Cover Image

กรณ์-อภิสิทธิ์ ประสานเสียงถล่มงบฯ 70 จี้รัฐบาลเลิกติดกับดักกู้เงิน

วันนี้ (7 ก.ย.2569) การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในมาตรา 4 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณโดยรวมลงร้อยละ 10

"กรณ์" จี้ปรับโครงสร้าง-เลิกติดกับดักกู้เงิน

นายกรณ์ระบุว่าเจตนาไม่ได้ต้องการลดวงเงินรวมเพื่อตัดทอนการทำงานของรัฐบาล แต่เพื่อเปิดช่องให้ ครม. นำเงินส่วนที่ปรับลดนี้กลับไปจัดสรรใหม่ให้ตรงจุด เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง 5 ด้านที่เร่งด่วน ได้แก่

  1. การศึกษา
  2. สังคมสูงอายุ
  3. หนี้ครัวเรือน
  4. ประสิทธิภาพการผลิต
  5. การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

พร้อมขยายความต่อว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างหนัก ทั้งในมติการจัดสรรงบประมาณและโครงสร้างรายได้ เงินในระบบปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะอ้างความจำเป็นเรื่องเงินไม่พอไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลพยายามเพิ่มเงินในกระเป๋าตัวเองด้วยการออก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท แต่กลับนำไปใช้กับโครงการเดิม ๆ ไม่ได้กระจายเม็ดเงินลงสู่ประชาชนโดยตรง แต่นำไปจัดซื้อพัสดุภัณฑ์หรือแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาวได้

ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเมื่อเทียบกับ GDP อยู่ที่ร้อยละ 14 และลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากการจัดเก็บภาษีสูงถึงร้อยละ 99 มาจากคนทำงานและมนุษย์เงินเดือน มีเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่จัดเก็บจากอภิมหาเศรษฐีหรือกลุ่มคนร่ำรวย สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำทางภาษีอย่างรุนแรง

ประกอบกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่อยู่เพียงร้อยละ 2 ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก หากรัฐบาลยังคงบริหารจัดการด้วยวิธีคิดแบบเดิม ไม่ยอมปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษี บทบาทของต่างชาติ หรือมุมมองต่อรัฐวิสาหกิจ ประเทศไทยจะติดกับดักงบประมาณอย่างแน่นอน และผู้ที่ได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนมากที่สุดก็คือผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ

"อภิสิทธิ์" ซัดรัฐบาลย้อมแมวงบลงทุนฉิวเฉียด

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นอภิปรายสมทบและแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยเสนอให้ที่ประชุมปรับลดงบประมาณในภาพรวมลงถึง 150,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันมีเงินนอกงบประมาณและเม็ดเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินที่จะถูกเติมเข้ามาในระบบอีกกว่า 200,000 ล้านบาท

ในขณะที่สถานะทางการคลังของประเทศมีความเสี่ยงสูง หนี้สาธารณะเกือบชนเพดาน และยังมีภาระหนี้ค้างอยู่ในรัฐวิสาหกิจรวมถึงสถาบันการเงินของรัฐ ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่อันตรายยิ่ง นายอภิสิทธิ์กล่าวแสดงความผิดหวังต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ไม่พยายาม "รีดไขมัน" งบประมาณ เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลัง ไว้รองรับสถานการณ์วิกฤตที่อาจเกิดขึ้น ตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เคยเตือนไว้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจยังไม่สิ้นสุด

นายอภิสิทธิ์ เจาะลึกถึงข้อกฎหมายสำคัญโดยระบุว่า ร่างงบประมาณปีนี้ส่อเค้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ที่กำหนดให้ต้องจัดสรรงบรายจ่ายลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินงบประมาณที่ขาดดุล

แม้ตัวเลขที่ปรากฏในเอกสารจะระบุว่ารายจ่ายลงทุนผ่านเกณฑ์แบบฉิวเฉียด โดยเกินมาเพียง 30,000 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับการขาดดุลแล้วเกินมาแค่ 1,700 ล้านบาทเท่านั้น

แต่เมื่อตรวจสอบในรายละเอียดกลับพบรายการที่น่าเคลือบแคสงสัยว่าอาจไม่ใช่รายจ่ายลงทุนจริง ได้แก่ งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตั้งไว้ 100,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าร้อยละ 60 หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท เป็นรายจ่ายลงทุน ทั้งที่งบฉุกเฉินลักษณะนี้ไม่มีโครงการ ไม่มีแบบก่อสร้าง และไม่มีสถานที่ตั้งที่ชัดเจน ซึ่งในความเป็นจริงจากการใช้งบฉุกเฉินในปีที่ผ่านมาไม่ได้มีสัดส่วนการนำไปใช้เป็นงบลงทุนสูงดังที่กล่าวอ้าง

นอกจากนี้ยังมีการนำค่าบริการคลาวด์ภาครัฐและค่าเช่าวงเงิน 4,500 ล้านบาท มานับรวมเป็นค่าใช้จ่ายลงทุน ทั้งที่ในความเป็นจริงเป็นเพียงรายจ่ายประจำเพื่อการเช่าใช้บริการและจัดเก็บข้อมูลสำหรับภารกิจประจำเท่านั้น

นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า หาก ครม. ไม่สามารถชี้แจงความโปร่งใสและพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้งบกลางเพื่อการลงทุนจริงตามสัดส่วน จะถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลังอย่างชัดเจน และตนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ต้องติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด

ภูมิใจไทยโต้ทำถูกต้องตามกฎหมาย

ท่ามกลางกระแสการอภิปรายชำแหละอย่างเผ็ดร้อนจาก 2 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ทางด้าน นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิ์ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา

ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณาตรวจสอบและการจัดสรรงบประมาณทั้งหมดของคณะกรรมาธิการได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายทุกประการ ก่อนที่ประธานในที่ประชุมจะดำเนินการให้สมาชิกอภิปรายและพิจารณาในมาตราถัดไปตามระเบียบวาระ

อ่านข่าว :

คุมไฟไหม้โรงงานขนม จ.สมุทรสาคร ยังไม่มีรายงานความเสียหาย

"ศิริกัญญา" ขู่คว่ำร่าง พ.ร.บ.งบฯ 70 ชี้ซ้ำซ้อนกู้เงิน 4 แสนล้านบาท

"สุรเชษฐ์" อภิปรายงบฯ 70 ส่อเอื้อฮั้วประมูลเพียบ ล็อกเค้ก "ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ"

Back To Top