7 Smartwatch ทันสมัย ใส่สบาย ไม่เกิน 5000.- พร้อมโหมดออกกำลัง เช็คสุขภาพในตัวปี 2026

ยุคนี้ Smartwatch ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์บอกเวลาหรือติดตามการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมลุคให้ดูทันสมัยและมีสไตล์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในงบประมาณที่สบายกระเป๋าเพียงไม่เกิน 5,000 บาท คุณก็สามารถจับจองนาฬิกาสุขภาพระดับพรีเมียม ที่มีโหมดออกกำลังกายหลากหลาย พร้อมเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพทั้งชีพจร ระดับออกซิเจนในเลือด และการนอนหลับได้อย่างแม่นยำตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยน้ำหนักที่เบาและการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ทำให้สวมใส่สบายตลอดทั้งวันไม่ว่าจะออกกำลังกายหรือทำงาน มาร่วมค้นหารุ่นเด็ดที่จะเข้ามาเป็นเพื่อนคู่ใจเรือนใหม่ ให้คุณแลดูดีมีสไตล์พร้อมดูแลสุขภาพได้รอบด้านไปพร้อมกัน
7 Smartwatch สวยทันสมัย ไม่เกิน 5000 บาท เน้นออกกำลังเยอะ เช็คสุขภาพในตัว
- HUAWEI WATCH FIT 5
- Amazfit Bip Max
- Xiaomi Redmi Watch 6
- Black Shark GS3 Ultra
- Samsung Galaxy Fit3
- Kieslect AI watch Elite2
- KOSPET TANK M3 Ultra
- FAQ คำถามพบบ่อยในการเลือก Smartwatch สำหรับออกกำลังและใช้ในชีวิตประจำวัน
- สรุปการเลือกใช้งาน Smartwatch ให้เข้ากับการออกกำลังปี 2026
1. HUAWEI WATCH FIT 5

Smartwatch สายสปอร์ตดีไซน์มินิมอลต้องโดนใจกับเรือนนี้ หน้าจอ AMOLED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1.82 นิ้ว ขอบบาง สว่างสู้แสงแดดได้ดี ตัวเรือนอะลูมิเนียมอัลลอยด์บางเฉียบ น้ำหนักเบา จะใส่นอนหรือออกกำลังกายก็ไม่รำคาญ อัดแน่นด้วยเซ็นเซอร์วัดหัวใจ วัด SpO2 และ HUAWEI TruSleep ระบบ GPS แม่นยำ ฟีเจอร์เด่นคือมีโค้ชแพนด้าแอนิเมชัน 3D สอนออกกำลังกาย แบตเตอรี่อึดนานสูงสุด 10 วัน ข้อดีคือเบาสบายและมีโหมดออกกำลังกายหลากหลาย ข้อสังเกตคือตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมอาจไม่ถูกใจสายชอบนาฬิการูปทรงคลาสสิก เหมาะสำหรับสายวิ่ง สายฟิตเนส หรือผู้ที่ต้องการนาฬิกาประจำวันที่คล่องตัว ราคาประมาณ 4,990 บาท
| รายละเอียด | |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 1.82 นิ้ว / ตัวเรือน อะลูมิเนียมอัลลอยด์ (บางเฉียบ 9.9 มม.) |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 27 กรัม (ไม่รวมสาย) / กันน้ำระดับ 5 ATM |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | HUAWEI TruSeen™ (วัดอัตราการเต้นของหัวใจ), วัด SpO2 24 ชม., HUAWEI TruSleep™ (ติดตามการนอน) |
| GPS / การเชื่อมต่อ | ระบบระบุตำแหน่ง GPS ในตัว / Bluetooth |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกาย 100+ โหมด, มี 3D Animation Coach ช่วยสาธิตท่าทาง |
| ฟีเจอร์พิเศษ | รองรับการโทรผ่าน Bluetooth (Bluetooth Calling), ควบคุมชัตเตอร์กล้อง |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้สูงสุด 10 วัน (ใช้งานทั่วไปประมาณ 7 วัน) |
ลิงก์ร้านค้า: HUAWEI Watch Fit 5
