Cover Image

คนไทยเปย์เจ้านายฉ่ำ 5.6 หมื่น/ ปี เพื่อน้องหมา - แมว ดันเทรนด์ Longevity สัตว์เลี้ยงมาแรง - Brand Buffet

แชร์ :

Pet Humanization หรือ การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัว คือหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงในสังคมไทยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจที่เรียกว่า “Pet Economy” มูลค่ามหาศาลให้เติบโตต่อเนื่อง

และแม้เทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงที่ดีขึ้นจะทำให้ปัญหาสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในแบบเก่าทั้งโรคพยาธิ หัด ต่างๆ จะลดลง ทว่ากลับมีปัญหาโรคร้ายแรงใหม่เข้ามาให้ต้องระวัง โดยข้อมูลจาก โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ พบว่า ปัจจุบัน 5 โรคร้ายที่น้องหมา-น้องแมวเป็นมากที่สุดในปี 2568-2569 ประกอบไปด้วยโรคระบบทางเดินอาหาร 9.11% ,โรคผิวหนังและบาดแผล 7.93% ,โรคตา 4.39% , โรคระบบทางเดินหายใจ 3.78% และโรคหู 3.06%

เจาะลึกเศรษฐกิจ “เปย์เพื่อลูกสี่ขา” ดันยอดบิลพุ่ง 1.3 หมื่นบาท หรือ 5.6 หมื่นบาท/ตัว/ปี

อย่างไรก็ดีในยุคที่สัตว์เลี้ยงขยับสถานะสู่ “Pet Parent” หรือสมาชิกสำคัญในบ้าน พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวไทยได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อระบุว่า เจ้าของสัตว์เลี้ยงยอมแบกรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 56,000 บาทต่อตัวต่อปี เพื่อแลกกับโภชนาการ การป้องกัน และการรักษาที่มีคุณภาพสูงสุด

ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเลข “ต่อบิล” ในการใช้จ่ายต่อสัตว์เลี้ยง สะท้อนถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจในตลาดรักษาสัตว์ โดยกลุ่มสุนัขมีค่าใช้จ่าย OPD ครั้งละ 2,500 บาท และ IPD ครั้งละ 10,000 บาท ขณะที่ฝั่ง “ทาสแมว” ยอมจ่ายหนักยิ่งกว่าในกรณีเจ็บป่วยรุนแรง โดยมีค่า IPD ต่อครั้งสูงถึง 13,000 บาท (สูงกว่าสุนัข 30%) ขณะที่ OPD อยู่ที่ 2,000 บาท ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ที่คาดการณ์ว่าจะปิดรายได้ปี 2569 ที่ 1,700 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13.5% จากปีก่อนหน้า ท่ามกลางปริมาณการเข้าใช้บริการ (Visit) ที่หนาแน่นถึง 50,000 ครั้งต่อเดือน

สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล

สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล

ยุทธศาสตร์ “Next Step of Veterinary Care”  เมื่อการรักษาไม่ใช่แค่ทำให้หาย แต่คือการชะลอวัย

สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ  ได้วางทิศทางธุรกิจในก้าวที่ 32 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยมองข้ามช็อตจากการเป็นเพียง “Healthcare Giver” หรือผู้รักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การเป็น “Healthcare Partner” หรือพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพเชิงรุก โดยใช้แนวคิดที่เรียกว่า “Longevity” หรือการสร้างช่วงชีวิตที่แข็งแรงยาวนานให้กับสัตว์เลี้ยง

โมเดลธุรกิจใหม่นี้ถูกขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก (Framework) คือ:

  1. Prevent (ป้องกัน): การตรวจพบความเสี่ยงล่วงหน้าก่อนเกิดโรค
  2. Regress (ชะลอการเกิดโรค): การจัดการสุขภาพเพื่อไม่ให้โรคลุกลาม
  3. Retard (รักษาและฟื้นฟู): การคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดแม้ในเคสที่เจ็บป่วยรุนแรง

หัวใจสำคัญของแผนการตลาดนี้คือการนำ “Big Data” จากประสบการณ์การรักษากว่า 32 ปี มาวิเคราะห์ Pattern ของโรคตามสายพันธุ์และช่วงอายุ เช่น ความเสี่ยงโรคหัวใจในแมวไทย เพื่อพยากรณ์โรค (Predictive Medicine) และเสนอแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Care) ซึ่งจะช่วยสร้าง Customer Loyalty ในระยะยาว เพราะเจ้าของไม่ได้ต้องการแค่หมอ แต่ต้องการที่ปรึกษาที่ดูแล “อนาคต” ของสัตว์เลี้ยงได้

