Cover Image

7 เรื่องต้องรู้ : โอกาสและแนวทางการให้บริการ “Family Office” ในไทย - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – ปัจจุบัน ธุรกิจการให้คำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Advisory) ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญตามการเติบโตของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงและความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดโลก โดยลักษณะการให้บริการมีพัฒนาการจากการให้คำแนะนำด้านการลงทุนหรือการจัดพอร์ตสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบองค์รวมที่มิได้จำกัดอยู่เพียงการจัดพอร์ตการลงทุน แต่ครอบคลุมถึงการวางแผนภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารความเสี่ยง การจัดโครงสร้างทรัพย์สิน การกำกับดูแลกิจการภายในครอบครัว และการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่น ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ให้บริการ Wealth Advisory จึงมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการที่รองรับการให้บริการเฉพาะบุคคล สามารถประสานและเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตของการให้บริการ Family Office ซึ่งได้รับความสนใจและมีบทบาทเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

ธุรกิจ “Family Office” หรือ สำนักงานบริหารจัดการทรัพย์สินของครอบครัว นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ Wealth Advisory ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากกลไกการบริหารความมั่งคั่งเฉพาะครอบครัวไปสู่โครงสร้าง
การบริหารเงินทุนของภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญต่อการจัดสรรเงินทุนในระบบเศรษฐกิจโลก โดย Family Office
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 50 แห่ง* มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกันประมาณ 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเฉพาะ
10 อันดับแรกมีสินทรัพย์รวมกันมากกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันจำนวน Family Office ทั่วโลกได้ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 1,285 แห่งในปี 2562 เป็นมากกว่า 4,500 แห่งในปี 2566 และมากกว่า 8,000 แห่งในปี 2569

แนวโน้มที่สำคัญประการหนึ่งคือ Family Office ขนาดใหญ่มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการลงทุนโดยตรง (direct investment) มากกว่าการลงทุนผ่านกองทุน โดยเฉพาะการลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาด อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเทคโนโลยี และเงินร่วมลงทุน (venture capital) ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการจัดตั้ง Single-Family Office ใหม่เติบโตอย่างรวดเร็ว

พัฒนาการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Family Office มิได้จำกัดบทบาทอยู่เพียงการบริหารทรัพย์สินของครอบครัว
ที่มีความมั่งคั่งสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการบริหารเงินทุนระยะยาว การกระจายความเสี่ยง การวางแผน
การลงทุน ตลอดจนการสืบทอดและส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นอย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจ Family Office ในประเทศไทยภายใต้กรอบ
การกำกับดูแลที่มีความชัดเจน ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ

Family Office คืออะไร

Family Office คือ การให้บริการบริหารจัดการความมั่งคั่งและกิจการที่เกี่ยวข้องของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงอย่างเป็นระบบ โดยมิได้จำกัดเฉพาะการบริหารพอร์ตการลงทุนเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการวางแผนภาษีและกฎหมาย การวางแผนมรดกและการสืบทอดความมั่งคั่ง การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแลกิจการภายในครอบครัว ตลอดจนกิจกรรมเพื่อสังคมและการกุศล ทั้งนี้ รูปแบบและขอบเขตการให้บริการอาจแตกต่างกันไปตามความต้องการ เป้าหมาย และความซับซ้อนของทรัพย์สินของแต่ละครอบครัว

Family Office จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางและประสานการบริหารความมั่งคั่งของครอบครัว
ให้มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว โดยเฉพาะในกรณีที่ครอบครัวมีทรัพย์สินหลายประเภท มีสมาชิกหลายรุ่น หรือมีการลงทุนในหลายประเทศ การมี Family Office จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการตัดสินใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดสรรเงินทุน และสนับสนุนการส่งต่อความมั่งคั่งระหว่างรุ่นอย่างมีธรรมาภิบาล

โดยทั่วไป การให้บริการ Family Office มีลักษณะเป็นบริการแบบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งมิติการเงิน การลงทุน และการบริหารจัดการครอบครัว ซึ่งอาจจำแนกองค์ประกอบหลักได้เป็น 4 ด้าน ได้แก่

