สเปนติดตั้งแนวกั้นลอยน้ำสกัดผู้อพยพทะลักเข้าเมือง เสียชีวิตอย่างน้อย 67 ราย
วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 17.28 น.
2 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสเปนเดินหน้าติดตั้งแนวกั้นทางทะเลยาว 500 เมตร บริเวณพรมแดนระหว่าง เมืองเซวตา ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ กับประเทศโมร็อกโก หลังเกิดเหตุผู้อพยพจำนวนมหาศาลพยายามฝ่าแนวชายแดนเข้าสู่พื้นที่ ส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านมนุษยธรรมและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 67 ราย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ที่ผ่านมา (30-31 ก.ค.) เมื่อมีผู้อพยพราว 50,000-60,000 คน เดินทางเข้าสู่เมืองเซวตาอย่างกะทันหัน หลังพยายามข้ามพรมแดนจากฝั่งโมร็อกโกเข้าสู่ดินแดนของสเปน
รัฐบาลสเปนเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งจมน้ำระหว่างพยายามข้ามทะเล ขณะที่อีกส่วนเสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันตายระหว่างฝูงชนพยายามฝ่าแนวกั้นบริเวณเขื่อนกันคลื่น เพื่อเข้าสู่พื้นที่เซวตา
แม้ว่าผู้อพยพจำนวนมากจะเดินทางกลับออกจากพื้นที่ในเวลาต่อมา แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้จุดกระแสถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับปัญหาผู้อพยพในยุโรป รวมถึงนโยบายการควบคุมชายแดนของรัฐบาลสเปน

ฝ่ายการเมืองขวาและขวาจัดของสเปนออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล โดยหยิบยกภาพเหตุการณ์ฝูงชนจำนวนมากบุกเข้าสู่เซวตา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนที่ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ ทางเข้าออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอยู่ภายใต้การปกครองของสเปนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1580 มาใช้โจมตีนโยบายด้านผู้อพยพ
ด้านรัฐบาลสเปนยืนยันว่า นโยบายด้านแรงงานต่างชาติของประเทศแตกต่างจากหลายชาติในยุโรปและสหรัฐฯ โดยสเปนมุ่งเน้นการให้สถานะทางกฎหมายแก่แรงงานที่ไม่มีเอกสาร ซึ่งเข้าประเทศก่อนปี 2026 เพื่อช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ
ขณะที่นายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ออกมาตำหนิผู้นำบางประเทศในสหภาพยุโรป (EU) ที่เรียกร้องให้สเปนถูกระงับจากพื้นที่เชงเกน (Schengen) ซึ่งเป็นเขตที่ประชาชนสามารถเดินทางข้ามพรมแดนภายในประเทศสมาชิกได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจคนเข้าเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้เกิดวิกฤตที่เมืองเซวตา แต่ข้อมูลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบุว่า สเปนยังมีจำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายเดินทางเข้าประเทศน้อยกว่าอิตาลีและกรีซ ซึ่งเป็นประเทศแนวหน้าของยุโรปที่เผชิญแรงกดดันด้านผู้อพยพในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ด้าน เฟอร์นันโด กรานเด-มาร์ลาสกา รัฐมนตรีมหาดไทยสเปน กล่าวว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดต่อผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าความร่วมมือกับรัฐบาลโมร็อกโกช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้ภายใน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เซวตากลายเป็นประเด็นร้อนระดับนานาชาติอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลของหลายประเทศยุโรปเกี่ยวกับแรงกดดันจากคลื่นผู้อพยพ และการหาสมดุลระหว่างการควบคุมชายแดนกับการคุ้มครองด้านมนุษยธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





