Cover Image

6 เหตุโจรกรรมคริปโตหนักสุดในประวัติศาสตร์ บางเคสเกิดปีเดียวกับ Bitkub

  1. หน้าหลัก 
  2. Cyber BIZ 
  3. ข่าวไอที 
  4. ไอที 

6 เหตุโจรกรรมคริปโตหนักสุดในประวัติศาสตร์ บางเคสเกิดปีเดียวกับ Bitkub

เผยแพร่: 25 ก.ค. 2569 00:35   ปรับปรุง: 25 ก.ค. 2569 00:35   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ย้อนรอย 6 เหตุโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังบิตคอยน์ (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลได้แจ้งเกิดในปี 2008 อย่างเป็นทางการ โดยบางเหตุการณ์เกิดในปีเดียวกับที่ Bitkub ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบและขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าไป 16 สกุลเงิน มูลค่าราว 1,700 ล้านบาทเมื่อปี 2021 จนกลายเป็นชนวนคดีอาญาที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต.

เหตุโจรกรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุตสาหกรรมเงินดิจิทัลถูกเปิดเผยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 นั่นคือ Bybit หนึ่งในกระดานเทรดคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ของโลก ที่ตกเป็นโดยแฮกเกอร์สามารถขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลไปได้มูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อมองย้อนไปในอดีต วงการคริปโตเคยเผชิญกับการโจรกรรมครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น กรณี Poly Network ที่ถูกขโมยเงินไปประมาณ 610 ล้านดอลลาร์ในปี 2021 ตามมาด้วยกรณี Ronin Network ที่เชื่อมโยงกับเกมออนไลน์ชื่อดัง Axie Infinity ซึ่งสูญเงินไปราว 540 ล้านดอลลาร์ในปี 2022

ในปี 2018 กระดานเทรด Coincheck ของญี่ปุ่นก็เคยถูกขโมยเงินไปประมาณ 530 ล้านดอลลาร์ผ่านการโจมตี "hot wallet" หรือกระเป๋าเงินที่เชื่อมต่อออนไลน์ ซึ่งหน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ระบุว่าอาจมีกลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลัง

***Bybit หนักสุด

ตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ เปิดเผยในช่วงต้นปี 2025 ว่าถูกแฮกเกอร์ขโมยโทเคนดิจิทัลไปมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนักวิจัยด้านบล็อกเชนคำนวณแล้วพบว่าเป็นการโจรกรรมคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

เบน โจว ซีอีโอของ Bybit เปิดเผยว่าทรัพย์สินดิจิทัลที่ถูกขโมยไปนั้นถูกดึงออกจาก "cold wallet" หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มักเก็บแบบออฟไลน์และถือว่ามีความปลอดภัยสูงกว่า ซึ่งบัญชีดังกล่าวใช้สำหรับเก็บโทเคนอีเธอร์ (ether) โดยเฉพาะ

ทางด้าน Elliptic บริษัทวิจัยด้านบล็อกเชน ระบุว่าความเสียหายจากเหตุการณ์นี้มีมูลค่ามากกว่า 2 เท่าของการโจรกรรมคริปโทที่ใหญ่ที่สุดครั้งก่อนหน้า และน่าจะถือเป็นการโจรกรรมทรัพย์สินครั้งเดียวที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในทุกรูปแบบ

เหตุการณ์นี้ตอกย้ำปัญหาที่วงการคริปโทเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดปี 2024 มูลค่าความเสียหายจากการแฮ็กรวมกันสูงกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นปีที่สี่ติดต่อกันที่ยอดความเสียหายทะลุหลัก 1 พันล้านดอลลาร์ สร้างข้อกังวลต่อความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้าในอุตสาหกรรมนี้

***Poly Network พิษ DeFi

อีกเหตุการณ์โจรกรรมคริปโตครั้งสำคัญที่เคยเกิดขึ้นนับตั้งแต่บิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2008 คือ Poly Network ที่สูญเสียไปราว 610 ล้านดอลลาร์ ช่วงสิงหาคม 2021


