ศธ.-พม. ผนึกกำลังขับเคลื่อน 7 ยุทธศาสตร์ดูแลเด็กเปราะบาง-ผู้พิการ เร่งสแกนเด็กพิการตกสำรวจ ดึงอาชีวะซ่อมบ้านให้ผู้พิการ
วันนี้ (10 กันยายน) ที่รัฐสภา ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นิกร โสม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมแถลงความร่วมมือการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาระหว่าง ศธ. และ พม. เพื่อบูรณาการการดูแลเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางให้ได้รับการศึกษา การคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์อย่างทั่วถึง โดยความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญ 7 เรื่อง ได้แก่
- การคุ้มครองเด็กและเยาวชน เชื่อมระบบ Traffy EDU รับแจ้งเหตุความรุนแรง พร้อมตั้งทีมสหวิชาชีพเยียวยาฟื้นฟู
- สิทธิประโยชน์ทางการศึกษาเด็กในสถานสงเคราะห์ โดยแก้ข้อจำกัดด้านค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทางการศึกษา
- การศึกษาสำหรับเด็กเร่ร่อนและกลุ่มเปราะบาง จัดรูปแบบการเรียนยืดหยุ่น หรือตั้งศูนย์การศึกษาตามมาตรา 12
- การศึกษาพิเศษและการเรียนรวมสำหรับผู้พิการ พัฒนาห้องเรียนรวม ครู ล่าม สื่อ อุปกรณ์ และเชื่อมฐานข้อมูลร่วมกับ ศธ., พม. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
- การพัฒนาศูนย์เด็กเล็กและระบบดูแลเด็กปฐมวัย กำหนดมาตรฐานและเชื่อมข้อมูลเด็กตั้งแต่แรกเกิด
- การดูแลครอบครัวของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะความยากจน การว่างงาน และความรุนแรง ตามแนวทาง All for Education
- การปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำนักศึกษาอาชีวะและศูนย์ Fix It Center 433 แห่งทั่วประเทศ เข้าไปซ่อมแซมบ้านและปรับสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย ตามนโยบาย Learn to Earn
ประเสริฐกล่าวถึงแนวทางดำเนินงานว่า จะมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วม จัดทำฐานข้อมูลกลาง เชื่อมระบบ พม. Care กับ HERO OBEC Care เพื่อคัดกรองสุขภาพจิต สนับสนุนอาชีพครอบครัวผ่านศูนย์ฝึกอาชีพ พม. และ สกร. รวมถึงทบทวนกฎระเบียบงบประมาณ และเตรียมจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน โดยจะให้นักศึกษาอาชีวะลงพื้นที่ซ่อมแซมบ้านเรือนแลกหน่วยกิต เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านงบประมาณค่าแรง โดยยืนยันว่างบประมาณจะไม่ทับซ้อน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบตามนโยบาย Thailand Zero Dropout
ด้าน นิกรกล่าวย้ำถึงความร่วมมือสำคัญ 3 ควิกวิน ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีในปีงบประมาณ 2570 ได้แก่
ควิกวินที่ 1 เชื่อมศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ ศธ. ร่วมกับศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ของ พม. ผ่านระบบ Traffy EDU คาดว่าจะพัฒนาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายในสิ้นปีนี้
ควิกวินที่ 2 การทำ MOU นำนักศึกษาอาชีวะแผนกช่างก่อสร้างและช่างไฟฟ้าในพื้นที่ ไปช่วยซ่อมและสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องค่าแรง และช่วยยกระดับทักษะวิชาชีพให้นักศึกษา
และควิกวินที่ 3 การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเด็กพิการระหว่าง ศธ. และ พม. เพื่อเร่งสำรวจเด็กพิการที่ยังไม่มีบัตรคนพิการประมาณ 200,000-300,000 คน ให้ได้รับการประเมินจาก สธ. เพื่อเข้าถึงสิทธิสวัสดิการจาก พม. เดือนละ 800-1,000 บาทต่อไป