เปิด 6 อันดับทุน ครองที่ดินนิคมฯ ชี้ Data Center โตแรง ดันยอด 9 เดือนทะลุ 6,000 ไร่ ‘กนอ.’ พร้อมยกระดับแผนรับมือน้ำท่วม
กนอ. เผยยอดขายและจองพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ 9 เดือนแรกปี 2569 ทะลุ 6,000 ไร่ มั่นใจสิ้นแตะเป้าหมาย 7,000 ไร่ เผยทุน Data Center เล็งใช้พื้นที่อีกเกือบ 3,000 ไร่ เร่งขยาย Land Stock แตะ 30,000-40,000 ไร่ หนุนลงทุน CCUS รับ FDI 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรการรับมือน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง
- ฟรีค่าเช่า 2 ปี Smart Park รับลงทุน เทคโนโลยีขั้นสูง EEC
- กลุ่ม Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โตแรง
- Data Center จ่อใช้พื้นที่เกือบ 3,000 ไร่
- ปรับ New Utilities เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน หนุน CCUS
- เดินหน้านิคม Circular จัดระบบโรงงานนอกนิคมฯ
- ยกระดับแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม
- เตรียมแผนน้ำนิคมฯ บางปู และ 3 นิคมฯ อยุธยา รับมือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
THE STANDARD WEALTH ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ร่วมกับ สุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยสุเมธ เผยความคืบหน้า โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มูลค่าลงทุนรวมประมาณ 55,400 ล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
สำหรับ ช่วงที่ 1 งานโครงสร้างพื้นฐานขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่ ดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ให้ กนอ. เรียบร้อยแล้ว ขณะที่การก่อสร้างท่าเรือก๊าซในแปลง B เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 และมีความคืบหน้า 33.53% ณ วันที่ 3 กันยายน 2569
ส่วน ช่วงที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ท่าเรือสินค้าเหลว แปลง A ขนาด 200 ไร่ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง แปลง C ขนาด 150 ไร่ รวม 350 ไร่ กนอ. อยู่ระหว่างเสนอปรับรูปแบบการดำเนินโครงการจาก PPP
ฟรีค่าเช่า 2 ปี Smart Park รับลงทุน เทคโนโลยีขั้นสูง EEC
ขณะที่ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในพื้นที่ EEC อำเภอเมือง จ.ระยอง มีพื้นที่รวม 1,383.76 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่ พัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ หรือ Smart & Green Industry รองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ ถนน ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารใต้ดิน ก่อสร้างแล้วเสร็จ 100% พร้อมรองรับผู้ประกอบการเข้ามาตั้งฐานการผลิต
ด้านพื้นที่เชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีพื้นที่อุตสาหกรรมให้เช่าแล้ว 70.45 ไร่ และมีพื้นที่จอง 106.37 ไร่ เหลือพื้นที่ให้เช่าอีก 551.10 ไร่ พร้อมออกประกาศ กนอ. ที่ 46/2569 เพื่อเร่งการลงทุน
โดยให้สิทธิ ยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก และ ยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปีแรก ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อดึงดูดการลงทุน EEC
สุเมธ เผยถึงแนวโน้มการลงทุนและยุทธศาสตร์การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของประเทศว่า ภาพรวมการขายและจองที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน 2569) สามารถทำยอดขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศรวมประมาณ 6,000 ไร่
สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI (Foreign Direct Investment)
กลุ่ม Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โตแรง
โดยเฉพาะในกลุ่ม Data Center ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เกษตร แปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม ขณะที่นักลงทุนจากยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่นยังคงเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สุเมธ กล่าวอีกว่า คาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ กนอ. จะสามารถผลักดันยอดขายรวมให้บรรลุเป้าหมาย 7,000 ไร่ ได้สำเร็จ
โดยมีกลุ่มทุนต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีน ยุโรป และประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก 4 กลุ่ม
ได้แก่ Data Center โลจิสติกส์ เกษตร และอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
สำหรับ 3 ไตรมาสแรกของปี 2569 สัญชาติที่มีการลงทุนสูงสุด รวมสัญชาติไทย ได้แก่ 1. สิงคโปร์ 2. ประเทศไทย 3. ฮ่องกง 4. สวิตเซอร์แลนด์ 5. เนเธอร์แลนด์ และ 6. จีน

ขณะที่ 5 อันดับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนสูงสุดในปี 2569 ได้แก่ 1. กิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรม 2. ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 3. อุตสาหกรรมอาหาร 4. ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์ รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ และ 5. เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี
