จับตาแผนย้ายศาลาว่าการ กทม. ดีเดย์ปี 70 สำนักผู้ว่าฯ ขอตัดงบเครื่องปรับอากาศใหม่เกือบล้าน เน้นซ่อมบำรุงของเก่าประคองช่วงเปลี่ยนผ่าน
วานนี้ (20 สิงหาคม) ในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการพิจารณางบประมาณของสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
คณะอนุกรรมการวิสามัญฯ มีมติปรับลดงบประมาณลงจำนวน 996,000 บาท จากกรอบงบประมาณเสนอขอทั้งหมด 75,471,560 บาท คงเหลือวงเงินที่ผ่านการพิจารณา 74,475,560 บาท โดยการปรับลดในครั้งนี้มีจุดที่น่าสนใจคือ เป็นการเสนอขอถอนและปรับลดงบประมาณโดยความสมัครใจของหน่วยงานเจ้าของงบประมาณเอง เพื่อมุ่งเน้นความประหยัดและความคุ้มค่าด้านงบประมาณของเมือง
งบประมาณที่ถูกปรับตัดออกไปทั้งหมดเป็นงบลงทุนครุภัณฑ์เครื่องปรับอากาศที่เสนอขอติดตั้ง ที่ ศาลาว่าการ กทม. 1 (เสาชิงช้า) จำนวน 3 รายการ
- เครื่องปรับอากาศระบบ Variable Refrigerant Flow (VRF) จำนวน 1 ระบบ วงเงิน 498,000 บาท
- เครื่องปรับอากาศชนิดฝังฝ้าเพดาน 4 ทิศทาง ขนาด 24,000 BTU จำนวน 2 ชุด วงเงิน 228,000 บาท
- เครื่องปรับอากาศชนิดฝังฝ้าเพดาน 4 ทิศทาง ขนาด 36,000 BTU จำนวน 2 ชุด วงเงิน 270,000 บาท
ทางด้าน คุณานพ เลิศไพรวัลย์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า เครื่องปรับอากาศเดิมในห้องทำงานของรองผู้ว่าฯ และห้องประธานที่ปรึกษา ติดตั้งใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 (อายุใช้งานประมาณ 33-34 ปี) และเป็นครุภัณฑ์ตกสำรวจของหน่วยงาน แม้เดิมทีจะยื่นความจำนงขอเปลี่ยนเนื่องจากเครื่องมีสภาพเก่าชำรุด แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า แอร์ชุดดังกล่าวไม่มีราคากลางกำหนด และราคาที่สืบสัญญาท้องตลาดค่อนข้างสูง ประกอบกับเมื่อประเมินทางเลือกแล้วพบว่า แอร์เดิมยังพอซ่อมแซมเพื่อประคองตัวใช้งานในระยะสั้นได้ จึงตัดสินใจยอมยกเลิกการจัดซื้อแอร์ใหม่ราคาแพงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เหตุผลสำคัญที่สุดที่ฝ่ายบริหารตัดสินใจไม่ซื้อแอร์ใหม่ คือความชัดเจนของ แผนการโยกย้ายศาลาว่าการ กทม. ไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) แม้เป้าหมายภาพรวมจะกำหนดไว้ว่าจะพยายามโยกย้ายหน่วยงานและปรับปรุงระบบให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา 4 ปีนี้ แต่ทางด้านสำนักงานเลขานุการผู้ว่าฯ ซึ่งปฏิบัติงานสนับสนุน (Back Office) จะถูกจัดเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่นำร่องย้ายไปก่อน
ด้านสำนักการโยธาได้ระบุแผนงานเบื้องต้นต่อที่ประชุมว่า คาดว่าจะสามารถเริ่มโยกย้ายได้ตั้งแต่ปีหน้า (ปี พ.ศ. 2570) เนื่องจากปัจจุบันในปี พ.ศ. 2569 อาคารที่ทำการดินแดง (อาคารธานีนพรัตน์) ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อความปลอดภัย และเตรียมติดตั้งระบบเพิ่มเติม เช่น ระบบป้องกันแผ่นดินไหว และระบบปรับอากาศส่วนกลางที่ยังไม่เรียบร้อยดี โดยเมื่อย้ายไปดินแดงแล้วจะมีระบบปรับอากาศที่สำนักการโยธารองรับไว้พร้อมให้ใช้งานทันที
ประเด็นข้อซักถามจากที่ประชุมสภา กทม. ถึงแผนรองรับพื้นที่อาคารศาลาว่าการ 1 (เสาชิงช้า) ภายหลังการโยกย้าย ทางเลขานุการผู้ว่าฯ ยืนยันว่า อาคารแห่งประวัติศาสตร์นี้จะไม่ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง โดยมีแผนงานที่จะปรับปรุงโครงสร้างภายในและเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานของอาคารให้กลายเป็น พื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน และจัดตั้งเป็น พิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เด็ก เยาวชน และนักท่องเที่ยว ได้เข้ามาศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์และเรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของกรุงเทพมหานคร
สำหรับครุภัณฑ์สำนักงานต่าง ๆ ในศาลาว่าการเสาชิงช้า เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี้ทำงาน และเก้าอี้ประธานที่จัดซื้อมาใหม่หรือที่มีสภาพพร้อมใช้งาน จะมีการขนย้ายเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ณ ที่ทำการดินแดงอย่างประหยัดและให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ส่วนพื้นที่บริเวณเสาชิงช้าที่จะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ในอนาคต จะต้องได้รับการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างและการจัดการระบบครุภัณฑ์ปรับอากาศเฉพาะด้านแยกส่วนออกไปตามฟังก์ชันการจัดนิทรรศการต่อไป
ทั้งนี้ในที่ประชุมวิสามัญงบประมาณครั้งนี้ สมาชิกสภา กทม. หลายท่านได้ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับปัญหา วิกฤตอัตรากำลังพลว่างกว่า 4,000 ตำแหน่ง ของ กทม. โดยเฉพาะในสำนักสิ่งแวดล้อมที่ขาดแคลนคนถึง 580 ตำแหน่ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการจัดเก็บขยะและการทำงานของเมือง