2. Amazfit Bip Max

สายลุยที่ชอบจอใหญ่เต็มตาต้อง Smartwatch รุ่นนี้เลยครับ ดีไซน์สปอร์ตหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 2.07 นิ้ว คมชัด อ่านค่าง่ายแม้ยามเคลื่อนไหว น้ำหนักกำลังดี แข็งแรงทนทานตามมาตรฐาน Amazfit เซ็นเซอร์สุขภาพครบทั้ง heart rate, SpO2 และวัดระดับความเครียด ระบบ GPS ออฟไลน์ในตัวพร้อมโหมดกีฬา 150+ ไฮไลท์คือรองรับโหมดแข่งขัน HYROX และเก็บเพลงในตัวได้ถึง 4GB แบตเตอรี่อึดจัดลุยได้ยาวนานถึง 20 วัน ข้อดีคือจอใหญ่สะใจแบตอึดมาก ข้อสังเกตคือหน้าจอขนาด 50mm อาจดูใหญ่เกินไปสำหรับคนข้อมือเล็ก เหมาะสำหรับนักกีฬาสาย HYROX นักวิ่งเทรล หรือคนที่ชอบออกกำลังกายโดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ ราคา 3,500 บาท
| หัวข้อสเปก | รายละเอียด |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 2.07 นิ้ว (ขนาด 50 มม.) / ตัวเรือน โพลีคาร์บอเนตแข็งแรงพิเศษ |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 40 กรัม / กันน้ำระดับ 5 ATM |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | BioTracker™ PPG วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ออกซิเจนในเลือด SpO2, วัดความเครียด และการนอน |
| GPS / การเชื่อมต่อ | GPS ในตัวพร้อมระบบนำทาง Offline Map / Bluetooth |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกาย 150+ โหมด, รองรับการแข่งขันและการซ้อมโหมด HYROX |
| ฟีเจอร์พิเศษ | ความจุหน่วยความจำในตัว 4GB สำหรับเก็บเพลงฟังขณะออกกำลังกาย |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 20 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: Amazfit Bip Max
3. Xiaomi Redmi Watch 6

Smartwatch สุดคุ้มที่มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูทันสมัย Redmi Watch 6 รุ่นนี้ ตัวเรือนอะลูมิเนียมบางเพียง 9.9 มม. หน้าจอ AMOLED ขนาด 2.07 นิ้ว ให้ความสว่างสูงถึง 2,000 nits ตรวจวัดสุขภาพได้ 24 ชั่วโมง ทั้งหัวใจ ออกซิเจนในเลือด ความเครียด และการนอนหลับ มาพร้อม GPS แบบ Dual L1+L5 ระบุตำแหน่งได้เที่ยงตรง ฟีเจอร์เด่นคือการเชื่อมต่อ HyperOS ควบคุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและชัตเตอร์กล้องได้สะดวก แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานสูงสุด 24 วัน ข้อดีคือฟีเจอร์คุ้มราคาและแบตอยู่นานมาก ข้อสังเกตคือตัวเรือนค่อนข้างกว้างตามขนาดหน้าจอ เหมาะสำหรับคนที่ชอบอุปกรณ์สาย Smart Home และผู้ที่ต้องการนาฬิกาสปอร์ตฟังก์ชันครบในราคาสบายกระเป๋า ราคาประมาณ 3,190 บาท
| รายละเอียด | |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 2.07 นิ้ว ความสว่าง 2,000 nits / กรอบอะลูมิเนียมบาง 9.9 มม. |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 31 กรัม / กันน้ำระดับ 5 ATM |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมง, SpO2, ตรวจจับความเครียด และคุณภาพการนอน |
| GPS / การเชื่อมต่อ | Dual L1+L5 GNSS แม่นยำสูง / Bluetooth 5.3, รองรับ Xiaomi HyperOS |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกายมากกว่า 150 โหมด พร้อมระบบวิเคราะห์ความเหนื่อยล้า |
