ปคบ.-ปศุสัตว์ ทลายขบวนการ "สารเร่งเนื้อแดง" รวบอดีตเซลส์ยึดวัว 667 ตัว-เงินสดกว่า 30 ล้าน
- หน้าหลัก
- อาชญากรรม
- ข่าวอาชญากรรม
ปคบ.-ปศุสัตว์ ทลายขบวนการ "สารเร่งเนื้อแดง" รวบอดีตเซลส์ยึดวัว 667 ตัว-เงินสดกว่า 30 ล้าน
เผยแพร่: 15 ก.ย. 2569 12:54 ปรับปรุง: 15 ก.ย. 2569 12:54 โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม
MGR Online - ตำรวจ ปคบ.ผนึกกำลังกรมปศุสัตว์ เปิดปฏิบัติการตัดวงจร "สารเร่งเนื้อแดง" รวบอดีตเซลส์อาหารสัตว์ อายัดวัว 667 ตัว-ทรัพย์สิน 30 ล้าน พบเส้นทางการเงินกว่า 80 ล้าน
วันนี้ (15 ก.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รรท.ผกก.2 บก.ปคบ. ร่วมแถลงผลเปิดปฏิบัติการ“ตัดวงจรสารเร่งเนื้อแดงในโคเนื้อ” ยึดโค 667 ตัว–อายัดเงินกว่า 30 ล้าน พบเส้นทางเงินกว่า 80 ล้าน
พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจ บก.ปคบ.ได้ร่วมกับกองปศุสัตว์ เดินหน้าปราบปรามการลักลอบใช้ “สารเร่งเนื้อแดง” ในโคเนื้อ หลังตรวจพบสารต้องห้ามจากเนื้อสัตว์ในตลาด จากนั้นได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดและสถานที่จำหน่ายเนื้อสัตว์หลายแห่ง โดยเก็บตัวอย่างเนื้อสัตว์เพื่อตรวจหาสารตกค้างต้องห้าม กระทั่งพบสารที่เข้าข่าย “สารเร่งเนื้อแดง” จึงนำไปสู่การสืบสวนเช็กย้อนกลับ เพื่อค้นหาต้นทางว่าเนื้อสัตว์มาจากฟาร์มใดและผ่านโรงฆ่าสัตว์แห่งใด ก่อนขยายผลนำไปสู่โรงฆ่าสัตว์ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงเพิ่มเติม จากนั้นรวบรวมข้อมูลเชื่อมโยงไปยังฟาร์มในจังหวัดสระบุรี สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ก่อนเปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายรวม 6 จุด
พล.ต.ต.คงกฤช กล่าวต่อว่า ตลอดการดำเนินการทั้งหมด 9 ครั้ง รวม 16 จุด เจ้าหน้าที่พบสารเร่งเนื้อแดงทั้งในอาหารสัตว์ เครื่องผลิตอาหาร และโคที่อยู่ภายในฟาร์ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้อาหารสัตว์ที่มีส่วนผสมของสารต้องห้าม จึงดำเนินการอายัดของกลางและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง นอกจากของกลางด้านปศุสัตว์แล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลเส้นทางการเงินที่น่าสนใจ โดยหลังการเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พบว่าผู้ต้องหารายหนึ่งมีพฤติการณ์โอนและแยกย้ายทรัพย์สินออกจากบัญชีในวันถัดมา รวมกว่า 8 ล้านบาท ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐานด้านการเงินควบคู่กับผลตรวจทางวิทยาศาสตร์และคำให้การของผู้เกี่ยวข้อง ก่อนพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ได้ขอศาลออกหมายจับ นายเอก (นามสมมติ) จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบเงินเข้า–ออกบัญชีรวม 80,289,292 บาท
พ.ต.อ.ธนาทัศน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลว่าผู้ต้องหาเคยทำงานเป็นเซลส์ในวงการอาหารสัตว์มาตั้งแต่ปี 2539 แต่ปัจจุบันไม่มีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา "ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต , ผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ,ขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ , ใช้วัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์ และ ขายยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นประเภทยาอันตราย (ยาซัลบูตามอลซึ่งเป็นยาจำพวกแอดรีเนอร์จิค) โดยไม่ได้รับอนุญาต" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายสรวุฒิ กล่าวว่า ผลปฏิบัติการปราบปราม “สารเร่งเนื้อแดง” ในครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการทำงานระหว่างตำรวจสอบสวนกลางกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ หลังเจ้าหน้าที่ได้รับนโยบายให้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประชาชน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของอาหารและผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ ซึ่งผลการปฏิบัติการสามารถยึดโคได้ 667 ตัว อายัดเงินกว่า 30 ล้านบาท และพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกว่า 80 ล้านบาท ขณะที่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะเดินหน้าสืบสวนขยายผลให้ถึงต้นตอของขบวนการ เพราะปัญหาสารเร่งเนื้อแดงไม่ได้กระทบเฉพาะผู้บริโภค แต่ยังส่งผลต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคและสัตว์เศรษฐกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นต่อเนื้อสัตว์ไทยในตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ การปราบปรามครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย
นายสัตวแพทย์สมชวน กล่าวว่า สารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ยาซัลบูตามอล เป็นยาอันตรายและเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์อย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกค้างในเนื้อสัตว์และกระทบผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์ซึ่งมีสารตกค้างอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ และหากมีอาการรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ด้าน พล.ต.ท.เชาวศักดิ์ กล่าวว่า ขอเตือนผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงสัตว์และผู้ผลิตอาหารสัตว์ ห้ามนำสารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมีต้องห้ามผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญาและอาจได้รับโทษทั้งจำคุกและปรับ สำหรับประชาชน ควรเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีเครื่องหมายรับรอง “ปศุสัตว์ OK” จากกรมปศุสัตว์ หากพบเบาะแสการลักลอบใช้หรือจำหน่ายสารเร่งเนื้อแดง แจ้งสายด่วน บก.ปคบ. โทร. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊กกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค