บิตคอยน์พุ่งทะลุ 77,000 ดอลลาร์ ครั้งแรกนับตั้งแต่พ.ค.

ราคาบิตคอยน์ (Bitcoin) ปรับตัวสูงขึ้นจนทะลุระดับ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้ปัจจัยบวกจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวลดลง ตลอดจนความพยายามของทำเนียบขาวและผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในการผลักดันร่างกฎหมาย Clarity Act ให้ผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรส

ณ เวลา 16.30 น. ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์ [BTC.X] ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในโลก ปรับตัวขึ้นกว่า 7% แตะระดับ 77,700 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ดี แม้ราคาจะฟื้นตัวอย่างมาก แต่บิตคอยน์ยังคงซื้อขายต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เคยทำไว้ในเดือนต.ค. 2568 อยู่ถึง 43% โดยในขณะนั้นราคาเคยพุ่งขึ้นไปแตะประมาณ 126,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ ราคาอีเธอร์เรียม [ETH.X] สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงเป็นอันดับสอง ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2,390 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 4.4%

ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับแรงหนุนหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้แรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงลดลง และกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อคริปโทเคอร์เรนซีในวงกว้าง

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่ากฎหมายคริปโทเคอร์เรนซีจะผ่านการรับรองจากสภาคองเกรส หลังทำเนียบขาวจัดการประชุมฉุกเฉินกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งรวมถึง Coinbase, Kraken, Robinhood, Ripple และ ChainLink ก่อนที่คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าจะเปิดประชุมนัดแรกในวันพฤหัสบดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านร่างกฎหมายกำกับโครงสร้างตลาดคริปโทเคอร์เรนซี หรือ Clarity Act ในรูปแบบที่เป็นธรรมก่อนสิ้นปีนี้ โดยทรัมป์ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐฯ รักษาความเป็นผู้นำเหนือจีนและประเทศอื่น ๆ รวมทั้งเปิดทางให้เกิดนวัตกรรมและผู้สร้างนวัตกรรมระลอกใหม่

อย่างไรก็ตาม คำเรียกร้องของทรัมป์ให้ผ่านร่างกฎหมายในรูปแบบที่เป็นธรรมสะท้อนถึงประเด็นที่ยังมีความเห็นต่างกับพรรคเดโมแครต ซึ่งต้องการให้มีข้อกำหนดด้านจริยธรรมที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น ๆ ได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากคริปโทเคอร์เรนซี ขณะที่พรรครีพับลิกันคัดค้านข้อกำหนดที่มองว่ามุ่งเป้าไปยังบุคคลบางกลุ่มมากเกินไปหรือมีข้อจำกัดมากเกินควร

ตลาดมองว่า Clarity Act เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีหลุดพ้นจากภาวะซบเซาที่เริ่มขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว โดยก่อนหน้านี้นักลงทุนเริ่มมองว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจไม่สามารถผ่านได้ภายในปี 2569 หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ปิดสมัยประชุมในเดือนส.ค.โดยไม่มีการลงมติ ขณะที่การเจรจายังคงติดขัดจากประเด็นข้อกำหนดด้านจริยธรรมและความแตกต่างอื่น ๆ ระหว่างพรรครีพับลิกันกับพรรคเดโมแครต

หากร่างกฎหมายไม่สามารถผ่านขั้นตอนสำคัญได้ ซึ่งรวมถึงการลงมติเชิงกระบวนการครั้งแรกของวุฒิสภาในวันที่ 15 ก.ย. ก็อาจทำให้ร่างกฎหมายหมดโอกาสผ่านภายในปีนี้ เนื่องจากประเด็นอื่น ๆ จะเข้ามาแย่งความสนใจของฝ่ายนิติบัญญัติก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม

โดย ปนัยดา ปัทมโกวิท


Back To Top