Cover Image

ครม.เปิดทางพัฒนาพื้นที่เกษตร จ.อ่างทอง กว่า 6,800 ไร่ กำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน

ครม. เปิดทางพัฒนาพื้นที่เกษตร จ.อ่างทอง กว่า 6,800 ไร่ เดินหน้ากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน วางระบบน้ำ–ทางลำเลียงถึงระดับแปลงนา หวังยกระดับการผลิต เพิ่มรายได้ และลดความเสี่ยงให้เกษตรกร

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน ในท้องที่ตำบลศรีพราน ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา และตำบลหนองแม่ไก่ ตำบลคำหยาด ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พ.ศ. .... เพื่อกำหนดพื้นที่สำหรับการสำรวจและจัดทำโครงการจัดรูปที่ดิน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,800 ไร่ มุ่งพัฒนาพื้นที่เกษตรให้ได้รับประโยชน์จากระบบชลประทานและสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและรายได้ของเกษตรกร

ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีสาระสำคัญเพื่อกำหนดพื้นที่ในท้องที่ตำบลศรีพราน ตำบลบ้านพราน อำเภอแสวงหา และตำบลหนองแม่ไก่ ตำบลคำหยาด ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เป็นเขตสำรวจการจัดรูปที่ดิน เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปสำรวจพื้นที่ที่จะจัดทำเป็นโครงการจัดรูปที่ดิน รวมทั้งให้คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดมีอำนาจพิจารณาการนำที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินภายในเขตสำรวจมาใช้เพื่อการจัดรูปที่ดินได้

สำหรับพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจมีขนาดประมาณ 6,800 ไร่ โดยการจัดรูปที่ดินมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมให้เกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการชลประทานและการสาธารณูปโภคอย่างทั่วถึง เช่น การสร้างคูส่งน้ำ คูระบายน้ำ และทางลำเลียงน้ำในระดับแปลงนา ซึ่งจะช่วยให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น และลดความเสี่ยงในการผลิตและการตลาด อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การกำหนดเขตสำรวจดังกล่าวเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการจัดทำโครงการจัดรูปที่ดิน โดยจะเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจและเตรียมการดำเนินโครงการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขณะเดียวกัน คณะกรรมการจัดรูปที่ดินจังหวัดสามารถพิจารณาการนำที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินภายในเขตสำรวจมาใช้เพื่อการจัดรูปที่ดินได้ตามอำนาจหน้าที่

ทั้งนี้ หนังสือราชการระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักการของพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2558 ซึ่งมีเป้าหมายให้พื้นที่เกษตรกรรมได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบความถูกต้องของพื้นที่และแนวทางดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว

หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการแล้ว จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาฯ ก่อนดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

Back To Top