พบโกงเพิ่ม-สั่งนับคะแนนใหม่ ตัดสิทธิ 5,924 คน กสถ.สั่งเลิกบัญชีเดิมทั้งหมด ดึงหน่วยงานกลางจัดการ

พบโกงเพิ่ม-สั่งนับคะแนนใหม่ ตัดสิทธิ 5,924 คน กสถ.สั่งเลิกบัญชีเดิมทั้งหมด ดึงหน่วยงานกลางจัดการ
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวภายหลังเป็นประธานการการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า วันนี้ประชุมอีกครั้งจากที่มีการประชุมไปแล้วไม่นาน และวันนี้กลับมาประชุมอีกครั้ง หลังจากที่สังคมได้รับข่าวสารที่บิดเบือน เช่น การดึงรายชื่อออก วันนี้ก็จะเพิกถอนคนที่มีคะแนนผิดปกติ ซึ่งเราได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเราได้ข้อมูลสำคัญมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว และทำการตรวจสอบเมื่อคืนนี้จึงนำเข้าผลตรวจสอบเข้ามาสู่ที่ประชุมในวันนี้ ซึ่งซึ่งวันนี้ที่ประชุมได้เห็นข้อมูลทั้งหมด คะแนนทั้งหมดของผู้เข้าสอบกว่า 279,000 คน จากผู้สมัครกว่า 400,000 คน ซึ่งเราเห็นความผิดปกติทั้งหมด 5,924 คน เมื่อเราเห็นความผิดปกติของคะแนนที่ถูกปรับ กรรมการรับทราบข้อมูลจากที่ได้นำเสนอ และมีมติว่ายกเลิกผลการสอบครั้งที่ผ่านมา และมีมติยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีข้าราชการท้องถิ่นที่ได้ขึ้นบัญชีไปแล้วทั้งหมด และประธานกสถ.จะมีการลงนามประกาศในบัญชีใหม่ ที่ได้ตรวจสอบคะแนนใหม่ทั้งหมด และขึ้นบัญชีใหม่ให้ทุกคนรับทราบต่อไป ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบมากที่สุด คาดว่าในต้นสัปดาห์หน้า จะลงนามยกเลิกประกาศฉบับเดิม และลงนามผู้สอบแข่งขันฉบับใหม่
เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงอำนาจของ กสถ.ในการเพิกถอนหรือไม่ เพราะหลายคนมีการตั้งข้อสังเกตว่า กสถ.มีอำนาจในการเพิกถอน นายนิรัตน์ กล่าวว่า หน่วยงานไหนที่เป็นคนผูก หน่วยงานนั้นก็ต้องเป็นคนแก้ ถ้ามตินั้นเกิดจาก กสถ.พบว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง กสถ.ก็มีอำนาจหน้าที่พิจารณามติตัวเองให้ถูกต้อง ยืนยันว่า กสถ.มีอำนาจหน้าที่ในการทำตรงนี้
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อถอนชื่อข้าราชการที่ถูกเพิกถอนการบรรจุออกจากบัญชีผู้กระทำผิดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ทันแล้ว จะวิ่งเต้นกับใครก็ไม่ได้ เพราะทุกอย่างจบแล้ว และต้องเป็นไปตามมติที่มี
นายอรรษิษฐ์ กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดีกับผู้ที่นำคะแนนอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบว่า กสถ.มีมติให้ดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ กสถ.โดยไม่ว่าจะเป็นผู้รับจ้าง หรือผู้ที่จัดทำข้อมูลและนำข้อมูลอันเป็นเท็จมาเสนอ ก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจะมอบหมายให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นไปแจ้งความดำเนินคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีโกงสอบท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ เคยระบุว่า ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้มีคะแนนสอบผิดปกติรวม 5,814 ราย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 จำนวน 3,621 ราย เป็นผู้ที่มีคะแนนสอบเพิ่มขึ้นอย่างผิดสังเกตและชัดเจน
กลุ่มที่ 2 จำนวน 1,713 ราย เป็นผู้ที่เดิมมีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ดี แต่กลับมีคะแนนเพิ่มขึ้นอีกอย่างผิดปกติ กลุ่มที่ 3 จำนวน 480 ราย เป็นผู้ที่คะแนนแตกต่างจากคะแนนเดิมเพียง 1 คะแนน แต่กระดาษคำตอบหรือเอกสารที่ใช้ตรวจสอบยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ.กล่าวถึงกรณีมีข้อท้วงติงว่า กสถ. มีอำนาจอะไรมาเพิกถอนว่า เรื่องนี้เราใช้กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเกี่ยวกับเรื่องเจ้าหน้าที่ที่ไปออกคำสั่งทางปกครอง เมื่อเห็นว่าข้อมูลหรือคำสั่งที่ออกไปมีข้อบกพร่อง มีข้อที่ไม่สมบูรณ์ ผู้ออกคำสั่งทางปกครองจะต้องดำเนินการแก้ไขคำสั่งทางปกครองนั้นๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อยุติในส่วนของฝ่ายปกครอง ทั้งนี้สิทธิ์ต่างๆ ยังไม่หมดสิ้น เพราะเมื่อมีการยกเลิกบัญชีและขึ้นบัญชีใหม่ เราต้องส่งบัญชีนี้ไปยังคณะกรรมการข้าราชการท้องถิ่นประจำจังหวัด ให้ดำเนินการมีมติว่า มติครั้งที่แล้วชอบด้วยกฎหมายก็ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคำสั่งให้ข้าราชการออกจากข้าราชการดังกล่าว
เมื่อถามว่าผู้เสียโอกาสสามารถไปร้องศาลปกครองได้หรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า สามารถร้องได้ ซึ่งต้องเข้ากระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติทางราชการปกครอง หากไม่พอใจผล จึงจะไปฟ้องศาลปกครองได้ ส่วนศาลจะสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจของศาล ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มอบฝ่ายกฎหมายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเตรียมการชี้แจงกับศาลปกครองแล้ว