คนทำงานไม่ตาย รับมือยุคเอไอเก่งเกินคน ด้วยวิธีประยุกต์ใช้ ‘6S Smarter’ ต้องคุมให้เป็น ก่อนถูกแทนที่ - Marketeer Online


ถอดกลยุทธ์การทำงานยุคใหม่ให้รอดพ้นจากการถูกปัญญาประดิษฐ์แย่งงาน เปลี่ยนจากการต่อต้านเทคโนโลยี มุ่งสู่การเรียนรู้และผสานพลังระหว่างระบบ AI และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ หวังสร้างความมั่นคงในอาชีพผ่านการเปลี่ยนบทบาทจากเพียงผู้ลงมือทำไปสู่ผู้นำทาง

โดยคุณณัฐพล ม่วงทำ เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน ได้มาร่วมแบ่งปันมุมมองของการปรับตัวในยุคที่โลกการทำงานมีเทคโนโลยีที่เก่งก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตลาดแรงงานที่ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างลึกซึ้ง

จากงาน SUPALAI Presents Creative Talk Conference 2026 เซกชั่น Futuristic Marketing Mindset: การตลาดวันพรุ่งนี้

เปลี่ยนจากการ ‘วิ่งแข่ง’ เป็น ‘ผู้นำทาง’

แก่นแท้ของการทำงานในยุคนี้ คือการทำความเข้าใจว่าเราไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปวิ่งแข่งกับปัญญาประดิษฐ์ เปรียบเสมือนมนุษย์ที่ไม่จำเป็นต้องวิ่งแข่งกับม้าหรือรถยนต์ 

คนทำงานต้องเลิกเอาแต่ตั้งคำถามว่าจะสู้กับเทคโนโลยีอย่างไร แต่ต้องมองว่า AI ในปัจจุบันเปรียบเหมือนรถยนต์ไฟฟ้าที่มีระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติซึ่งเก่งและรวดเร็วกว่ามนุษย์

สิ่งที่คนทำงานต้องทำคือการเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำมาเป็นผู้อำนวยการสั่งการ เพราะแม้ AI จะทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำเพียงใด แต่มันไม่มีวันมีจุดมุ่งหมายในตัวเอง 

มนุษย์จึงต้องเป็นผู้ป้อนวิสัยทัศน์และเป้าหมายปลายทางให้เสมอ หากคิดถึงการกำหนดทิศทางเป็นที่ตั้ง การทำงานร่วมกับเทคโนโลยีจะทำงานได้จริงและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ผสานพลังระบบจำลองและทีมเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์

เมื่อก้าวเข้าสู่สมรภูมิการทำงานที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ความท้าทายที่ตามมาคือการใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง การทำงานร่วมกับ AI ยุคใหม่สามารถทำได้ผ่านแนวคิด Cross Skill ซึ่งเป็นการสอนให้ปัญญาประดิษฐ์ทำงานเลียนแบบตัวเรา โดยการป้อนข้อมูลผลงานในอดีตจำนวนมากเข้าไปให้ระบบเรียนรู้สไตล์และวิธีคิด จนสามารถสร้างชิ้นงานได้ใกล้เคียงตัวบุคคลถึง 98 เปอร์เซ็นต์

อีกทั้งยังสามารถสร้างทีมเอเจนต์ AI หลายตัวให้ทำงานเกื้อกูลกันเหมือนการตีปิงปอง ทั้งระบบเขียนงาน ระบบตรวจความถูกต้องของข้อมูลเพื่อแก้ปัญหาข้อมูลหลอน และระบบทำภาพกราฟิก ในขณะที่มนุษย์มีหน้าที่เพียงคอยตรวจสอบความเรียบร้อยและอนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น 

ซึ่งจะช่วยลดข้อผิดพลาดและปิดช่องโหว่เรื่องการรอคอยงานได้อย่างสมบูรณ์ หากคนทำงานข้ามขั้นตอนและไม่เรียนรู้ที่จะสร้างระบบเหล่านี้ ท้ายที่สุดอาจต้องสูญเสียคุณค่าและถูกแทนที่ได้ง่าย