Roadmap การลงทุน 250 ล้านบาท  ขยายสาขา-อัปเกรดนวัตกรรมขั้นสูง

ด้านคุณพูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวถึงทิศทาง การเติบโตของธุรกิจและการลงทุนเพื่อสนับสนุน Next Step ของรพส.ทองหล่อ ว่า “ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อในปี 2026 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผลประกอบการของทั้งเครือเติบโตอยู่ที่ประมาณ 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในปีนี้เรายังมีแผนขยายสาขาเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการรักษา (Access to Care) และรองรับความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง”

พร้อมกันนี้ยังได้กางแผนการลงทุนปี 2569 ด้วยงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท มุ่งเน้นไปที่การเพิ่ม “Access to Care” หรือการเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก

Network Expansion & Modernization: การขยายสาขาใหม่ในจุดยุทธศาสตร์อย่าง ภูเก็ต-เกาะแก้ว และบางนา เพื่อรองรับกลุ่ม Pet Parent กำลังซื้อสูง พร้อมกับการปรับโฉมครั้งใหญ่ (Renovate) สาขาดั้งเดิมอย่าง สุขุมวิท (ทองหล่อ) และการย้ายสาขาปิ่นเกล้าไปยังอาคารใหม่ที่ทันสมัยและใหญ่กว่าเดิม

Specialized Center Investment: การลงทุนในศูนย์การรักษาเฉพาะทางที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ศูนย์โรคตา และศูนย์เวชศาสตร์และการเคลื่อนไหว (Ability Center) ซึ่งเป็นเทรนด์การรักษาที่เติบโตล้อไปกับสังคมสัตว์เลี้ยงสูงวัย

นวัตกรรมการรักษาที่เป็น “หัวหอก” ของโรงพยาบาล ได้แก่ เทคโนโลยี TEER (Transcatheter Edge-to-Edge Repair) สำหรับโรคลิ้นหัวใจรั่วในสุนัข, การผ่าตัดสลายต้อกระจก, และการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ซึ่งเป็นการรักษาที่ซับซ้อนและต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพเท่านั้น การมีเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มโอกาสรอดชีวิต แต่ยังสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ให้กับแบรนด์ในตลาดสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม

สร้าง Pet Healthcare Ecosystem  กลยุทธ์ “พี่ใหญ่” ยกระดับทั้งวงการ

นอกจากนี้แผนธุรกิจของรพส.ทองหล่อ ยังมุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งผ่าน Partnership กับภาคส่วนต่างๆ ภายใต้แนวคิด “One Health” ที่ใส่ใจทั้งสุขภาพสัตว์เลี้ยงและเจ้าของไปพร้อมกัน

“นอกจากการลงทุนในเทคโนโลยีและการสร้าง Ecosystem แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เรามองว่าเป็นหัวใจของการยกระดับมาตรฐาน คือการลงทุนในองค์ความรู้และบุคลากร เพราะ Next Step ไม่ควรเกิดขึ้นเฉพาะที่ทองหล่อ เราจึงเดินหน้าพัฒนา Thonglor Vet Academy เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการรักษา รวมถึงส่งต่อองค์ความรู้ไปยังบุคลากรในวิชาชีพสัตวแพทย์ในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อช่วยให้วิชาชีพสัตวแพทย์และธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เราในฐานะ ‘พี่ใหญ่ในวงการ’ ต้องการนำประสบการณ์และองค์ความรู้ที่สั่งสมมากว่า 32 ปี มาร่วมกันนิยามมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงในก้าวต่อไป รวมไปถึงยกระดับวิชาชีพสัตวแพทย์”

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนใน “คน” และ “องค์ความรู้” ผ่าน Thonglor Vet Academy เพื่อเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทอดประสบการณ์การรักษาเคสยากและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบุคลากรสัตวแพทย์ทั่วประเทศ กลยุทธ์นี้เป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น “พี่ใหญ่ในวงการ” ที่ไม่ได้มองเพียงผลกำไร แต่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ (Standardization) ให้กับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้ที่ 1,700 ล้านบาทในสิ้นปี


แชร์ :

Back To Top