คมนาคม เตรียมชงครม.ของบ 5.8 พันลบ.อุดหนุนระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 8 สาย : อินโฟเควสท์
กระทรวงคมนาคม เดินหน้าขับเคลื่อนมาตราการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า 8 สาย สูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติจัดสรรงบกลางปี 70 จำนวน 5,850 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย จำนวน 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชน จำนวน 65 ล้านบาท ย้ำบัตรแรบบิทยังใช้ตั๋วร่วมไม่ได้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้า 8 สาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีเขียว และสายสีทอง พร้อมพิจารณาร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และเงื่อนไขทางธุรกิจ (Business Rules) ภายใต้หลักการเคารพสัญญาเดิมโดยไม่แก้ไขสัญญาสัมปทาน และไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า โดยกำหนดค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารตลอดเส้นทางสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว สำหรับประชาชนชาวไทยที่ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” และชำระค่าโดยสารด้วยบัตร EMV Contactless
สำหรับการดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารร่วมในปีแรก คาดว่าจะใช้งบประมาณรวม 5,850 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสารรถไฟฟ้า 8 สาย จำนวน 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชน จำนวน 65 ล้านบาท โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เนื่องจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วมยังอยู่ระหว่างการจัดทำระเบียบและประกาศที่เกี่ยวข้อง และยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินทุนประเดิม
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้หน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้แก่ รฟม. และ กทม. รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทาง รายได้จริง และประเมินปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการ (Induced Demand) เป็นระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มดำเนินการ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ประกอบการเจรจาจัดสรรส่วนแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนให้แก่ภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
ในส่วนของมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน ที่ประชุมได้พิจารณาข้อเสนอขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ครอบคลุมรถไฟชานเมืองสายสีแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แก่ สายนครวิถี ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของ รฟม. เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมและ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยผลการดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของรถไฟฟ้าสายสีแดงและสายสีม่วง ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 โดยข้อมูลสะสม ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งสองสาย ได้แก่
– รถไฟฟ้าสายสีแดง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 9,460 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.01 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.31 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 212.43
– รถไฟฟ้าสายสีม่วง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 27,653 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 135.41 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.60 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 275.00
เมื่อรวมทั้งสองสาย มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.54 สะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงบวกของมาตรการในการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง ทั้งด้านปริมาณผู้โดยสารและรายได้ค่าโดยสาร ตลอดจนแนวโน้มการใช้บัตร EMV Contactless ในการชำระค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว
*บัตร Rabbit ยังใช้ตั๋วร่วมไม่ได้
ส่วนบัตร Rabbit ซึ่งใช้ในรถไฟฟ้าสายสีเขียว สีทอง สีเหลือง สีชมพู ได้หรือไม่นั้น ก่อนหน้านี้ นายพิเชฐ ได้เคยหารือว่าหาก “เป๋าตัง” รับบัตร Rabbit ได้ จะเป็นประโยชน์ และอยากให้ใช้ชำระค่าโดยสารโดยลงทะเบียนบัตรในแอปฯ เป๋าตัง จึงไปเจรจากับ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็น CCH ซึ่งกรุงไทยระบุว่าไม่สามารถรับบัตร Rabbit ได้ในเวลานี้ เนื่องจากบัตร Rabbit ยังไม่ได้รับรองมาตรฐานการทำธุรกรรมจาก Visa หรือ Mastercard จึงไม่สามารถเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินได้ ดังนั้นขึ้นอยู่กับบัตร Rabbit ว่าจะพัฒนาระบบให้ได้มาตรฐาน Visa หรือ Mastercard หรือไม่
“หากผู้ประกอบการต้องการเข้าร่วมมาตรการ 17-45 บาท ก็ต้องพัฒนามาตรฐานให้เป็น Visa หรือ Mastercard หากไม่ทันวันที่ 1 ม.ค. 70 สายสีเขียว ซึ่งมีช่องทางรับบัตร EMV น้อย อาจจะเกิดความแออัดทางเข้า ก็ต้องหาทางแก้ปัญหา เพราะกระทรวงคมนาคมได้มีความพยายามที่จะดำเนินการให้แล้วแต่เนื่องจากบัตรและระบบในการชำระเงินเป็นคนละมาตรฐานกัน และกรุงไทยไม่สามารถรับบัตร Rabbit ได้สำหรับการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการรถไฟฟ้า ”
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาร่าง MOU การโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก ส่วนต่อขยาย และสายสีทอง จาก กทม. ให้แก่ รฟม. เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการโครงข่ายรถไฟฟ้าแบบองค์รวมโดยหน่วยงานภาครัฐรายเดียว ทั้งนี้ ร่าง MOU ดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย และจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป
สำหรับการออกกฎหมายลำดับรองตามพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยประกาศ สนข. จำนวน 5 ฉบับ ประกาศกระทรวงคมนาคม จำนวน 6 ฉบับ และประกาศคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม จำนวน 2 ฉบับ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อรองรับการขับเคลื่อนระบบตั๋วร่วมและนโยบายอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าในระยะยาว
โดย คคฦ/รัชดา คงขุนเทียน