ปกรณ์ รับสลดใจ ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี68 พบพิรุธ ไอทีริส ข้อมูลขัดแย้งชัดเจน ยันสาวไส้ทั้งระบบ

‘ปกรณ์’ สลดใจ ผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 พบพิรุธ ‘ไอทีริส’ ข้อมูลขัดแย้งชัดเจน ลั่น เตรียมรายงานนายกฯ ทุก 10 วัน ลุยสาวไส้ข้อบกพร่องทั้งระบบ ก่อนส่ง ป.ป.ช.ดำเนินคดี ชี้ คนตั้งใจโกงไม่ควรเข้ารับราชการ
เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569 ว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 ที่มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้มาเป็นประธานและสรุปรายงาน ความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และการกำหนดแนวทางในการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต สำหรับผลการประชุมในวันนี้มีการรับทราบกรอบแนวทาง และข้อมูลเบื้องต้นที่คณะทำงานได้ดำเนินการมา ซึ่งไม่ขอลงลึกในรายละเอียด เพราะจะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการในอนาคต
นายปกรณ์กล่าวต่อว่า หน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ได้ดูว่ากระบวนการทั้งหมดมีข้อบกพร่องจุดไหนบ้าง มีใครที่รับผิดชอบในขั้นตอนไหนบ้าง เราจะไม่ลงลึกไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่ใครที่รับผิดชอบอยู่ในแต่ละกระบวนการเราจะระบุแค่นั้น และเรื่องของการลงโทษ หรือการดำเนินคดีอาญา เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องดำเนินการต่อไป เราจะไม่ระบุว่าตัวคนๆ นั้นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จะไปดูเรื่องกระบวนการว่ามีข้อบกพร่องอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ “ไอทีริส” (ITRIS) อันนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้น ซึ่งเราเห็นข้อมูลที่น่าตกใจหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลอันหนึ่งไม่ตรงกับอีกอันหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ตนคิดว่าคนเหล่านี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใดๆ เพราะตั้งใจที่จะมาโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ
นายปกรณ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะต้องรายงานทุก 10 วัน เหตุผลที่ไม่รายงานต่อสื่อมวลชน เพราะเดี๋ยวจะมีประเด็นเรื่องที่เราต้องทำต่อ ข้อมูลอาจจะรั่วไหล แต่ย้ำว่า เราได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย บริษัทเอกชนผู้เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัย ทุกคนมุ่งหวังที่จะล้างบางมันซักที ให้มันจบๆ ไปในเรื่องนี้