  1. 1. การบริหารทรัพย์สินและการลงทุนของครอบครัว (Wealth Management & Family Investment) ครอบคลุมการกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การลงทุน การจัดสรรสินทรัพย์ การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการติดตามและรายงานผลการลงทุนแบบรวมศูนย์
  2. 2. การวางแผนภาษีและกฎหมาย (Tax & Legal Affairs) รวมถึงการวางแผนมรดกและการสืบทอดความมั่งคั่ง ตลอดจนการจัดโครงสร้างทรัพย์สินและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  3. 3. บริการสนับสนุนและงานบริหารส่วนกลาง (Administrative Services) เช่น งานบัญชี การรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล การบริหารเอกสาร และการประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก
  4. 4. กิจกรรมเพื่อสังคมและการกุศลของครอบครัว (Philanthropic Activities) รวมถึงการลงทุน หรือการดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

นอกจากนี้ Family Office อาจทำหน้าที่ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญภายนอก อาทิ ผู้จัดการกองทุน ที่ปรึกษากฎหมาย ที่ปรึกษาภาษี ผู้ดูแลผลประโยชน์ และผู้ให้บริการด้านบัญชี เพื่อให้การบริหารความมั่งคั่งของครอบครัว
มีความต่อเนื่อง โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของสมาชิกในแต่ละรุ่น

กิจกรรมการให้บริการ Family Office ทั้ง 4 ด้าน ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ทั้งหมด
จึงไม่จำเป็นต้องออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ Family Office เป็นการเฉพาะ

ไม่มีใบอนุญาตเฉพาะสำหรับการประกอบธุรกิจ Family Office แต่เน้นกำกับดูแลตามลักษณะกิจกรรม

สำหรับประเทศไทย ก.ล.ต. ให้การสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ Family Office ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความชัดเจน ควบคู่กับการคุ้มครองผู้ลงทุนและการส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ โดยใช้แนวทางการกำกับดูแลตามลักษณะกิจกรรม (activity-based regulation) เป็นหลัก  ซึ่งหมายความว่า การพิจารณาว่า ผู้ให้บริการ Family Office ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ จะพิจารณาจากลักษณะของกิจกรรมที่ให้บริการจริงที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนเท่านั้น

ก.ล.ต. จะกำกับดูแลเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนและมีลักษณะเข้าองค์ประกอบของการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ตามกฎหมาย เช่น การให้คำแนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ หรือการบริหารจัดการเงินลงทุนและทรัพย์สินของลูกค้าในหลักทรัพย์ เป็นต้น โดยส่วนบริการด้านภาษี กฎหมาย งานธุรการ หรือกิจกรรมเพื่อสังคม อาจอยู่ภายใต้กฎหมายหรือการกำกับดูแลของหน่วยงานอื่นตามลักษณะของกิจกรรมนั้น

กิจกรรมที่ไม่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เช่น การวางแผนภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การจัดเก็บเอกสาร การติดตามสถานะธุรกรรม การสนับสนุนงานธุรการ เป็นต้น ผู้ให้บริการ Family Office สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

ทั้งนี้ สำหรับการรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การจัดทำรายงานภาพรวมทรัพย์สิน การประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก หรือการติดตามสถานะธุรกรรม จะต้องเป็นการดำเนินงานเชิงธุรการ โดยไม่มีการวิเคราะห์ ให้ความเห็นหรือคำแนะนำ ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุน หรือรับส่งคำสั่งซื้อขายแทนลูกค้า เว้นแต่เป็นงานที่ได้รับมอบหมายจาก
ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยความรับผิดชอบยังคงอยู่กับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว

รูปแบบการให้บริการ Family Office

รูปแบบการให้บริการ Family Office สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Single-Family Office และ Multi-Family Office ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการบริหารความมั่งคั่งเช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันในด้านกลุ่มผู้รับบริการ โครงสร้างต้นทุน ระดับความเป็นส่วนตัว และรูปแบบการกำกับดูแลภายใน ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

  1. 1. Single-Family Office (SFO) เป็นการให้บริการแก่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่งหรือกลุ่มกิจการของครอบครัว (กงสี) โดยเฉพาะ โดยมิได้ประกอบกิจการเป็นปกติธุระ และมิได้เปิดเผย เสนอ หรือชักชวนบุคคลทั่วไปให้ใช้บริการเป็นวงกว้าง เพื่อมุ่งตอบสนองเป้าหมาย ความต้องการ และค่านิยมของครอบครัวนั้นอย่างเฉพาะเจาะจง
    จึงมีจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัว การควบคุมการตัดสินใจ และความยืดหยุ่นในการกำหนดนโยบายการลงทุนและการบริหารทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม รูปแบบนี้มักมีต้นทุนการดำเนินงานสูง เนื่องจากต้องมีบุคลากร ระบบงาน และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านที่รองรับความต้องการของครอบครัวเพียงรายเดียว

