Cover Image

“7 Days Sport” สปีดธุรกิจวิ่ง ขยายสินค้าญี่ปุ่น-ยุโรปปั้นโอนแบรนด์

“7 Days Sport” กางยุทธศาสตร์รับมือสินค้ากีฬาแข่งเดือด ลุยขยายพอร์ตสินค้าวิ่งญี่ปุ่น-ยุโรป พร้อมผันงบฯ มุ่งการตลาดเชิงรุกปั้นรันคลับสานสัมพันธ์ลูกค้า-คู่ค้า ก่อนเดินหน้าพัฒนาสินค้าโอนแบรนด์ใน 3-5 ปี หวังสปีดคอลเล็กชั่นสินค้าใหม่แก้โจทย์ตลาดเปลี่ยนเร็ว

นายบุญส่ง ไตรประคอง กรรมการ บริษัท สปอร์ต เซเว่นเดย์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้ากีฬาแบรนด์ญี่ปุ่น-ยุโรป อาทิ YAMAtune, T8, Injinji, Compresssport ฯลฯ และผู้บริหารร้านสินค้ากีฬา 7 Days Sport เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดสินค้าวิ่งของไทยเติบโตเฉลี่ยประมาณ 6% และยังคงมีศักยภาพเติบโตได้อีกมาก จากกระแสสุขภาพที่ดึงคนเข้าสู่วงการวิ่งและพร้อมจับจ่ายเพื่อสุขภาพ สะท้อนจากความเคลื่ิิอนไหวของแบรนด์ใหญ่ อย่างการ์มินที่ตัดสินใจมาเปิดโรงงานผลิตในประเทศไทย เช่นเดียวกับแบรนด์เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ รายใหญ่จากทั่วโลกที่ต่างตบเท้าเข้ามาเปิดสาขาในไทยกันคับคั่งจนใกล้ครบทุกแบรนด์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในระยะยาว 

“ความพร้อมจับจ่ายนี้เห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มสายสะสมอุปกรณ์ และกลุ่มนักวิ่งสายแฟชั่น ที่ต้องการสวมใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ดูดี สีไม่ซ้ำกันในแต่ละวันเพื่อถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตลาดอุปกรณ์วิ่งอย่างมาก”

โดยการเข้ามาของแบรนด์ต่างชาตินี้ส่วนหนึ่งได้แรงผลักดันจากเทรนด์วิ่งที่ขยายตัวมีคนรุ่นใหม่เข้ามาพร้อมเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ ๆ อย่างกีฬาประเภทไฮบริด เช่น ไฮรอกซ์ (Hyrox) ที่เป็นการวิ่งผสมผสานกับเวตเทรนนิ่ง ส่งผลให้ดีมานด์สินค้าในตลาดหลากหลายขึ้น 

นอกจากนี้การรวมกลุ่มของนักวิ่ง-ผู้สนใจการวิ่ง หรือรันคลับ ยังเป็นอีกปัจจัยบวกที่สำคัญของธุรกิจ เนื่องจากคนกลุ่มนี้เมื่อซ้อมวิ่งเสร็จแล้วมักจะเดินช็อปปิ้ง ทานอาหาร หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการวิ่งต่อร่วมกันในพื้นที่ด้วย ซึ่งแต่ละย่านจะมีลักษณะแตกต่างกัน อาทิ สวนลุมพินี จะเป็นกลุ่มคนเมืองทั้งวัยทำงานและวัยรุ่น, สวนหลวง ร.9 จะเป็นกลุ่มผู้ใหญ่และกลุ่มครอบครัว ส่วนบึงหนองบอนจะมีกลุ่มวัยรุ่นรวมถึงกลุ่มนักวิ่งสายจริงจัง เป็นต้น 

ปัจจัยเหล่านี้เป็นโอกาสของทั้งผู้ประกอบการร้านสินค้าวิ่ง และแบรนด์สินค้าที่จะเข้ามาสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภค 

“ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน แบรนด์ต่างประเทศโดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปอาจจะไม่ค่อยรู้จักประเทศไทยหรือมองว่าเป็นเพียงตลาดเอเชียขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันแบรนด์วิ่งเกือบจะทุกแบรนด์ในโลกได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเกือบทั้งหมดแล้ว หลังไทยพิสูจน์ตัวเองว่าวงการวิ่งในไทยอยู่ในช่วงขาขึ้นและผู้บริโภคพร้อมจับจ่าย”

7 Days Sport

ขยายพอร์ตแบรนด์นำเข้า

นายบุญส่งกล่าวต่อไปว่า สำหรับทิศทางของบริษัทสำหรับต่อยอดกระแสบูมการวิ่งและรับมือการแข่งขันนั้น จะเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าเพิ่มความหลากหลาย โดยเตรียมนำเข้าสินค้าแบรนด์ใหม่อีก 2-3 แบรนด์เร็ว ๆ นี้ เพิ่มจากปัจจุบันที่เป็นผู้นำเข้า 4-5 แบรนด์ รวมถึงศึกษาโอกาสขยายเซ็กเมนต์ไปสู่กลุ่มอาหาร-เครื่องดื่มสำหรับผู้เล่นกีฬาในอนาคต 