รายงานระบุว่าแฮกเกอร์เจาะระบบ Poly Network ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับโอนโทเคนแบบ peer-to-peer และขโมยสินทรัพย์ไปมูลค่าประมาณ 610 ล้านดอลลาร์ แต่ท้ายที่สุดผู้ก่อเหตุได้ทยอยส่งเงินคืนจนเกือบครบ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นช่องโหว่ในภาคการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ DeFi ซึ่งเป็นระบบที่ผู้ใช้สามารถกู้ยืม ให้กู้ และออมเงินในรูปแบบโทเคนดิจิทัลได้โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบดั้งเดิมอย่างธนาคารหรือตลาดหลักทรัพย์

***Ronin Network อลวนวงการเกม

Ronin เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับเกมออนไลน์ชื่อดัง Axie Infinity และรองรับการโยกย้ายคริปโตข้ามบล็อกเชนต่าง ๆ ถูกแฮกเกอร์ขโมยโทเคนอีเธอร์ราว 173,600 หน่วย และโทเคน USD Coin อีกกว่า 25.5 ล้านหน่วย รวมมูลค่าขณะเกิดเหตุประมาณ 540 ล้านดอลลาร์

***Coincheck สูญ 530 ล้านดอลลาร์

ย้อนไป มกราคม 2018 ตลาดซื้อขายคริปโทสัญชาติญี่ปุ่น Coincheck ถูกโจมตีผ่าน "hot wallet" หรือกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา ส่งผลให้สินทรัพย์มูลค่าราว 530 ล้านดอลลาร์ในขณะนั้นถูกโอนออกไป

เหตุการณ์นี้ทำให้ประเด็นความปลอดภัยของตลาดซื้อขายคริปโตกลายเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง โดยหน่วยข่าวกรองของเกาหลีใต้เคยระบุว่ากลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนืออาจอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

***Mt. Gox ดังที่สุด

แม้จะมีมูลค่าความเสียหายน้อยกว่าราว 500 ล้านดอลลาร์ (ช่วงปี 2011–2014) แต่นี่คือหนึ่งในเหตุการณ์แฮ็กคริปโทที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักมากที่สุด โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับ Mt. Gox ตลาดซื้อขายบิตคอยน์ในกรุงโตเกียว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นตลาดที่มีปริมาณการซื้อขายบิตคอยน์สูงที่สุดในโลกถึงราว 80%

รายงานระบุว่าบิตคอยน์มูลค่าใกล้เคียง 500 ล้านดอลลาร์ถูกขโมยออกไปในช่วงปี 2011 ถึง 2014 และเมื่อเหตุการณ์ถูกเปิดเผยในช่วงต้นปี 2014 Mt. Gox ก็ยื่นล้มละลาย ทำให้ลูกค้ากว่า 24,000 รายไม่สามารถเข้าถึงเงินทุนของตัวเองได้

***Wormhole เบาๆ 320 ล้านดอลลาร์

แพลตฟอร์ม DeFi อย่าง Wormhole ถูกโจรกรรมโทเคนอีเธอร์ราว 120,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 320 ล้านดอลลาร์ ต่อมาหน่วยธุรกิจคริปโตของ Jump Trading บริษัทเทรดจากชิคาโก ซึ่งเคยเข้าซื้อทีมพัฒนาของ Wormhole มาก่อนหน้านั้น ได้เข้ามาชดเชยเงินทุนที่สูญหายให้แก่ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสนับสนุนให้ Wormhole เดินหน้าพัฒนาต่อไปได้

เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นว่า แม้อุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซีจะเติบโตและพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังเป็นคำเตือนสำคัญสำหรับนักลงทุนและตลาดซื้อขายทั่วโลกให้ยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้าอย่างจริงจัง.

Back To Top