Cover Image

”สรรเพชญ“เดินหน้าพลิกโฉมพื้นที่ท่านุ่น 765 ไร่ สู่แหล่งท่องเที่ยว โรงแรม เวลเนสเซ็นเตอร์

“สรรเพชญ” เดินหน้าพัฒนาพื้นที่ท่านุ่น 765 ไร่ พลิกโฉมทรัพย์สินรัฐ สู่การพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม และ เวลเนสเซ็นเตอร์ บูมท่องเที่ยว สร้างโอกาสเศรษฐกิจพังงา

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ได้ลงพื้นที่แปลงท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ร่วมกับ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด เพื่อเดินหน้าผลักดันการพัฒนาพื้นที่บริเวณท่านุ่น จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ศักยภาพกว่า 765 ไร่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐ และต่อยอดศักยภาพพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาและพื้นที่อันดามัน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและชุมชน เพื่อให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเมืองอย่างสมดุลและยั่งยืน

“พื้นที่ท่านุ่น ถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาในอนาคต เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตประมาณ 20 กม. และห่างจากพื้นที่โครงการสนามบินอันดามัน ซึ่งมีแผนพัฒนาในอนาคต ประมาณ 4 กม.“

นอกจากนี้ ยังมีแนวเส้นทางโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง MR9 ตัดผ่านพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและเชื่อมโยงพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

นายสรรเพชญ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ ได้มอบหมายให้บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ศึกษาแนวทางการจัดประโยชน์พื้นที่ โดยแบ่งแนวทางการพัฒนาออกเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาและแนวทางที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ศึกษาไว้เดิม

โดยเน้นการพัฒนาในรูปแบบโรงแรมและศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Center) ตลอดจนกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพย์สินของรัฐและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนโดยรอบ เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสมและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ภายในพื้นที่ 765 ไร่ มีพื้นที่บางส่วนบริเวณสะพานสารสิน ที่มีชุมชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งจะไม่นำแนวทางการพัฒนาเชิงพาณิชย์ มาใช้โดยไม่คำนึงถึงบริบทของพื้นที่ แต่จะพิจารณาแนวทางการบริหารจัดการและการพัฒนาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต สภาพพื้นที่ และความต้องการของชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกับการพัฒนาได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งจะให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องศึกษาผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการกำหนดรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ และยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นสำคัญ

นายสรรเพชญ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ท่านุ่นไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนและชุมชนได้รับประโยชน์ควบคู่กัน โดยพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โรงแรม และ Wellness Center ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ พร้อมส่งเสริมให้ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมและเติบโตไปพร้อมกับการพัฒนา ทั้งนี้ หัวใจสำคัญคือการทำให้ “พื้นที่ คน และเมือง” เติบโตไปด้วยกันอย่างสมดุล โดยคำนึงถึงบริบทของชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเหมาะสมและยั่งยืนต่อทุกภาคส่วน

สำหรับขั้นตอนต่อไป SRTA จะนำแนวทางและแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งด้านความเหมาะสม รูปแบบการลงทุน เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนผลกระทบและความต้องการของชุมชน เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ที่เหมาะสม ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

Back To Top