ปรับตัวรับมือวิกฤตตลาดแรงงาน

ยุคนี้คือยุคที่พนักงานออฟฟิศกว่าครึ่งอาจหมดความจำเป็นในระบบการจ้างงาน องค์กรยุคใหม่มักมีนโยบายงดรับเด็กจบใหม่เข้าทำงานระดับพื้นฐาน และเกิดกระแสการเลิกจ้างพนักงานระดับอาวุโสแบบเงียบ ๆ 

แต่ความจริงแล้ว บริษัทต่าง ๆ จะหันกลับมาจ้างพนักงานระดับอาวุโสที่ยอมรับอัตราเงินเดือนระดับกลาง เนื่องจากเป้าหมายขององค์กรไม่ได้ต้องการคนที่ฉลาดที่สุดในโลกอีกต่อไป แต่ต้องการคนที่มีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบ และอดทนสูง เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลงานของ AI อีกทอดหนึ่ง

การเป็นคนทำงานที่สามารถช่วยเก็บรายละเอียดปิดงานหลังบ้านให้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงมีความสำคัญมากกว่าในเชิงของการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการของตลาด และที่สำคัญที่สุดคือต้องยอมรับว่าความไม่แน่นอนและการปรับตัวตลอดเวลาคืองานที่มีความมั่นคงสูงสุดในยุคนี้

6 กฎเหล็กเพื่อการทำงานที่เหนือกว่า

การยกระดับศักยภาพตนเองให้เป็นที่ต้องการในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยกฎเหล็กที่เรียกว่า 6S Smarter

ประการแรกคือ Speed หรือความเร็ว เพราะเมื่อมี AI เข้ามาช่วยขยายศักยภาพ ความเร็วในการผลิตผลงานต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากทำงานล่าช้าองค์กรย่อมเลือกใช้ปัญญาประดิษฐ์ทำแทน 

สำหรับกฎเหล็กประการต่อมาคือ Sense หรือวิจารณญาณเชิงลึกในการประเมินและคัดเลือกไอเดียที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดจากทางเลือกมากมายที่เทคโนโลยีสร้างขึ้นมา 

ประการที่สามคือ Start หรือการเริ่มลงมือทดลองทันทีเมื่อมีความคิดอยากทำสิ่งใด โดยไม่ต้องกังวลถึงข้อจำกัดด้านทักษะทางเทคนิค

กฎประการที่สี่คือ Strive หรือความมานะอดทนที่จะคอยป้อนคำสั่งและขยี้จี้ถามซ้ำ ๆ เพื่อค้นหาประเด็นคำตอบที่มีความพิเศษเหนือชั้น หลีกเลี่ยงผลงานระดับมาตรฐานทั่วไปที่ไร้มูลค่า 

ประการที่ห้าคือ Zigzag หรือการคิดพลิกแพลงนอกกรอบเพื่อสร้างความแตกต่างในแบบที่กลไกอัตโนมัติตามตรรกะไม่สามารถวิเคราะห์ได้ 

กฎประการสุดท้ายคือ Systematic หรือการจัดระเบียบโครงสร้างคิดเชิงระบบ เพื่อแยกแยะและวางกระบวนการทำงานให้เทคโนโลยีนำไปประมวลผลและทำงานประสานกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยในวันที่การทำงานไม่ได้จบอยู่แค่การลงมือปฏิบัติด้วยแรงกายเพียงอย่างเดียว การเรียนรู้เพื่อเป็นผู้นำทาง ซึ่งหลอมรวมความเข้าใจกระบวนการทำงาน การตั้งเป้าหมาย และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน จะทำให้คนทำงานสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างลึกซึ้ง และนี่คือเส้นทางของการเปลี่ยนผ่านที่จะชนะใจองค์กร และสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคที่ ‘การเข้าใจระบบเอไอ’ คือทุกสิ่งอย่างแท้จริง


Back To Top