หลังปัจจุบันบริษัทเปิดสาขาแฟลกชิปที่โซน Side Walk ชั้น G ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านเสื้อผ้า อุปกรณ์วิ่งและวิ่งเทรลจากหลากหลายแบรนด์ เพื่อใช้เป็นโชว์รูมแสดงแบรนด์และไลน์สินค้าในพอร์ต พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์สินค้ากีฬาต่างชาติเพิ่มโอกาสปิดดีลเป็นตัวแทนนำเข้าไปแล้ว 

โยกงบฯ มุ่งการตลาดจับต้องได้

พร้อมผันงบฯ การตลาดจากออนไลน์มายังออฟไลน์ และโฟกัสกลยุทธ์การตลาดแบบจับต้องได้ หนึ่งในนั้นคือ การสร้างรันคลับของบริษัทขึ้นมา ด้วยการเชิญชวนกลุ่มลูกค้าที่ซื้อและใช้งานสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือของ 7 Days Sport มาร่วมวิ่งและจัดกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งทำเลของสาขาแฟลกชิปมีความได้เปรียบในการจัดกิจกรรมวิ่ง เพราะใกล้กับสวนหลวง ร.9 และบึงหนองบอน รวมถึงอาจร่วมมือกับดีลเลอร์จัดกิจกรรมแนวนี้ด้วย 

โดยเฉพาะช่วงปลายปี ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของวงการ เพราะมีงานวิ่งจัดการคึกคักต่อเนื่องหลายงาน บริษัทจะเดินสายจัดกิจกรรมเชิงรุกแบบเข้มข้น เพื่อสร้างยอดขายและระบายสินค้าคอลเล็กชั่นปัจจุบันออกเตรียมพร้อมรับออร์เดอร์สำหรับคอลเล็กชั่นถัดไป 

ต้องโตพร้อมดีลเลอร์

ขณะเดียวกันจะรับมือการแข่งขันด้วยยุทธศาสตร์โตไปพร้อมกันกับตัวแทนจำหน่าย โดยจะสนับสนุนตัวแทน ทั้งการมอนิเตอร์และตกลงร่วมกันเพื่อควบคุมราคาขาย ไม่ให้มีการจัดโปรโมชั่นลดราคาตัดหน้ากันจนทำลายกลไกตลาด

พร้อมนำข้อมูลยอดขายและสถิติด้านขนาดตัวของคนไทย เช่น ขนาดน่องของนักวิ่งถนนและนักวิ่งเทรล มาช่วยกลั่นกรองการสั่งสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงปัญหาสินค้าค้างสต๊อกของทั้งบริษัทและร้านค้าตัวแทน

รวมไปถึงช่วยระบายสินค้า โดยหากตัวแทนรายใดขายสินค้าไม่ได้ทางบริษัทจะดึงของกลับมาช่วยขาย หรือช่วยออกค่าโฆษณาออนไลน์สนับสนุนดีลเลอร์รายนั้น ๆ เพื่อช่วยเพิ่มกระแสเงินหมุนเวียน เป็นต้น

มุ่งปั้นโอนแบรนด์ใน 3-5 ปี 

ด้านนายวันเฉลิม ชาญวิเศษ กรรมการ บริษัท สปอร์ต เซเว่นเดย์ จำกัด เสริมว่า นอกจากการนำเข้าสินค้าแล้ว บริษัทยังมีเป้าขยับไปสู่การสร้างแบรนด์ของตัวเองด้วย เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความเร็วในการตอบสนองความต้องการของตลาด เพราะแบรนด์ต่างชาติมักออกสินค้าเป็นซีซั่นปีละ 2 ครั้ง จึงอาจไม่ทันกับเทรนด์ในไทย

ดังนั้นการมีแบรนด์ของตัวเองจะช่วยให้สามารถพัฒนาและเปลี่ยนสีสันหรือรูปแบบสินค้าได้รวดเร็วตามกระแสในขณะนั้นได้ โดยวางไทม์ไลน์ไว้ใน 3-5 ปีจากนี้จะต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองให้ได้ อาจเริ่มต้นจากสินค้ากลุ่มถุงเท้า หรืออุปกรณ์กีฬาอื่น ๆ ส่วนรองเท้าน่าจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากการแข่งขันสูงมาก

โดยต่อยอดจากประสบการณ์การเป็นผู้นำเข้า-จัดจำหน่าย และการคลุกคลีอยู่กับวงการวิ่งและใช้งานอุปกรณ์จริง มีความเข้าใจเรื่องวัสดุที่เหมาะสมกับการผลิตสินค้าวิ่งมาใช้พัฒนาสินค้า คัดเลือกซัพพลายเออร์ วางแผนการผลิตและการตลาด  

ทั้งปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเติบโต 6-10% ซึ่งเท่ากับหรือสูงกว่าการเติบโตของตลาดสินค้ากีฬาเล็กน้อย จากการทยอยนำเข้าแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเติมพอร์ต และยอดขายจากมาร์เก็ตเพลซ ที่มีแนวโน้มโตแบบก้าวกระโดด

“แม้สินค้ากลุ่มเสื้อผ้าจะไม่ทำให้รายได้โตก้าวกระโดด เหมือนรองเท้าหรือแก็ดเจตที่มูลค่าต่อชิ้นสูง แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและทำให้ต้องไม่เหนื่อยกับการแข่งขันจนเกินไป”

Back To Top