สเปนทยอยส่งตัวผู้อพยพกลับโมร็อกโก ล่าสุดยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 72 คน
วันที่ 2 ส.ค.2569 ทหารสเปนนำตัวผู้อพยพขึ้นรถทหาร เพื่อส่งตัวกลับไปยังชายแดนที่ติดกับโมร็อกโก หลังเกิดเหตุคลื่นผู้อพยพกว่า 56,000 คน หลั่งไหลเข้ามายังเซอูตา ดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาเหนือ ผ่านทางพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่บางจุดเจ้าหน้าที่นำรถน้ำเข้ามาในพื้นที่ และแจกจ่ายน้ำดื่มให้กับกลุ่มผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโมร็อกโก ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและความวุ่นวายในพื้นที่ หลังผู้อพยพจำนวนมากทะลักเข้ามาให้พื้นที่ดังกล่าว
สเปนทยอยส่งตัวผู้อพยพกลับโมร็อกโก ล่าสุดยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 72 คน
ทางการสเปน ระบุว่า ผู้อพยพเกือบทั้งหมดเดินทางกลับโมร็อกโกอย่างสมัครใจภายใน 48 ชั่วโมงหลังเกิดวิกฤต โดยผู้อพยพบางส่วนยอมรับว่าเข้ามาแล้วไม่พบโอกาสหรือความช่วยเหลือตามที่คิดไว้ เมืองมีแต่ความหิวโหย และความทุกข์ยาก
ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตระหว่างลักลอบข้ามแดนครั้งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 72 คน โดยเจ้าหน้าที่ ระบุว่า บางส่วนเสียชีวิตจากการจมน้ำ และบางส่วนเสียชีวิตจากถูกเหยียบหรือทับขณะพยายามปีนข้ามเขื่อนกันคลื่นและรั้วพรมแดน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับการรักษาพยาบาลไปอีกกว่า 1,000 คน
ด้านผู้นำเซอูตา ยอมรับว่า แม้กลุ่มผู้อพยพจะเดินทางกลับไปยังโมร็อกโกแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ และประชาชนหลายคนยังรู้สึกหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลสเปนทบทวนมาตรการควบคุมพรมแดนที่เซอูตา รวมถึงจัดสรรทรัพยากรในเรื่องนี้ให้มีความพร้อมมากขึ้นกว่าเดิม
สเปนทยอยส่งตัวผู้อพยพกลับโมร็อกโก ล่าสุดยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 72 คน
ด้านเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งลงพื้นที่เซอูตาไม่นานหลังจากที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยทางดินแดนของสเปน พร้อมทั้งระบุว่าชนวนเหตุที่ทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพทะลักข้ามแดน เกิดจากเครือข่ายอาชญากรจงใจตีความคำตัดสินของศาลฎีกาผิดไปจากความเป็นจริง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลเพิ่งตัดสินว่า ผู้อพยพที่เดินทางไปยังเซอูตาและเมลียาทางทะเล ไม่สามารถถูกผลักดันกลับได้โดยทันที
อียูเรียกประชุมฉุกเฉินหลังคลื่นผู้อพยพแห่เข้าสเปน
ขณะที่สหภาพยุโรปเตรียมเรียกประชุมฉุกเฉินรัฐมนตรีมหาดไทยของรัฐสมาชิกทั้ง 27 ประเทศ ในวันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับมือหลังจากเกิดเหตุคลื่นผู้อพยพหลั่งไหลเข้ามายังสเปน
การเรียกประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ผู้นำชาติสมาชิกอียู 22 ประเทศ ในจำนวนนี้รวมถึงเนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และเบลเยียม ร่วมกันยื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและประธานคณะมนตรียุโรป เรียกร้องให้เพิ่มการประสานงานกันและเสริมสร้างความเข้มแข็ง ต่อการจัดการพรมแดนภายนอกที่กั้นระหว่างประเทศสมาชิกอียู หรือเขตเชงเกนกับประเทศนอกกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังวิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสเปน ว่า กำลังสร้างมุมมองที่ผิดให้กับผู้อพยพว่าการลักลอบเข้าประเทศอียูอย่างผิดกฎหมายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ อาจยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อนโยบายการจัดการคนเข้าเมืองร่วมกัน
ขณะที่ก่อนหน้านี้ อิตาลีประกาศระงับการใช้ข้อตกลงเชงเกนกับสเปน เป็นเวลา 1 เดือน โดยย้ำว่าเพื่อป้องกันกลุ่มผู้อพยพผิดกฎหมายใช้สเปนเป็นทางผ่านเดินทางเข้าสู่อิตาลีและประเทศอื่น ๆ ในยุโรป แต่ยืนยันว่ามาตรการนี้จะกระทบต่อพลเมืองชาวสเปน หรือพลเมืองจากประเทศสมาชิกอียูที่เดินทางเข้ามายังอิตาลี แต่เน้นการตรวจคัดกรองกลุ่มบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติในกลุ่มอียูที่เดินทางมาจากสเปน
เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่ยกระดับการตรวจคัดกรองบริเวณพรมแดนติดกับสเปน แต่ยืนยันว่าจะไม่เรียกร้องให้มีการระงับสเปนจากการเป็นสมาชิกความตกลงเชงเกนอย่างแน่นอน
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ ไทยยังคงมี "ฝนตกหนักบางแห่ง" กทม.ฝน 60%
อัปเดตอาการ "ลูกช้างป่าพลัดหลง" กินนมได้ แผลที่ช่องปาก-ใต้งวงดีขึ้น
กต.แจ้งเตือน "คนไทย" ในตะวันออกกลาง เฝ้าระวังสถานการณ์ตึงเครียดรอบใหม่