Cover Image

60 คีย์ลัด Word ที่ใช้งานบ่อย ประหยัดเวลา เอกสารเสร็จไว ทำงานได้เร็วอัปเดต 2026

คีย์ลัด Word

การใช้งานคีย์ลัด Word เป็นหนึ่งในเทคนิคสำคัญที่ช่วยเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพในการทำงานเอกสารได้เป็นอย่างดี ช่วยลดการละมือจากแป้นพิมพ์ไปจับเมาส์ ทำให้การจัดการกับงานเอกสาร ปรับแต่งหรือจัดรูปแบบเนื้อหาทำได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องพิมพ์งานหรือเขียนบทความอยู่เป็นประจำใน Microsoft Word เพียงแค่จดจำเพื่อใช้งานคีย์ลัดได้คล่องตัว ก็จะช่วยลดความเมื่อยล้าของการเคลื่อนไหว และประหยัดเวลาในการทำงานลงได้หลายเท่าตัว ต่อไปนี้คือคีย์ลัดส่วนหนึ่งที่ใช้งานได้ดีและผู้ใช้ใช้กันบ่อยที่สุด เพื่อช่วยให้คนทำงานเอกสารสะดวกต่อการใช้งานยิ่งขึ้นในปี 2026 นี้


60 คีย์ลัด Microsoft Word ที่ใช้งานบ่อย อัปเดต 2026

ลำดับคำสั่งและการใช้งานปุ่มคีย์ลัด
1เปิดเอกสารที่มีอยู่แล้วCtrl+O
2สร้างเอกสารเปล่าใบใหม่Ctrl+N
3บันทึกเอกสารปัจจุบันCtrl+S
4ปิดหน้าต่างเอกสารที่เปิดอยู่Ctrl+W
5ตัดข้อความหรือวัตถุที่เลือกCtrl+X
6คัดลอกข้อความหรือวัตถุที่เลือกCtrl+C
7วางข้อความหรือวัตถุที่คัดลอกไว้Ctrl+V
8วางเฉพาะข้อความแบบไม่ติดรูปแบบเดิมCtrl+Shift+V
9เลือกเนื้อหาทั้งหมดในเอกสารCtrl+A
10ปรับข้อความให้เป็นตัวหนาCtrl+B
11ปรับข้อความให้เป็นตัวเอียงCtrl+I
12ขีดเส้นใต้ข้อความที่เลือกCtrl+U
13ลดขนาดฟอนต์ลงครั้งละ 1 พอยต์Ctrl+[
14เพิ่มขนาดฟอนต์ขึ้นครั้งละ 1 พอยต์Ctrl+]
15จัดวางข้อความให้อยู่กึ่งกลางCtrl+E
16จัดวางข้อความชิดขอบซ้ายCtrl+L
17จัดวางข้อความชิดขอบขวาCtrl+R
18ยกเลิกคำสั่งหรือออกจากเมนูEsc
19เลิกทำคำสั่งก่อนหน้า (Undo)Ctrl+Z
20ทำซ้ำคำสั่งล่าสุด (Redo)Ctrl+Y
21พิมพ์เอกสารออกทางเครื่องพิมพ์Ctrl+P
22สลับเข้าสู่โหมดตัวอย่างก่อนพิมพ์Ctrl+Alt+I
23ค้นหาข้อความหรือเนื้อหาในเอกสารCtrl+F
24เปิดหน้าต่างไปที่ (Go To) เพื่อไปยังตำแหน่งที่ระบุCtrl+G
25ย้ายเคอร์เซอร์ไปทางซ้ายทีละหนึ่งคำCtrl+แป้นลูกศรซ้าย
26ย้ายเคอร์เซอร์ไปทางขวาทีละหนึ่งคำCtrl+แป้นลูกศรขวา
27ย้ายเคอร์เซอร์ขึ้นไปทีละหนึ่งย่อหน้าCtrl+แป้นลูกศรขึ้น
28ย้ายเคอร์เซอร์ลงมาทีละหนึ่งย่อหน้าCtrl+แป้นลูกศรลง
29ย้ายเคอร์เซอร์ไปทับตำแหน่งต้นบรรทัดHome
30ย้ายเคอร์เซอร์ไปทับตำแหน่งท้ายบรรทัดEnd
31ย้ายเคอร์เซอร์ไปจุดเริ่มต้นของเอกสารCtrl+Home
32ย้ายเคอร์เซอร์ไปจุดท้ายสุดของเอกสารCtrl+End
33เลือกข้อความทีละตัวอักษรShift+แป้นลูกศร
34เลือกข้อความทางซ้ายทีละคำCtrl+Shift+แป้นลูกศรซ้าย