รูปแบบที่เป็นการบริหารจัดการทรัพย์สินภายในครอบครัว โดยมิได้ให้บริการแก่บุคคลภายนอก มิได้ดำเนินการเป็นปกติธุระ และมิได้มีการเปิดเผย เสนอ หรือชักชวนให้บุคคลทั่วไปใช้บริการเป็นวงกว้าง การดำเนินการดังกล่าวจะไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จาก ก.ล.ต.

  1. 2. Multi-Family Office (MFO) เป็นการให้บริการแก่ครอบครัวมากกว่าหนึ่งครอบครัว โดยอาจใช้บุคลากร ระบบงาน และความเชี่ยวชาญร่วมกัน ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและเข้าถึงบริการระดับ
    มืออาชีพได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี การเป็น MFO มิได้ทำให้ต้องขอรับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาจากกิจกรรมที่ให้บริการจริงว่าเข้าลักษณะการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์หรือไม่ หากเป็นบริการด้านภาษี กฎหมาย บัญชี หรืองานธุรการที่ไม่เข้าลักษณะการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ก็ไม่ต้องขอรับใบอนุญาต

ลักษณะกิจกรรมของ Family Office ที่ต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

หากบุคคลหรือผู้ประกอบการมีความประสงค์จะให้บริการ Family Office เป็นปกติธุระ หรือมีวัตถุประสงค์การให้บริการอย่างเปิดเผย หรือมีการเสนอ หรือชักชวนให้บุคคลอื่นใช้บริการเป็นวงกว้าง และบริการดังกล่าวเข้าลักษณะกิจกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ผู้ให้บริการจะต้องได้รับใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรมที่เกี่ยวข้องก่อนเริ่มให้บริการ เว้นแต่กิจกรรมนั้นเข้าข้อยกเว้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยกิจกรรมหลักที่เกี่ยวข้องสามารถจำแนกได้เป็น 2 ลักษณะหลัก ดังนี้

  1. การให้คำแนะนำการลงทุนภายใต้ใบอนุญาตที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Advisory: IA)

โดยทั่วไป การให้คำแนะนำ วิเคราะห์ หรือเสนอแนะเกี่ยวกับหลักทรัพย์หรือผลิตภัณฑ์การลงทุนเป็นรายบุคคล โดย
ผู้ให้บริการไม่มีอำนาจตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า เข้าลักษณะการเป็น IA ซึ่งต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.

อย่างไรก็ดี การให้คำแนะนำใน 2 กรณีต่อไปนี้ เข้าข้อยกเว้นที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาต IA

สำหรับกรณีแรก ผู้ให้บริการต้องมีลักษณะครบทั้ง 2 ประการ ได้แก่ (1) ให้คำแนะนำแก่ผู้ลงทุนจริงไม่เกิน 15 ราย
ในรอบระยะเวลา 12 เดือนใด ๆ และ (2) มิได้กระทำการใด ๆ อันเป็นการแสดงตนว่าจะให้บริการการเป็น IA  ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะพิจารณาข้อเท็จจริงและพฤติการณ์โดยรวม เช่น กลุ่มเป้าหมาย วิธีการนำเสนอหรือประชาสัมพันธ์บริการ รูปแบบการให้บริการ เป็นต้น มิใช่พิจารณาเฉพาะจำนวนลูกค้าที่ตกลงใช้บริการเท่านั้น

ดังนั้น หากผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์หรือสื่ออื่นว่าเปิดให้บริการการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนแก่บุคคลทั่วไป แม้มีลูกค้าใช้บริการจริงไม่เกิน 15 ราย ก็อาจไม่เข้าข้อยกเว้นดังกล่าว

ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าตอบแทนไม่ได้ทำให้เสียสิทธิตามข้อยกเว้น แต่รูปแบบค่าตอบแทน ความต่อเนื่องของการให้บริการ และวิธีการนำเสนอบริการ จะเป็นข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งที่ใช้พิจารณาว่าผู้ให้บริการมีการแสดงตนว่าจะให้บริการการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนหรือไม่

