จากร้านทองตู้แดง 74 ปี "แม่ทองสุก" เปิดตัว "โทเคนดิจิทัล" ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี คืนเงินลงทุนเต็มจำนวน ครบ 3 ปีรับเพิ่มส่วนต่างราคาทองคำ - Brand Buffet
แชร์ :
เส้นทาง 74 ปี “แม่ทองสุก” เริ่มต้นจากร้านทองตู้แดงในปี 2495 พัฒนาการสู่ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจร ล่าสุดเปิดตัวเลือกการลงทุนพอร์ตทองคำรูปแบบใหม่ ด้วย “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในประเทศไทย ระดมทุน 2,000 ล้าน เพื่อบริหารและขยายสาขาห้างทองแม่ทองสุก
กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ดำเนินธุรกิจมากกว่า 74 ปี โดยเริ่มก่อตั้งร้านทองตู้แดง “ห้างทองแม่ทองสุก” ในปี 2495 พัฒนาการจากนั้นเป็นผู้ค้าทองคำครบวงจรรายใหญ่ในประเทศไทย ครอบคลุมการนำเข้าและส่งออกทองคำแท่ง โรงงานผลิตและสกัดทองคำ ค้าปลีกและค้าส่งทองคำ โบรกเกอร์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Futures) และเป็นผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มซื้อขายทองคำออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน K PLUS ที่พัฒนาระบบร่วมกับธนาคารกสิกรไทย
ตั้งแต่ปี 2548 หรือช่วง 20 ปีที่ผ่านมา หลังเริ่มใช้ระบบซื้อขายทองคำผ่านออนไลน์ มียอดขายเติบโตรวดเร็ว จากหลักหมื่นล้านบาทต่อปี ขยับเป็น 4 แสนล้านบาทต่อปีในปี 2554 และปี 2568 มียอดขาย 3 ล้านล้านบาทต่อปี โดยเติบโตเฉลี่ยปีละกว่า 40-60% ปัจจุบันห้างทองแม่ทองสุก มี 13 สาขา ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล

นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวว่าล่าสุดบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ร่วมกับบริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว “MTS Gold Investment Token” ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างการลงทุนรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมทองคำไทย
รู้จักโทเคนดิจิทัล MTS Gold
– MTS Gold Investment Token เป็นการระทุนผ่าน ICO เปิดเสนอขายราคาโทเคนละ 1,000 บาท ขั้นต่ำ 10 โทเคน หรือ 10,000 บาท รวมมูลค่าไม่เกิน 2,000 ล้านบาท กำหนดอายุโครงการ 3 ปี
– ผู้ถือโทเคนดิจิทัลเมื่อครบ 3 ปี มีสิทธิได้รับผลตอบแทน 2 ส่วนคือ
1. ผลตอบแทนคงที่ในอัตรา 3% ต่อปี เป็นพื้นฐานตลอดอายุโครงการ จ่ายผลตอบแทนปีละ 1 ครั้ง
2. โอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษเป็นส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนทองคำต่อโทเคนที่ถือครอง หากราคาขายทองคำเฉลี่ยเพื่อปิดโครงการสูงกว่าราคาซื้อทองคำถัวเฉลี่ยเพื่อเริ่มโครงการ
– เมื่อครบอายุโครงการ 3 ปี ผู้ถือโทเคนดิจิทัลมีสิทธิได้รับเงินลงทุนเริ่มต้นคืนเต็มจำนวน โดยแหล่งที่มาของเงิน (Source of Repayment) จะมาจากรายได้และกระแสเงินสดจากดำเนินงานของโครงการ
– การลงทุนใน MTS Gold Investment Token มีความแตกต่างจากการลงทุนพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เนื่องจากมีโอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษที่อ้างอิงจากราคาทองคำ และแตกต่างจากการลงทุนโดยตรงในทองคำเนื่องจากมีสิทธิได้รับผลตอบแทนคงที่ โดยไม่แปรผันตามราคาทองที่ผันผวนเนื่องจากไม่ใช่การลงทุนโดยตรงในทองคำ

