
คำสั่งดังกล่าวครอบคลุมฝูงบินที่เวียตเจ็ทใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องบินเช่า รวมถึงเครื่องบินที่บริษัทสั่งซื้อแต่ยังไม่ได้รับมอบ เช่น เครื่องบิน Airbus A330-900 และ A321neo นอกจากนี้ คำสั่งศาลยังครอบคลุมถึงอุปกรณ์ภายในห้องโดยสารและเครื่องยนต์ที่อยู่ระหว่างการสั่งซื้อ รวมถึงเครื่องยนต์จากโรลส์-รอยซ์ โฮลดิงส์ (Rolls-Royce Holdings) ตลอดจนเงินชำระล่วงหน้าก่อนรับมอบเครื่องบิน เงินสำรองสำหรับการบำรุงรักษา เงินประกันตามสัญญาเช่า และรายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสารผ่านตัวแทนจำหน่าย
อย่างไรก็ดี คำสั่งศาลระบุว่า เวียตเจ็ทยังคงสามารถจัดการทรัพย์สินของบริษัทได้ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจตามปกติ แต่หากเป็นการดำเนินการเกี่ยวกับคำสั่งซื้อเครื่องบิน เงินสำรองสำหรับการบำรุงรักษา และเงินประกันตามสัญญาเช่าที่อยู่ภายนอกเวียดนาม บริษัทจะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อน
ทั้งนี้ คำสั่งอายัดทรัพย์มีผลครอบคลุมทรัพย์สินของเวียตเจ็ทมูลค่า 251.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8,453 ล้านบาท
“ข้าพเจ้าแทบไม่มีความเห็นอกเห็นใจต่อข้ออ้างที่ว่า คำสั่งดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบิน”
“ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากการที่เวียตเจ็ทจงใจปฏิเสธที่จะชำระหนี้ตามคำพิพากษา และพยายามขัดขวางการบังคับคดี มากกว่าเป็นเพราะบริษัทไม่มีความสามารถในการชำระหนี้อย่างแท้จริง” ผู้พิพากษาพุชพินเดอร์ ซานี ระบุในคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม
ข้อพิพาทดังกล่าวมีสาเหตุจากการที่กองทุนฟิตซ์วอลเตอร์เข้าควบคุมสิทธิของเครื่องบินแอร์บัสจำนวน 4 ลำของเวียตเจ็ทในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากเวียตเจ็ทปฏิเสธที่จะชำระค่าเช่าเครื่องบินให้แก่ฟิตซ์วอลเตอร์ แต่ยังคงนำเครื่องบินดังกล่าวไปให้บริการต่อไปเป็นเวลาประมาณหนึ่งปี
ยอดหนี้ดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากประมาณ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามคำพิพากษาของศาลครั้งแรกในปี 2568 เนื่องจากมีดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายสะสมเพิ่มขึ้น ขณะที่ระบบศาลของเวียดนามปฏิเสธที่จะรับรองคำพิพากษาของศาลอังกฤษ
เวียตเจ็ทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินล่าสุดของศาลอังกฤษ ส่วนฟิตซ์วอลเตอร์แสดงความยินดีต่อคำตัดสินดังกล่าว โดยระบุว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เวียตเจ็ทโยกย้ายถ่ายเททรัพย์สินของตน
นอกจากนี้ เมื่อเดือนกันยายน ผู้พิพากษาศาลอังกฤษมีคำวินิจฉัยว่าควรมีการแต่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สินเพื่อเข้าดูแลทรัพย์สินของเวียตเจ็ทที่อยู่ภายนอกเวียดนาม เพื่อให้ฟิตซ์วอลเตอร์สามารถเรียกคืนเงินที่บริษัทมีสิทธิได้รับ อย่างไรก็ตาม ศาลยังไม่ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งขั้นสุดท้าย โดยฟิตซ์วอลเตอร์มีแผนจะแต่งตั้งอัลวาเรซ แอนด์ มาร์ซาล (Alvarez & Marsal) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินดังกล่าว
ทั้งนี้ เวียตเจ็ทมีฝูงบินประมาณ 112 ลำ ประกอบด้วยเครื่องบินจากแอร์บัสและโบอิ้ง นอกจากนี้ บริษัทยังมีคำสั่งซื้อเครื่องบินใหม่ค้างอยู่มากกว่า 300 ลำ โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องบินจากผู้ผลิตทั้งสองราย
ขณะเดียวกัน ผู้พิพากษาพบว่า เวียตเจ็ทได้โอนมูลค่าทางเศรษฐกิจของคำสั่งซื้อเครื่องบินไปยังแองเจลิกา โฮลดิง (Angelica Holding) ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะเคย์แมน โดยเป็นบริษัทที่ไม่มีสำนักงานหรือพนักงานเป็นของตนเอง
ผู้พิพากษาระบุว่า บริษัทดังกล่าว “มีลักษณะทุกประการของการเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นบังหน้าในหมู่เกาะเคย์แมน” โดยเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในทางกฎหมาย แต่แทบไม่มีการดำเนินธุรกิจหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
ผู้พิพากษายังระบุด้วยว่า เวียตเจ็ทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงและการจัดการดังกล่าวเป็นเวลานานกว่าหนึ่งปี
โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