ตัวอย่างที่อาจเข้าข้อยกเว้น : สำนักงานกฎหมายให้บริการครอบครัวที่เป็นลูกค้าเดิมอยู่แล้ว และลูกค้าเป็นฝ่ายขอรับคำแนะนำด้านการลงทุนเพิ่มเติม โดยสำนักงานกฎหมายไม่ได้ประชาสัมพันธ์บริการดังกล่าวต่อบุคคลทั่วไป และจำกัดจำนวนผู้ที่ได้รับคำแนะนำไม่เกิน 15 รายในรอบ 12 เดือน แม้มีการเรียกเก็บค่าตอบแทน ก็อาจเข้าข้อยกเว้นได้

ตัวอย่างที่อาจไม่เข้าข้อยกเว้น : ผู้ให้บริการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ว่าให้บริการ IA แก่ Family Office ทั่วไป แม้มีลูกค้าใช้บริการจริงเพียง 5 ราย ก็อาจถือว่ามีการแสดงตนว่าจะให้บริการการเป็นที่ปรึกษาการลงทุน

ในกรณีที่การให้คำแนะนำไม่เข้าข้อยกเว้น ผู้ประสงค์ให้บริการจะต้องดำเนินการขอรับใบอนุญาต IA ก่อนเริ่มให้บริการ โดยผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจะสามารถให้บริการในส่วนนี้ได้ภายในขอบเขตของใบอนุญาต และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การให้บริการมีมาตรฐาน โปร่งใส และเหมาะสมกับลักษณะและความต้องการของลูกค้า

ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนจาก ก.ล.ต. อาจร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ โดยเป็นตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตเพื่ออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการรับส่งคำสั่งซื้อขายอย่างถูกต้องตามที่ประกาศกำหนด รวมถึง ดำเนินการภายใต้ขอบเขต เงื่อนไข และหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

  1. การบริหารจัดการทรัพย์สินภายใต้ใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund: PF)

ในกรณีที่การให้บริการ Family Office ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการเงินหรือทรัพย์สินของลูกค้า การส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ การปรับพอร์ตการลงทุน หรือการตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้าโดยผู้ให้บริการมีดุลยพินิจ การให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลสามารถให้บริการในส่วนนี้ได้ภายในขอบเขตของใบอนุญาตและตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

บุคคลหรือผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะให้บริการดังกล่าวเป็นปกติธุระ หรือมีความประสงค์ที่จะเปิดเผย เสนอ หรือชักชวนให้บุคคลอื่นใช้บริการเป็นวงกว้าง โดยมีการแสดงตนว่าจะให้บริการการจัดการลงทุน และดำเนินการเป็นทางค้าปกติ จำเป็นต้องขอรับใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลจาก ก.ล.ต. ก่อนเริ่มให้บริการ

การกำกับดูแลกิจกรรมดังกล่าวผ่านใบอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลมีความสำคัญต่อการส่งเสริมให้ผู้ให้บริการมีระบบงานและมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการความเสี่ยงและความขัดแย้ง ทางผลประโยชน์ ตลอดจนมีความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินและผลประโยชน์ของลูกค้า อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการให้บริการโดยรวม

Family Office สามารถเสนอบริการแบบองค์รวมโดยออกแบบรูปแบบความร่วมมือกับผู้มีใบอนุญาต

กรณีที่ผู้ให้บริการ Family Office ไม่ขอใบอนุญาตเอง แต่ต้องการนำเสนอบริการแบบองค์รวมแก่ลูกค้า อาจจัดรูปแบบความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เพื่อให้กิจกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตและความรับผิดชอบของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว เช่น การให้คำแนะนำการลงทุน การจัดการพอร์ตการลงทุน การรับส่งคำสั่งซื้อขาย หรือการตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า

ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างรูปแบบการให้บริการที่มักมีข้อสอบถามใน 3 กรณี ดังต่อไปนี้

รูปแบบที่ 1 : FO ไม่มีใบอนุญาตและทำหน้าที่ประสานงานด้านธุรการ ผู้ให้บริการ Family Office ที่ไม่มีใบอนุญาตสามารถช่วยนัดหมาย จัดเตรียมหรือส่งต่อข้อมูลและเอกสารที่ไม่ใช่คำสั่งซื้อขาย และติดตามสถานะการดำเนินงานได้ แต่ลูกค้าต้องติดต่อและแจ้งคำสั่งซื้อขายต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตโดยตรง

ในรูปแบบนี้ Family Office ต้องไม่รับ ยืนยัน แก้ไข หรือส่งผ่านคำสั่งซื้อขายในนามของลูกค้า และต้องไม่ให้คำแนะนำหรือใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุนแทนลูกค้า

รูปแบบที่ 2 : ผู้ได้รับใบอนุญาต outsource งานให้ FO ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอาจมอบหมายให้ Family Office ดำเนินงานบางส่วนด้าน front office, middle office หรือ back office ได้ เฉพาะงานและภายใต้เงื่อนไขที่หลักเกณฑ์รองรับ

Family Office ต้องดำเนินงานภายใต้ขอบเขต ระบบงาน และการควบคุมดูแลของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต โดยผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวยังคงรับผิดชอบต่อลูกค้าและ ก.ล.ต. เช่นเดิม หากงานที่มอบหมายเกี่ยวข้องกับการรับส่งคำสั่งซื้อขาย ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เฉพาะของกิจกรรมนั้นด้วย

รูปแบบที่ 3 : FO มีใบอนุญาต IA และทำหน้าที่ pass-on order Family Office ที่ได้รับใบอนุญาต IA อาจอำนวยความสะดวกในการรับส่งคำสั่งซื้อขายได้ เมื่อได้รับการแต่งตั้งจากผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เป็นตัวแทนตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยลูกค้ายังคงเป็นผู้ตัดสินใจและยืนยันคำสั่งซื้อขายด้วยตนเอง โดย Family Office ต้องไม่ใช้ดุลยพินิจตัดสินใจลงทุนหรือปรับพอร์ตแทนลูกค้า และ
ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้ายังคงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการให้บริการ

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกใช้รูปแบบใด Family Office และผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตควรกำหนดบทบาท ช่องทาง
การติดต่อกับลูกค้า ระบบงาน และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าแต่ละกิจกรรมดำเนินการโดยบุคคลใดและอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประเภทใด

มีค่าตอบแทนได้ แต่ต้องโปร่งใสและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

รูปแบบความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตอาจมีการกำหนดค่าตอบแทนระหว่างกัน เช่น ค่าตอบแทนจากการแนะนำลูกค้า ส่วนแบ่งรายได้ หรือค่าตอบแทนจากการให้บริการต่อเนื่อง ทั้งนี้ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และต้องเป็นค่าตอบแทนสำหรับบทบาทหรือบริการที่บุคคลนั้นสามารถดำเนินการได้โดยชอบ

ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตต้องระบุ ประเมิน ป้องกัน และจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งเปิดเผยให้ลูกค้าทราบก่อนตัดสินใจใช้บริการหรือลงทุน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ประเภทและจำนวนหรือวิธีคำนวณค่าตอบแทนที่จ่ายหรือได้รับ และผลกระทบที่อาจมีต่อการให้คำแนะนำหรือการนำเสนอผลิตภัณฑ์

Family Office ควรเปิดเผยต่อลูกค้าด้วยว่าตนได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์จากผู้ประกอบธุรกิจรายใดและ
ในลักษณะใด เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ

ก.ล.ต. สนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ Family Office ในไทย

ก.ล.ต. ได้ผลักดันและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศของธุรกิจ Family Office ในประเทศไทยให้มีความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างการให้บริการ ระบบบริหารจัดการ มาตรฐานวิชาชีพ และกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับความต้องการของครอบครัวที่มีความมั่งคั่งสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนพัฒนามาตรฐานการให้บริการให้สามารถแข่งขันกับศูนย์กลาง Family Office ชั้นนำในต่างประเทศได้

การพัฒนาธุรกิจ Family Office จะช่วยสนับสนุนตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยในหลายมิติ ทั้งการดึงดูดเงินลงทุน
ระยะยาว การส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนไปสู่ธุรกิจนวัตกรรม เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ และการพัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยให้มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น

ในอีกด้านหนึ่ง Family Office ยังมีบทบาทช่วยให้ครอบครัวสามารถเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่งจากธุรกิจดั้งเดิมไปสู่พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงและบริหารจัดการอย่างเป็นมืออาชีพ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน
ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Back To Top