35เลือกข้อความทางขวาทีละคำCtrl+Shift+แป้นลูกศรขวา
36เลือกเนื้อหาจากเคอร์เซอร์ไปจนถึงต้นบรรทัดShift+Home
37เลือกเนื้อหาจากเคอร์เซอร์ไปจนถึงท้ายบรรทัดShift+End
38ซูมขยายมุมมองเอกสารขึ้นCtrl+เครื่องหมายบวก (+)
39ซูมย่อมุมมองเอกสารลงCtrl+เครื่องหมายลบ (-)
40สลับขยายหรือยุบแถบ RibbonCtrl+F1
41คัดลอกเฉพาะการจัดรูปแบบข้อความ (Format Painter)Ctrl+Shift+C
42วางการจัดรูปแบบข้อความที่คัดลอกไว้Ctrl+Shift+V
43ล้างการจัดรูปแบบข้อความทั้งหมดให้กลับเป็นค่าเริ่มต้นCtrl+Spacebar
44แทรกจุดแบ่งหน้า (Page Break) ขึ้นหน้าใหม่ทันทีCtrl+Enter
45แทรกเชิงอรรถ (Footnote) ไว้ที่ท้ายหน้าเอกสารAlt+Ctrl+F
46แทรกอ้างอิงท้ายเล่ม (Endnote) ไว้ที่ส่วนท้ายสุดของเอกสารAlt+Ctrl+D
47เปิดหน้าต่างแทรกไฮเปอร์ลิงก์ (Hyperlink)Ctrl+K
48เปลี่ยนสลับตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ของอักษรอังกฤษ (Change Case)Shift+F3
49ปรับการจัดวางข้อความแบบกระจายเท่ากัน (Justify)Ctrl+J
50เปิดใช้การตรวจคำผิดและการไวยากรณ์ (Spelling & Grammar)F7
51แทรกสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์หรือเปิดโหมดสมการ (Equation)Alt+=
52ซ่อนหรือแสดงเครื่องหมายการจัดรูปแบบที่ไม่พิมพ์ (Show/Hide ¶)Ctrl+Shift+8 (หรือ Ctrl+*)
53ยุบหรือขยายเนื้อหาใต้หัวข้อ (Heading) ในมุมมองเค้าร่างAlt+Shift+เครื่องหมายบวก (+) / เครื่องหมายลบ (-)
54ย้ายไปแถวถัดไปในตาราง (หากอยู่ช่องสุดท้ายจะสร้างแถวใหม่)Tab
55ย้ายย้อนกลับไปช่องก่อนหน้าในตารางShift+Tab
56ย้ายไปที่เซลล์แรกสุดของตารางAlt+Home
57ย้ายไปที่เซลล์สุดท้ายของตารางAlt+End
58เปิดกล่องโต้ตอบ “ค้นหาและทดแทน” (Replace)Ctrl+H
59แยกหน้าต่างเอกสารออกเป็นสองส่วน (Split Window)Ctrl+Alt+S
60สลับไปยังมุมมองโหมดการอ่าน (Reading Mode)Alt+W, F

สรุปการใช้งานคีย์ลัด Microsoft Word

การเรียนรู้และฝึกฝนใช้งานคีย์ลัด Word ทั้ง 60 คำสั่งนี้ ถือเป็นการลงทุนเรื่องเวลาที่คุ้มค่าสำหรับคนทำงานสายเอกสารและนักเขียนทุกคน แม้ช่วงแรกอาจต้องใช้เวลาในการจดจำ แต่เมื่อใช้งานจนเกิดความเคยชิน จะพบว่าสมาธิในการถ่ายทอดความคิดจะไม่ถูกขัดจังหวะด้วยการค้นหาเมนูคำสั่ง คีย์ลัดเหล่านี้จะเปลี่ยนการทำงานที่ซ้ำซ้อนให้กลายเป็นความคล่องตัว ช่วยให้จัดการงานเอกสารได้รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองนำคีย์ลัดพื้นฐานเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อยกระดับทักษะการใช้งาน Microsoft Word ให้เปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Source: Microsoft

Back To Top