| ฟีเจอร์พิเศษ | เชื่อมต่อและควบคุมอุปกรณ์ Smart Home ของ Xiaomi, ชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพ |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานถึง 24 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: REDMI Watch 6
4. Black Shark GS3 Ultra

Smartwatch สำหรับสายสายลุย สายแท็กติคอล หรือเกมเมอร์สายสปอร์ตต้องถูกใจ ดีไซน์ดีกรีความดุดัน ทนทานต่อแรงกระแทก กันน้ำระดับ 5ATM มาพร้อมหน้าจอ AMOLED สีสันสดใส คมชัดสูง เซ็นเซอร์สุขภาพมีทั้งวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และ SpO2 ระบบ GPS ในตัวแทร็กการเดินทางได้อย่างแม่นยำ พร้อมโหมดออกกำลังกายกว่า 150 โหมด มีฟีเจอร์ Bluetooth Calling คุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกาได้ชัดเจน แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 15 วัน ข้อดีคือบอดี้ถึกทน กันน้ำดีเยี่ยม ดีไซน์เท่ลุยๆ ข้อสังเกตคือดีไซน์สไตล์สายลุยอาจจะไม่ค่อยเข้ากับชุดทางการ เหมาะสำหรับคนที่ชอบกิจกรรมเอาท์ดอร์ กีฬาเอ็กซ์ตรีม หรือผู้ที่ต้องการนาฬิการูปทรงแข็งแกร่ง ราคา 3,990 บาท
| รายละเอียด | |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 1.43 นิ้ว สีสันสดใส / กรอบไฟเบอร์กลาสผสมโลหะสายลุย Tactical |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 50 กรัม / กันน้ำระดับ 5 ATM |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ตรวจวัด SpO2, ติดตามรอบนอน และกิจกรรมประจำวัน |
| GPS / การเชื่อมต่อ | Built-in GPS ในตัว / Bluetooth Calling (คุยโทรศัพท์ผ่านนาฬิกา) |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดสปอร์ตมากกว่า 150 โหมด ครอบคลุมกีฬากลางแจ้งและเอ็กซ์ตรีม |
| ฟีเจอร์พิเศษ | โครงสร้างทนทานต่อแรงกระแทก, หน้าปัด Watch Face สไตล์เกมเมอร์และแท็กติคอล |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานทั่วไปได้นาน 15 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: Black Shark GS3 Ultra
5. Samsung Galaxy Fit3

Smartwatch ทรงสปอร์ตดีไซน์เพรียวบาง เหมาะกับการใส่ติดข้อมือตลอด 24 ชั่วโมง Galaxy Fit 3 มาในตัวเรือนอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว ให้ภาพสดใสสบายตา มีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ตรวจจับการนอนหลับ ตรวจวัดความเครียด และระบบตรวจจับการล้ม (Fall Detection) โหมดออกกำลังกายให้เลือกกว่า 100 โหมด แต่ไม่มี GPS ในตัว (ใช้อาศัย GPS จากมือถือ) แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 13 วัน ข้อดีคือเบาสบายเหมือนไม่ได้ใส่ สวมนอนสะดวกมาก ข้อสังเกตคือไม่มี GPS ในตัว จึงต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยตอนวิ่ง outdoor เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นออกกำลังกาย สายเฮลท์ตี้ที่เน้นติดตามสุขภาพประจำวัน และสาวก ecosystem ของ Samsung ราคา 1,990 บาท
| รายละเอียด | |
| ลิงก์ร้านค้า | Samsung Galaxy Fit3 |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 1.6 นิ้ว / ตัวเรือน อะลูมิเนียมทรงสปอร์ตเพรียวบาง |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | บางเบาเพียง 18.5 กรัม / กันน้ำระดับ 5 ATM + IP68 |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | Optical Heart Rate, SpO2, Sleep Tracking, Fall Detection (ตรวจจับการล้มขอความช่วยเหลือ) |
| GPS / การเชื่อมต่อ | Connected GPS (ซิงค์ตำแหน่งผ่านสมาร์ทโฟน) / Bluetooth 5.3 |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 โหมด พร้อมระบบตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ |
| ฟีเจอร์พิเศษ | ส่งสัญญาณ SOS ฉุกเฉินเมื่อล้ม, ควบคุมมิวสิกเพลเยอร์และกล้องบน Samsung Galaxy |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้ยาวนานถึง 13 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: Samsung Galaxy Fit3
6. Kieslect AI watch Elite2

ความล้ำสมัยยุค AI บนข้อมือ ดีไซน์ขอบเซรามิกผสมเฟรมอะลูมิเนียมเกรดการบิน สวยพรีเมียม หน้าจอ LTPO 2.0 ขนาด 1.46 นิ้ว ประหยัดพลังงานและลื่นไหลสุดๆ มีเซ็นเซอร์สุขภาพครบครัน วัดผลได้ใน 90 วินาที ระบบ GPS Dual-Band 6 เครือข่ายแม่นยำสูง โหมดกีฬา 180 โหมด จุดเด่นคือระบบ Kieslect AI (ข้ามขีดจำกัดด้วย ChatGPT) สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ และเก็บเพลงฟังผ่านนาฬิกาได้ แบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปนาน 14 วัน ข้อดีคือฟีเจอร์ AI ตอบโจทย์การทำงาน งานประกอบหรูหรา ข้อสังเกตคือตัวเรือนค่อนข้างมีน้ำหนักกว่าสายพลาสติก เหมาะสำหรับคนชอบเทคโนโลยี AI ผู้บริหาร หรือสายสปอร์ตที่ต้องการลุคพรีเมียม ราคาประมาณ 3,990 บาท
| รายละเอียด | |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ LTPO 2.0 ขนาด 1.46 นิ้ว / กรอบนาโนเซรามิกผสมเฟรมอะลูมิเนียมเกรดการบิน |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 45 กรัม / กันน้ำระดับ 5 ATM |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | Multi-Channel PPG ตรวจวัดหัวใจ, SpO2, HRV และเช็กสุขภาพรวมใน 90 วินาที |
| GPS / การเชื่อมต่อ | Dual-Band GPS (6 ดาวเทียม) / Bluetooth Calling + สั่งงานด้วยเสียง |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกาย 180 โหมด พร้อมระบบวิเคราะห์การซ้อมแบบมืออาชีพ |
| ฟีเจอร์พิเศษ | ระบบผู้ช่วย Kieslect AI (ข้ามขีดจำกัดด้วย ChatGPT) สั่งงานและโต้ตอบภาษาไทยได้, มีเมโมรีเก็บเพลง |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานทั่วไปได้นาน 14 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: Kieslect AI Watch Elite2
7. KOSPET TANK M3 Ultra

Smartwatch พันธุ์ถึกสายลุยตัวจริง ดีไซน์ทรงสปอร์ตสี่เหลี่ยมบึกบึน ผ่านมาตรฐานความทนทานระดับทหาร MIL-STD-810H กระจก Gorilla Glass กันรอยขีดข่วน หน้าจอ AMOLED 1.96 นิ้ว ชัดเจน มีเซ็นเซอร์วัดชีพจร, SpO2, ความเครียด และความกดอากาศ (Altimeter/ Barometer) GPS แบบ Dual-Band ในตัว รองรับการโทร Bluetooth Calling และโหมดออกกำลังกาย 170+ ชนิด แบตเตอรี่ถึกทนใช้งานได้ยาวนาน 12-15 วัน ข้อดีคือทนทานต่อแรงกระแทก น้ำ และฝุ่นระดับลุยน้ำลึกได้สบาย ข้อสังเกตคือตัวเรือนหนาและหนักตามสไตล์ Rugged เหมาะสำหรับสายปีนเขา นักเดินป่า และผู้เล่นกีฬาเอ็กซ์ ราคา 4,490 บาท
