กนอ.มั่นใจขาย/จองที่ดินปีนี้ 7,000 ไร่ ชี้คลื่นทุน Data Center ยึดพื้นที่ 3,000 ไร่

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงแนวโน้มการลงทุนและยุทธศาสตร์การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศ ว่า คาดการณ์เมื่อจบปีงบประมาณจะสามารถผลักดันยอดขายรวมบรรลุเป้าหมายที่ 7,000 ไร่ได้สำเร็จ จากช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน2569) ภาพรวมการขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศสามารถกวาดยอดขายพื้นที่รวมได้ประมาณ 6,000 ไร่ โดยมีกลุ่มทุนต่างชาติศักยภาพสูง ตอบโจทย์การดำเนินนโยบาย FDI (Foreign Direct Investment) หรือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศจีน ยุโรป และชาติอื่นๆ เข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่ Data Center, โลจิสติกส์, เกษตร และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับ 3 ไตรมาสแรกปี 2569 สัญชาติที่มีการลงทุนสูงสุด (รวมสัญชาติไทย) แบ่งเป็น 1.สิงคโปร์ 2.ประเทศไทย 3.ฮ่องกง 4.สวิตเซอร์แลนด์ 5.เนเธอร์แลนด์ และ 6.จีน ขณะที่ 5 อันดับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุดของปี 2569 แบ่งเป็น 1.กิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม 2.ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 3.อุตสาหกรรมอาหาร 4.ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ และ 5. เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี
คลื่นทุนData Centerยึด3,000ไร่
นายสุเมธ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่สุดในขณะนี้ คือความต้องการพื้นที่สำหรับกลุ่มธุรกิจ Data Center ซึ่งมีการแจ้งความจำนงและยอดจองพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศรวมแล้วเกือบ 3,000 ไร่ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตผ่านองค์กรกำกับดูแล (Regulator) รวมกว่า 60-70 โครงการ ทั้งนี้ คาดว่าหากทาง Regulator ออกหลักเกณฑ์มาตรฐานค่าไฟฟ้าและโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ชัดเจนแล้ว กว่า 90% ของผู้ประกอบการกลุ่มนี้จะเข้าปักหลักลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทันที
ขยายLand Stock40,000ไร่
นายสุเมธ กล่าวว่า จากอัตราการเติบโตและการขายที่ดินที่สูงถึงปีละกว่า 7,000 ไร่ ส่งผลให้ปริมาณที่ดินสะสม (Land Stock) ของ กนอ. ปัจจุบันเหลือประมาณ 20,000 กว่าไร่ กนอ. จึงวางยุทธศาสตร์เร่งอัดฉีดและขยาย Land Stock เพิ่มเติมขึ้นไปแตะระดับ 30,000 – 40,000 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุนยุคใหม่
“แม้ว่าโรงงานไฮเทครุ่นใหม่จะใช้ขนาดพื้นที่ลดลงเนื่องจากพัฒนาการทางเทคโนโลยี แต่ กนอ. ก็ได้ปรับสัดส่วนพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่อเนื่องภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม พร้อมทั้งสอดรับกับยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแปลงเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงในพื้นที่นิคมฯ ได้นับล้านล้านบาท”นายสุเมธกล่าว
ดึงปตท.ร่วมลงทุนพลังงานสะอาด
นายสุเมธ กล่าวว่า กนอ. ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ หรือ New Utilities โดยการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้านพลังงานและสาธารณูปโภคทดแทนการที่ กนอ. จะต้องลงทุนเองทั้งหมด รวมถึงโครงการความร่วมมือครั้งใหญ่กับ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ในการพัฒนา Smart Park สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Utility) และการดึงเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนสะพัดในพื้นที่รวมนับแสนล้านบาท
เร่งนิคมCircularบริหารขยะอิเล็กทรอนิกส์
นายสุเมธ กล่าวว่า ในด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบภาคอุตสาหกรรม ได้สรุปแผนการจัดตั้งนิคม Circular เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. (บอร์ด กนอ.) แล้ว เป็นการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่กระบวนการผลิต การบริโภค ไปจนถึงการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือปลายทางอย่างเป็นระบบ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
นายสุเมธ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน กนอ. ยังวางมาตรการเชิงรุกในการดึงกลุ่มโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้เข้ามาอยู่ในระบบนิคมอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมาตรการควบคุมมลพิษให้ได้มาตรฐานสากลที่เข้มงวดกว่าภายนอก