Data Center จ่อใช้พื้นที่เกือบ 3,000 ไร่
สุเมธ กล่าวอีกว่า ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในขณะนี้คือความต้องการพื้นที่สำหรับกลุ่มธุรกิจ Data Center ซึ่งมีการแจ้งความจำนงและยอดจองพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศรวมแล้วเกือบ 3,000 ไร่
โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตผ่านองค์กรกำกับดูแล (Regulator) แล้วกว่า 60-70 โครงการ
ทั้งนี้ คาดว่าหาก Regulator ออกหลักเกณฑ์มาตรฐานค่าไฟฟ้าและโครงสร้างสาธารณูปโภคที่ชัดเจนแล้ว ผู้ประกอบการกลุ่มนี้กว่า 90% จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทันที
จากอัตราการเติบโตและยอดขายที่ดินซึ่งอยู่ในระดับมากกว่า 7,000 ไร่ต่อปี ส่งผลให้ปริมาณที่ดินสะสม หรือ Land Stock กนอ. ปัจจุบันเหลือประมาณ 20,000 กว่าไร่
กนอ. จึงวางยุทธศาสตร์เร่งอัดฉีดและขยาย Land Stock เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 30,000-40,000 ไร่ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ลงทุนยุคใหม่
“แม้ว่าโรงงานไฮเทครุ่นใหม่จะใช้ขนาดพื้นที่ลดลงเนื่องจากพัฒนาการทางเทคโนโลยี แต่ กนอ. ก็ได้ปรับสัดส่วนพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมต่อเนื่องภาคอุตสาหกรรมเพิ่มเติม สอดรับกับยอดคำขอส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะแปลงเป็นเม็ดเงินลงทุนจริงในพื้นที่นิคมฯ ได้นับล้านล้านบาท”

ปรับ New Utilities เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน หนุน CCUS
สุเมธ กล่าวเสริมอีกว่า กนอ. ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบใหม่ หรือ New Utilities โดยเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนด้านพลังงานและสาธารณูปโภค แทนการที่ กนอ. จะต้องลงทุนเองทั้งหมด
รวมถึงโครงการความร่วมมือครั้งใหญ่กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง ในการพัฒนา Smart Park สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ หรือ Low Carbon Utility และการนำเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) มาใช้ ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนสะพัดในพื้นที่รวมนับแสนล้านบาท
เดินหน้านิคม Circular จัดระบบโรงงานนอกนิคมฯ
ด้านนโยบายสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบภาคอุตสาหกรรม สุเมธกล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้สรุปแผนการจัดตั้ง นิคม Circular เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กนอ. หรือบอร์ด กนอ. แล้ว
โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.
ขณะเดียวกัน กนอ. ยังวางมาตรการเชิงรุกในการดึงกลุ่มโรงงานที่ตั้งอยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือโรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้เข้ามาอยู่ในระบบนิคมอุตสาหกรรม
ยกระดับแผนรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วม
สำหรับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศไทย หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย ซึ่งมีผลกระทบในช่วงวันที่ 23–27 กันยายน 2569
กนอ. ได้สั่งการด่วนให้ทุกนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยงตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ นักลงทุน และปกป้องฐานการผลิตสำคัญของประเทศ
โดยเฉพาะในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมบางปู และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มงวด
เตรียมแผนน้ำนิคมฯ บางปู และ 3 นิคมฯ อยุธยา รับมือ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกำลังการสูบน้ำรวมสูงถึง 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมดำเนินมาตรการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก
ส่วนกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า (ไฮเทค) ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยอย่างเคร่งครัด
ทั้ง 3 นิคมฯ ได้วางระบบแนวป้องกันและคันดิน ด้วยการบดอัดคันดินให้แน่น พร้อมเสริมด้วยวัสดุป้องกันและคอนกรีตเพื่อเพิ่มความมั่นคงของแนวป้องกัน
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบความมั่นคงของแนวคันกั้นน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมบ่อหน่วงน้ำภายในนิคมฯ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนและหน่วงน้ำหลาก เดินเครื่องสูบน้ำหลักและเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Diesel Generator) ซึ่งสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองได้ ไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง ทุกสถานี เพื่อสร้างความมั่นใจนักลงทุน