| รายละเอียด | |
| หน้าจอ / ตัวเรือน | หน้าจอ AMOLED 1.96 นิ้ว กระจก Gorilla Glass / ตัวเรือน สแตนเลสสติลผสมอะลูมิเนียม |
| น้ำหนัก / การกันน้ำ | ประมาณ 75 กรัม / ทนน้ำทนแรงดัน 5 ATM + 9K IP69K (มาตรฐาน MIL-STD-810H) |
| เซ็นเซอร์สุขภาพ | Heart Rate, SpO2, Sleep Tracking, วัดความกดอากาศ (Barometer) & ความสูง (Altimeter) |
| GPS / การเชื่อมต่อ | Dual-Band GPS (รองรับ 6 ดาวเทียม) / Bluetooth Calling |
| ฟังก์ชันออกกำลังกาย | โหมดออกกำลังกาย 170+ ชนิด พร้อมระบบจำแนกประเภทกีฬาเอาท์ดอร์ |
| ฟีเจอร์พิเศษ | บอดี้พันธุ์ถึกกันกระแทก เหมาะกับกิจกรรมปีนเขาและดำน้ำระดับเริ่มต้น |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานทั่วไปได้ยาวนาน 12-15 วัน |
ลิงก์ร้านค้า: KOSPET TANK M3 Ultra
FAQ คำถามพบบ่อยในการเลือก Smartwatch สำหรับออกกำลังและใช้ในชีวิตประจำวัน
1. จำเป็นต้องเลือก Smartwatch ที่มี GPS ในตัว (Built-in GPS) หรือไม่?
ตอบ: หากคุณเป็นคนที่ชอบวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยไม่อยากพกโทรศัพท์ติดตัว การมี Built-in GPS ถือว่าจำเป็นมาก เพราะนาฬิกาจะบันทึกเส้นทาง ระยะทาง และความเร็วได้อย่างแม่นยำด้วยตัวเอง แต่หากเน้นออกกำลังกายในฟิตเนส วิ่งบนลู่วิ่ง หรือใส่ติดตามสุขภาพทั่วไป รุ่นที่ไม่มี GPS ในตัวแต่ใช้ Connected GPS ร่วมกับสมาร์ทโฟนก็เพียงพอและช่วยประหยัดงบได้มากกว่า
2. ความแม่นยำของเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นหัวใจและระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) เชื่อถือได้แค่ไหน?
ตอบ: เซ็นเซอร์บน Smartwatch ยุคปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความแม่นยำสูงขึ้นมาก เหมาะสำหรับการติดตามแนวโน้มสุขภาพ ดูโซนอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือเช็คระดับความเครียดและการนอนหลับในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม เซ็นเซอร์แบบแสง (Optical Sensor) อาจมีคลาดเคลื่อนได้หากนาฬิกาหลวมเกินไปขณะเคลื่อนไหวแรงๆ และไม่สามารถใช้แทนอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อการวินิจฉัยโรคได้
3. ควรเลือกรุ่นที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน ถึงจะตอบโจทย์การใส่ตลอดวัน?
ตอบ: ระยะเวลาแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการและลักษณะการใช้งาน หากเน้นความสะดวกใส่นอนเพื่อตรวจวัดสุขภาพต่อเนื่องหลายวันโดยไม่ต้องถอดชาร์จบ่อยๆ ควรเลือกรุ่นที่ใช้งานได้ 7–14 วันขึ้นไป แต่หากเลือก Smartwatch ที่มีระบบปฏิบัติการระดับสูง (เช่น WatchOS หรือ Wear OS) ที่รองรับการลงแอปพลิเคชันเพิ่มเติม แบตเตอรี่มักจะอยู่ได้ราวๆ 1–2 วัน ซึ่งต้องแลกมาด้วยการชาร์จเกือบทุกวัน
4. มาตรฐานการกันน้ำระดับไหนที่เพียงพอสำหรับการใส่ออกกำลังกายและชีวิตประจำวัน?
