7-Eleven ปิดทุกสาขาในอินเดีย หลังสู้ร้านโชห่วยและแอปส่งของด่วนไม่ไหว ขณะ Lawson เตรียมเปิด 100 สาขาภายในปี 2030
Seven & i Holdings ผู้ค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่นเจ้าของแบรนด์ 7-Eleven ประกาศว่าร้าน 7-Eleven ทุกสาขาในอินเดียปิดตัวลงแล้ว ณ สิ้นเดือนกันยายน หลังเปิดดำเนินการภายใต้สัญญาแฟรนไชส์กับ Reliance Retail บริษัทค้าปลีกในเครือ Reliance Industries กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของอินเดีย
- ประเด็นสำคัญ
- ขาดทุนเกือบเท่ารายได้
- ร้านโชห่วยยังครองตลาด ขณะแอปส่งของด่วนโตเร็ว
Seven & i ลงนามสัญญาแฟรนไชส์กับ Reliance Retail เมื่อปี 2021 เพื่อนำร้านสะดวกซื้อแบรนด์นี้เข้าสู่อินเดีย โดยตั้งใจใช้เครือข่ายกระจายสินค้าของ Reliance ขยายสาขาทั่วประเทศ
ณ สิ้นปี 2025 ร้าน 7-Eleven ในอินเดียเคยมีราว 60 สาขาในมุมไบและเมืองอื่น ก่อนจะลดลงเหลือ 31 สาขา และปิดครบทั้งหมดภายในสิ้นเดือนกันยายน ทำให้ความร่วมมือที่ดำเนินมา 5 ปีมีแนวโน้มสิ้นสุดลง
Seven & i ระบุว่าหลังสัญญากับ Reliance สิ้นสุด บริษัทจะยังพิจารณา “ทางเลือกต่างๆ” ในการพัฒนาธุรกิจในอินเดียในมุมมองระยะยาว
ขาดทุนเกือบเท่ารายได้
ร้านเหล่านี้ทำกำไรไม่ได้ โดยหนังสือพิมพ์ Economic Times ของอินเดียรายงานโดยอ้างเอกสารของบริษัทว่า 7-India Convenience Retail มีรายได้ราว 920 ล้านรูปี (ประมาณ 322 ล้านบาท) ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2026 แต่ขาดทุนสุทธิเกือบ 900 ล้านรูปี (ประมาณ 315 ล้านบาท) ซึ่งเกือบเท่ากับรายได้ทั้งหมด
กิจการไม่สามารถขยายตัวได้มากพอที่จะทำให้โมเดลร้านสะดวกซื้อแบบมีแบรนด์ไปรอด แม้ Reliance จะเปิดร้านในมุมไบ, รัฐมหาราษฏระ และเมืองใหญ่อื่นๆ แต่เครือข่ายร้าน 7-Eleven ก็ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับธุรกิจค้าปลีกทั้งหมดของ Reliance
แหล่งข่าวของ Economic Times ยังระบุว่าก่อนปิดตัว บางสาขาได้ขายสินค้าที่เหลืออยู่ออกไปก่อนแล้ว
Seven & i เคยสะดุดในอินเดียมาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะก่อนจับมือกับ Reliance บริษัทเคยวางแผนเข้าตลาดอินเดียกับ Future Group ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของอินเดีย แต่ข้อตกลงก็ถูกยกเลิกในปี 2021 โดยไม่ได้เปิดร้านเลยแม้แต่สาขาเดียว เนื่องจากฐานะการเงินของ Future Group ย่ำแย่ลง
ร้านโชห่วยยังครองตลาด ขณะแอปส่งของด่วนโตเร็ว
ความล้มเหลวครั้งนี้สะท้อนอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ร้านสะดวกซื้อสมัยใหม่ในอินเดียต้องเผชิญ
ในอินเดีย ร้านโชห่วยขนาดเล็กในชุมชนที่เรียกว่า Kirana เป็นที่พึ่งของผู้บริโภคสำหรับซื้อของใช้ประจำวันมานาน โดยร้านกลุ่มนี้ยังคิดเป็นสัดส่วนราว 75% ของยอดขายของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคแบบบรรจุหีบห่อ
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มส่งของด่วนที่ส่งของชำและของใช้ประจำวันถึงมือลูกค้าได้ภายในไม่กี่นาทีก็กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ร้านสะดวกซื้อที่มีหน้าร้านขายได้ไม่มากพอจะครอบคลุมค่าเช่า, ค่าจ้างพนักงาน, ค่าสต็อกสินค้า และค่ากระจายสินค้า
ทั้งนี้ Seven & i ซึ่งมีร้านกว่า 85,000 สาขาทั่วโลก กำลังปรับโครงสร้างธุรกิจต่างประเทศ รวมถึงการปิดสาขาในอเมริกาเหนือ ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนร้านที่เปลี่ยนไป
ขณะที่ 7-Eleven ถอยออกมา Lawson เชนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อีกรายของญี่ปุ่นกลับกำลังเตรียมเข้าสู่ตลาดอินเดีย โดยวางแผนเปิดสาขาแรกในมุมไบในปี 2027 และขยายเป็น 100 สาขาภายในปี 2030
Lawson หวังเจาะความต้องการจากชนชั้นกลางของอินเดียที่กำลังเติบโต ในจังหวะที่ตลาดร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นใกล้อิ่มตัว
ภาพ: 7-Eleven ที่ชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น (Terence Toh Chin Eng/ Shutterstock)
อ้างอิง:
- https://asia.nikkei.com/business/retail/reliance-closes-all-7-eleven-stores-in-india
- https://www.nippon.com/en/news/yjj2026100600472/seven-&-i-closes-all-7-eleven-stores-in-india.html
- https://finance.yahoo.com/small-business/articles/reliance-retail-7-eleven-end-094939001.html
ABOUT THE AUTHOR
ถนัดกิจ จันกิเสน
Content Creator ประจำกองบรรณาธิการ THE STANDARD WEALTH ผู้เสพติดโลกธุรกิจ การตลาด เทคโนโลยี และชอบสำรวจโลกออฟไลน์และออนไลน์มาถอดรหัสความเคลื่อนไหวให้เป็นเรื่องเข้าใจง่าย สนุก และได้ไอเดียใหม่ๆ