ไอซ์ แฉ กอ.รมน. ซื้อไฟฉายกระบอกละ 5,600 บาท ปูดบริษัทร้างโผล่บางโครงการ
รักชนก ชงหั่นงบสำนักงบฯ 10% ชี้ขาดประสิทธิภาพการทำงาน แฉ กอ.รมน. ซื้อไฟฉายกระบอกละ 5,600 บาท แต่ไม่มีใบเสนอราคา ปูดบางโครงการ ใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง แต่ยังปล่อยผ่าน
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 7 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานในกำกับ โดยขอปรับลดงบประมาณของสำนักงบประมาณลง 10% เนื่องจากเห็นว่ายังขาดประสิทธิภาพ ซึ่งการพิจารณางบของทุกโครงการควรมีใบเสนอราคา พร้อมรายละเอียดแนบมาด้วย
แต่สิ่งที่เจอในคณะอนุกรรมาธิการ (อนุกมธ.) บางโครงการพบว่า ไม่มีการระบุรายละเอียด ไม่มีการระบุยี่ห้อ และไม่มีการระบุของที่จะซื้อในใบเสนอราคา เช่น โครงการยกระดับเพิ่มศักยภาพข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งบประมาณมูลค่าหลายสิบล้านบาท แต่ไม่ใส่รายละเอียดไว้เลย
อีกโครงการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่มีการยื่นของหลายรายการมาให้ กมธ. พิจารณา เช่น ขอซื้อไฟฉายกระบอกละ 5,600 บาท แต่ไม่มีแม้กระทั่งใบเสนอราคา และไม่ได้บอกว่าจะซื้อยี่ห้อไหนรุ่นไหน
ถามว่า กมธ. จะปรับลดงบประมาณให้มีความเหมาะสมกับของที่ท่านจะซื้อใช้ได้อย่างไร และพอเป็นหน่วยงานของ กอ.รมน. ทางกมธ.ฟากรัฐบาลเหมือนปล่อยๆ ให้ผ่านไป และปรับลดงบประมาณแค่เป็นพิธี ทั้งที่ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย
“ขอตั้งคำถามไปที่สำนักงบประมาณ และรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงบประมาณโดยตรง ว่าจริงๆ แล้วท่านอยากให้การทำงานในกมธ. และอนุกมธ.เป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ สามารถที่จะปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นได้ หรืออยากให้เป็นแค่พิธีการที่ผ่านไปเฉยๆ” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า ปัญหาต่อมา คือ บางโครงการใบเสนอราคาเป็นคนละบริษัท แต่มีชื่อผู้จัดการโครงการเป็นชื่อเดียวกัน และเบอร์ติดต่อเดียวกัน ถามว่าคนละบริษัท แต่ชื่อผู้จัดการโครงการชื่อเดียวกันแบบนี้ปล่อยมาได้อย่างไร บางโครงการที่ใบเสนอราคาแปลกๆ ถ้าท่านจัดการตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องให้กมธ.พิจารณา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณได้
นอกจากนี้ ยังมีใบเสนอราคาจากบริษัทร้าง เป็นบริษัทที่กรมฝนหลวงต้องการทำโครงการซื้อเรดาร์ตรวจจับ แต่ท่านไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีงบการเงินในปี 68 และปีปัจจุบัน คือไปขอใบเสนอราคาจากบริษัทที่ไม่มีการดำเนินการ จึงไม่แน่ใจว่าโครงการแบบนี้สำนักงบประมาณปล่อยผ่านมาได้อย่างไร ถ้าแต่ละหน่วยงานไม่พร้อมที่จะทำเอกสารให้ถูกต้อง
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า หน่วยงานเดี๋ยวนี้รู้มาก ส่งเอกสารมาให้อนุกมธ.พิจารณา แต่ส่งมาเป็นคิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นโฟลเดอร์ไม่ใช่เอกสาร ในการพิจารณาให้สแกนคิวอาร์โค้ดที่มีรายละเอียดการพิจารณาค่อนข้างมาก
แต่สิ่งที่บางหน่วยงานทำ เช่น สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำคิวอาร์โค้ดมาแปะไว้ เมื่อสแกนจะเห็นข้อมูล แต่พอออกจากห้องไปเขาก็ลบข้อมูลในไฟล์เหล่านั้นออก ไม่แน่ใจว่าปล่อยให้การพิจารณาเป็นแบบนี้ได้อย่างไร
ดังนั้น วันนี้คิดว่าหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพ และจะช่วยป้องกันการทุจริตคอรัปชันได้ต้องเริ่มจากสำนักงบประมาณ
“ขอฝากผู้อำนวยการสำนักงบประมาณคนใหม่ คนเดิมอาจจะทำงานไร้ประสิทธิภาพมาหลายปี แต่ตนคาดหวังว่าผู้อำนวยการคนใหม่จะทำให้กระบวนการด้านงบประมาณเป็นกระบวนการที่โปร่งใส และช่วยเป็นแขนขวาของ กมธ. และอนุกมธ. ที่จะทำให้การพิจารณางบประมาณมีประสิทธิภาพ” น.ส.รักชนก กล่าว