– เปิดจองซื้อโทเคนดิจิทัล ในวันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน kubix หรือ orbix และผ่านช่องทางผู้จัดจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รวมทั้งผ่านช่องทางบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตร ดังต่อไปนี้
1. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
2. บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
3. บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด
4. บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
5. บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
6. บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)
– โครงการนี้จะมีการจัดสรรแบบ First Come First Served ผู้ที่จองซื้อและชำระเงินภายในกำหนดก่อนจะได้รับสิทธิในการจัดสรรก่อน
– ผู้ลงทุนรายย่อยจองซื้อสูงสุดไม่เกินรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และรายใหญ่พิเศษไม่จำกัดวงเงินจองซื้อ
– กลุ่มแม่ทองสุกยังมอบของสมนาคุณแก่ผู้ลงทุน เมื่อลงทุนทุก 1,000,000 บาท จะได้รับทองคำ 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม ไม่จำกัดสิทธิต่อผู้ลงทุน
– MTS Gold Investment Token ไม่มีตลาดรอง (Secondary Market) ซื้อขายโทเคนดิจิทัล แต่สามารถเปลี่ยนมือได้ โดยผู้ถือสามารถติดต่อผ่าน คิวบิกซ์ เพื่อทำการซื้อขายและโอนสิทธิความเป็นเจ้าของได้

ระดมทุนโทเคนดิจิทัลสต็อกทอง-ขยายสาขา
คุณณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวว่ากลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) เห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดทองคำแท่งและโอกาสขยายฐานลูกค้า จึงระดมทุนผ่าน MTS Gold Investment Token ซึ่งเป็นการลงทุนแบบถือครองจนครบกำหนด 3 ปี เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาว โดยนักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษที่อ้างอิงราคาทองคำเพิ่ม
โดยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้ จะนำเงินจากการระดมทุนไม่น้อยกว่า 90% ไปลงทุนซื้อทองคำแท่ง 96.5% เพื่อเป็นสินค้าคงคลังสำหรับดำเนินธุรกิจค้าทองคำแท่งผ่านสาขาของ “ห้างทองแม่ทองสุก” 13 สาขาในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงสาขาที่จะขยายในอนาคต จึงทำให้รูปแบบรายได้ของโทเคนดิจิทัลเชื่อมโยงกับธุรกิจค้าทองคำแท่ง และอีกไม่เกิน 10% จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

วิเคราะห์แนวโน้มผลตอบแทน
ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธาน ออร์บิกซ์ กรุ๊ป และกรรมการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าจุดเด่นของ MTS Gold Investment Token คือ การออกแบบโครงสร้างการลงทุนที่นำ “ธุรกิจค้าทองคำแท่ง” ของกลุ่ม MTS Gold (แม่ทองสุก) มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน สร้างการลงทุนรูปแบบใหม่ที่สามารถผูกกับธุรกิจจริงและโอกาสรับผลตอบแทนที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ทองคำ
คุณอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) กล่าวว่าหากวิเคราะห์ผลตอบแทน IRR ของ MTS Gold Investment Token จากสมมติฐานการเติบโตของราคาทอง 96.5% ตลอดอายุโครงการ 3 ปี แบ่งเป็น 3 กรณีดังนี้
1. ตลาดไม่เป็นไปตามคาด (Worst Case) ราคาทองคำอยู่ในช่วงขาลงหรือลดลง 8.3% (เคยเกิดขึ้นในปี 2556-2558) ผู้ลงทุนยังคงได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และรับผลตอบแทน 3% ต่อปี
2. กรณีฐาน (Base Case) ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 6.4% (จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี ช่วงปี 2553-2567) ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนประมาณ 8.6% ต่อปี จากผลตอบแทนพื้นฐาน (3%) และผลตอบแทนพิเศษส่วนต่างราคาทองคำเพิ่มขึ้น
3. กรณีที่ดี (Best Case) ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้น 14.3% (ตามค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ช่วงปี 2563-2567) ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนสูงถึง 15.7% ต่อปี จากผลตอบแทนพื้นฐาน (3%) และผลตอบแทนพิเศษส่วนต่างราคาทองคำเพิ่มขึ้น

ส่องแนวโน้มราคาทองคำ
สำหรับภาพรวมตลาดความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2568 พุ่งขึ้นเป็นกว่า 5,000 ตันเป็นครั้งแรก คิดเป็นมูลค่าความต้องการรวมถึง 555,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมทองคำ (Gold ETFs) มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 800 ตัน และธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิถึง 863 ตัน เพื่อกระจายความเสี่ยงทุนสำรองและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงรายงานสภาทองคำโลก)
แนวโน้มตลาดทองคำโลกปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่
1. อุปสงค์เพื่อการลงทุนที่แข็งแกร่ง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน การลงทุนผ่าน ETFs ทองคำ ทองคำแท่งและเหรียญที่คาดว่าอยู่ในระดับสูง
2. การขับเคลื่อนจากธนาคารกลาง คาดว่าการสะสมทองคำยังสูงใกล้เคียงปี 2568 เพื่อบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินหลัก
3. ซัพพลายทองคำที่มีจำกัดจากข้อจำกัดของเหมืองทองคำและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
หมายเหตุ: โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ตามรายละเอียดโครงการที่ระบุในหนังสือชี้ชวน

แชร์ :