รวบหนุ่มซุกยาบ้า 6 พันเม็ด พกปืนอ้างป้องกันพวกดักปล้น ถ้ายิงต่อสู้ตำรวจคงไม่รอด ยอมให้จับติดคุกดีกว่า
ดวงโจรดับ! รวบ 2 หนุ่มบุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 6,000 เม็ด พร้อมปืนและกระสุน อ้างไว้ป้องกันตัว กลัวถูกดักปล้นเอายาบ้า ไม่ได้คิดมีไว้เพื่อจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าสู้ขัดขืนไปคงไม่รอดแน่ จึงยอมให้จับดีกว่า ติดคุกยังมีวันออกมา
12 สิงหาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.69 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ผกก.สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล หัวหน้าชุดปฎิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ บูรณาการกำลังร่วมกับ สภ.บ้านด่าน, เจ้าหน้าที่ชุด ชปส.กก.ตชด.21, ชปส.ร้อย ตชด.215-216, เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง อ.เมืองบุรีรัมย์, เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด (นฝด.22, ขกท.กกล.สุรนารี) ของ ขกท.ศปก.ทบ., เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 26 และเจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดเป็นชาย 2 ราย คือ นายพรเทพ หรือช้าง อายุ 26 ปี(เสื้อสีส้ม) กับนายชัยรัตน์ หรือน็อต อายุ 21 ปี (เสื้อสีน้ำตาล)ทั้งคู่เป็นชาว ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 3 มัด หรือจำนวนประมาณ 6,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในเสื้อบริเวณหน้าท้องของนายชัยรัตน์ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาดจุด 38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดจุด 38 อีกจำนวน 10 นัด ได้ที่บริเวณแยกไฟแดงบ้านด้าน อ.บ่านด่าน จ.บุรีรัมย์
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าในเส้นทางจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผ่านเส้นทาง อ.บ้านด่าน และ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มักจะเป็นเส้นทางที่ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ใช้เป็นเส้นทางสัญจรในการเดินทางไปรับเอายาเสพติด ที่ทีมขนลำเลียงยาเสพติด หรือนักบิน จะนำยาเสพติดมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และในพื้นที่ จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักตามเส้นทาง
กระทั่งพบมีชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง-ขาว คือนายพรเทพ หรือช้าง(เสื้อสีส้ม) เป็นคนขับ และมีนายชัยรัตน์ หรือน็อต (เสื้อสีเทา) นั่งซ้อนท้าย โดยคนนั่งซ้อนท้าย และมีลักษณะท่าทางพิรุธ และใช้มือกอดที่ท้องตัวเอง เหมือนซุกซ่อนสิ่งของบางอย่างไว้ในเสื้อตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สังเกตติดตามอย่างกระชั้นชิด
เมื่อรถจักรยานยนต์ ขับมาถึงบริเวณแยกไฟแดงบ้านด่าน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่รออยู่แล้ว ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้ส่งสัญญาณให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหยุด แต่รถจักรยานยนต์กำลังจะพยายามเร่งเครื่องหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่สกัดรออยู่ข้างหน้า กับชุดจับกุมที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เข้าจับกุมตัวได้เสียก่อน และตรวจพบถุงพลาสติกสีดำซึ่งภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3 มัด หรือประมาณ 6,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อบริเวณหน้าท้องของนายชัยรัตน์
จากการตรวจค้นภายในรถจักรยานยนต์ ยังพบอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีก จำนวน 10 นัด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 ราย มาสอบสวนเพิ่มเติม ยังที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ก่อนนำตัวส่ง พงส.สภ.บ้านด่าน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถาม นายพรเทพให้การยอมรับสารภาพว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวพวกตนเพิ่งกำลังไปเก็บมาจากทางเข้าหมู่บ้านโนนพะไลย์ ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตนได้ติดต่อสั่งซื้อมาจากชาวลาวผ่านทางไลน์ ซึ่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยติดคุกในคดียาเสพติดด้วยกันเป็นผู้แนะนำให้รู้จัก หลังจากตนพ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการติดต่อสั่งซื้อยาบ้ากับชาวลาวรายนี้เป็นประจำ เฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง และจะเดินทางไปรับเอายาบ้าที่หมู่บ้านโนนพะไลย์ เป็นประจำ เพื่อนำมาขายให้กับลูกค้าในหมู่บ้าน ซึ่งมีแทบทุกเพศทุกวัย ขายปลีกในราคาเม็ดละ 50 บาท ก็มีลูกค้ามาซื้อตั้งแต่ 1 เม็ด ไปจนถึงยกถุงขายในราคาถุงละ 3,500 บาท โดยเงินที่ได้ก็หมดไปกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเสพยาเสพติด ซึ่งก่อนจะออกมาเก็บยาบ้าพวกตนทั้ง 2 คน ก็เพิ่งเสพยาบ้ากันไปคนละ 1-2 เม็ด
สำหรับอาวุธปืนตนมีไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เพราะกลัวจะมีกลุ่มพ่อค้ายาบ้าด้วยกัน มาดักปล้นเอายาบ้า และไม่ได้คิดมีไว้เพื่อจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าสู้ขัดขืนไปคงไม่รอดแน่ จึงยอมให้จับดีกว่า เพราะติดคุกยังมีวันออกมา.