ตอบ: สำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น โดนเหงื่อขณะออกกำลังกาย ล้างมือ หรือใส่อาบน้ำ มาตรฐานกันน้ำ IP68 ถือว่าเพียงพอต่อการป้องกันน้ำเข้า แต่ถ้าคุณเป็นสายสปอร์ตที่ต้องการสวมใส่ลงเล่นน้ำ ว่ายน้ำในสระ หรือทำกิจกรรมทางน้ำ แนะนำให้เลือกนาฬิกาที่ได้มาตรฐานกันน้ำระดับ 5 ATM ขึ้นไป เพื่อความทนทานต่อแรงดันน้ำและใช้งานได้อย่างมั่นใจยาวนาน
สรุปการเลือกใช้งาน Smartwatch ให้เข้ากับการออกกำลังปี 2026
| รุ่นสมาร์ทวอทช์ | หน้าจอ / วัสดุ | น้ำหนัก / การกันน้ำ | เซ็นเซอร์สุขภาพ | GPS / การเชื่อมต่อ | แบตเตอรี่ (ใช้งานทั่วไป) |
| HUAWEI WATCH FIT 5 | 1.82″ AMOLED / อะลูมิเนียม | ~27g / 5 ATM | Heart Rate (6-LED), SpO2, TruSleep 5.0 | Dual-Band GNSS, Bluetooth 6.0 | สูงสุด 10 วัน |
| Amazfit Bip Max | 2.07″ AMOLED / โพลีคาร์บอเนต | ~40g / 5 ATM | BioTracker PPG, SpO2, Stress | GPS ในตัว (Offline Map), Bluetooth | สูงสุด 20 วัน |
| Xiaomi Redmi Watch 6 | 2.07″ AMOLED / อะลูมิเนียม | ~31g / 5 ATM | Heart Rate, SpO2, Sleep, Stress | Dual L1+L5 GNSS, Bluetooth 5.3 | สูงสุด 24 วัน |
| Black Shark GS3 Ultra | 1.43″ AMOLED / ไฟเบอร์กลาส+โลหะ | ~50g / 5 ATM | Heart Rate, SpO2, Sleep Tracking | Built-in GPS, Bluetooth Calling | สูงสุด 15 วัน |
| Samsung Galaxy Fit3 | 1.6″ AMOLED / อะลูมิเนียม | ~18.5g / 5 ATM + IP68 | Heart Rate, SpO2, Sleep, Fall Detect | Connected GPS (ผ่านมือถือ), Bluetooth 5.3 | สูงสุด 13 วัน |
| Kieslect AI watch Elite2 | 1.46″ LTPO 2.0 / นาโนเซรามิก+อะลูมิเนียม | ~45g / 5 ATM | Multi-Channel PPG (Heart Rate, SpO2, HRV) | Dual-Band 6-Satellites GPS, BT Calling | สูงสุด 14 วัน |
| KOSPET TANK M3 Ultra | 1.96″ AMOLED / สแตนเลส+อะลูมิเนียม | ~75g / 5 ATM + 9K IP69K | Heart Rate, SpO2, Altimeter, Barometer | Dual-Band 6-Satellites GPS, BT Calling | สูงสุด 15 วัน |
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหา Smartwatch สำหรับออกกำลังกายในปี 2026 สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือ ความแม่นยำของเซ็นเซอร์และระบบระบุตำแหน่ง (GPS) เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการวัดผลการซ้อม ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับ SpO2 หรือระยะทางการวิ่ง โดยควรเลือกรุ่นที่ใช้ GPS ในตัวแบบ Dual-Band เพื่อความเที่ยงตรง ประการถัดมาคือ น้ำหนัก ความสบาย และวัสดุของสาย ควรเลือกตัวเรือนน้ำหนักเบาและสายซิลิโคนไม่อับชื้น เพื่อให้สวมใส่ได้สบายตลอดทั้งวันรวมถึงขณะนอนหลับ นอกจากนี้ ต้องพิจารณา ระยะเวลาการใช้งานของแบตเตอรี่ ให้ครอบคลุมการใช้งานอย่างน้อย 7-14 วันต่อการชาร์จ เพื่อไม่ต้องคอยกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง ปิดท้ายด้วย ความเสถียรของแอปพลิเคชันและการเชื่อมต่อ กับสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ ตลอดจนมาตรฐานการกันน้ำ (อย่างน้อย 5 ATM) เพื่อให้รองรับการว่ายน้ำและลุยฝนได้อย่างมั่นใจ