“ยศชนัน” ระดมทหาร 670 นาย เร่งฟื้นฟูน่าน ปูพรมล้างโคลน-สำรวจบ้านเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค.69) ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดน่าน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบ Video Conference
ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ โดยจัดส่งทหารช่างพร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์หนักจากจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 40 นาย กำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 38 จำนวน 550 นาย และจากมณฑลทหารบกที่ 34 และ 35 อีก 80 นาย รวมกำลังพล 670 นาย
รองนายกรัฐมนตรีสั่งการให้ประสานกับอำเภอปัว เพื่อกระจายกำลังพลลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง พร้อมขยายการช่วยเหลือไปยังจุดอื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งทำความสะอาดและฟื้นฟูชุมชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่อำเภอปัว และจัดระเบียบเส้นทางเพื่อเปิดทางให้กำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยสามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว
ด้านภารกิจฟื้นฟู กรมชลประทาน ได้ส่งรถบรรทุกน้ำและกำลังพลเข้าสนับสนุนการฉีดล้างดินโคลนและทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ตำบลเจดีย์ชัย และบ้านร้องแง อำเภอปัว พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการวางแผนซ่อมแซมและจัดสรรความช่วยเหลือให้ครอบคลุม
นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรียังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่บ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างหนัก หลังจากลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ด้วยตนเองเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา จึงมอบหมายให้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในพื้นที่เร่งดูแลเยียวยาควบคู่กับการฟื้นฟูบ้านเรือน
ทั้งนี้ นายอำเภอปัวจะประสานกับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จัดทีมบุคลากรทางการแพทย์ลงพื้นที่ประเมินและดูแลสภาพจิตใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ด้านกระทรวง พม. รายงานว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุและคนพิการ ในพื้นที่ตำบลศิลาแลงและตำบลวรนคร อำเภอปัวแล้ว
รองนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูบ้านเรือนและชุมชนให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เนื่องจากการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและที่อยู่อาศัยถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบควบคู่กันไป
Back to top button