บุกป่าช้าเชียงราย! ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 8 ล้านเม็ด โยงเครือข่ายบิ๊กนายทุนในลาว
วันเสาร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.
ทลายคลังแสงยานรก! ปส.3 ผนึกทหารพราน 31 กองกำลังผาเมือง บุกสุสานป่าช้าเชียงราย ยึดยาบ้าล็อตมหึมา 8 ล้านเม็ด แฉประทับตรา ‘999’ สั่งตรงจากรัฐฉาน ซ้อนกลหนีผ่านลาวทะลุขุนเขาเวียงแก่น โยงเครือข่ายบิ๊กนายทุนในลาว
วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569 ภายใต้การอำนวยการเชิงรุกของ พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พ.ต.อ.ทิวาพงษ์ พลูโต ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (ผกก.2 บก.ปส.3), พล.ต.สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง, พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 (ผบ.ฉก.ทพ.31) และ พ.อ.สุพรรณ ร้อยพุทธ ผบ.ฉก.ทัพเจ้าตาก กองกำลังผาเมือง ได้ร่วมกันสั่งการให้สนธิกำลังบูรณาการร่วมระหว่างเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กองกำกับการ 2 บก.ปส.3 และกองร้อยทหารพรานที่ 3105 เปิดยุทธการขยายผลจู่โจมตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายซุกซ่อนสิ่งผิดกฎหมาย
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องจากการแกะรอยด้านการข่าวเชิงลึก จนกระทั่งสามารถเข้าทำการตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ล็อตมหึมาจำนวนรวม 27 กระสอบ นับรวมของกลางได้ประมาณ 8,000,000 เม็ด ซึ่งถูกขบวนการค้ายานรกนำมาแอบซุกซ่อนพรางตาไว้บริเวณภายในสุสาน ป่าช้าบ้านซาววา หมู่ 3 ตำบลสันทรายงาม อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เพื่อพักคอยรอเวลาเตรียมเคลื่อนย้ายเข้าสู่พื้นที่ส่วนกลางของประเทศไทย
จากการสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลการข่าวเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบข้อมูลการเดินทางของยาเสพติดล็อตนี้อย่างละเอียด ปรากฏว่ายาล็อตนี้มีต้นทางมาจากแหล่งผลิตและโรงงานแปรสภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ บ้านปูนาโก่ รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ก่อนจะถูกลำเลียงหลบเลี่ยงการสกัดกั้นผ่านเส้นทางภายในประเทศเมียนมาเข้ามาพักคอยที่เมืองพง จากนั้นกลุ่มขบวนการได้ลักลอบขนส่งข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่เขตเมืองต้นผึ้ง และบ้านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
เมื่อสบโอกาส กลุ่มเครือข่ายเถื่อนได้เลือกใช้ช่องทางธรรมชาติและแนวชายแดนที่เป็นป่าเขาในพื้นที่ ตำบลม่วงยาย อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในการลักลอบขนย้ายสิ่งของผิดกฎหมายข้ามแดนเข้ามายังฝั่งไทย โดยหลังจากข้ามแดนสำเร็จ ขบวนการนี้ได้ใช้เครือข่ายรถลำเลียงสัญจรผ่านเส้นทางทุรกันดารผ่านอำเภอเวียงแก่น มุ่งหน้าไปยังบ้านท่าเจริญ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จากนั้นตัดทะลุผ่านพื้นที่อำเภอขุนตาล และอำเภอพญาเม็งราย ก่อนจะนำของกลางทั้งหมดมาลักลอบกองพักไว้ที่ป่าช้าบ้านซาววา อำเภอเทิง ซึ่งเป็นจุดที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตรวจพบและเข้าตรวจยึดได้ในที่สุด
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระดับสูงจากชุดความมั่นคงเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ของกลางยาบ้าจำนวน 8 ล้านเม็ดที่ยึดได้ในครั้งนี้ มีการประทับตราสัญลักษณ์บนหีบห่อด้วยอักษร ‘999’ สีแดงเด่นชัด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวทางยุทธศาสตร์การค้า ยืนยันว่าเป็นยาเสพติดที่ผลิตจากโรงงานปั๊มเม็ดยาเสพติดที่ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านตามแนวชายแดน โดยโรงงานกลุ่มนี้จะทำหน้าที่รับผงสสารและสารตั้งต้นยาเสพติดมาจากพื้นที่บ้านปูนาโก่ เมืองตูม รัฐฉาน นำมาปั๊มเป็นเม็ดและตีตราสัญลักษณ์ขึ้นเอง ซึ่งมีลักษณะการปั๊มและส่วนผสมทางเคมีตรงกับของกลางล็อตใหญ่ที่เจ้าหน้าที่เคยสกัดจับได้หลายครั้งก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน รายงานการวิเคราะห์ระบบเครือข่ายผู้ค้า ระบุว่า ผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นตัวการใหญ่นายทุนผู้ออกทุนในการลำเลียงครั้งนี้ คาดว่าเป็นเครือข่ายของ นายโล่ง นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีหมายจับติดตัวและปัจจุบันยังคงหลบหนีการจับกุมกบดานอยู่ฝั่ง สปป.ลาว
โดย นายโล่ง จะใช้วิธีบริหารจัดการผ่านระบบ ‘นักบินระยะสั้น’ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความเชี่ยวชาญเส้นทางป่าเขาในพื้นที่อำเภอเวียงแก่นและฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทำหน้าที่รับจ้างขนส่งยาข้ามตะเข็บชายแดนแลกกับเงินค่าจ้างรายครั้ง ส่วนกลุ่ม ‘นักบินระยะยาว’ ที่จะรับช่วงต่อเพื่อขับรถตู้หรือรถบรรทุกขนเข้าสู่พื้นที่ตอนในนั้น ในเวลานี้ยังอยู่ระหว่างการขยายผลและยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงอย่างแน่ชัด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ปส.3 สันนิษฐานว่า ยาบ้าล็อตนี้มีจุดหมายปลายทางแรกคือการนำไปส่งต่อให้แก่กลุ่มตัวแทนกระจายสินค้าในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงราย ก่อนจะทำการเปลี่ยนถ่ายยานพาหนะและซุกซ่อนเพื่อลำเลียงล่องใต้ลงสู่พื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดและฝ่ายความมั่นคงทหารพราน ได้ทำการตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งเร่งดำเนินการสืบสวนทางเทคโนโลยีและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป