Cover Image

สรุปพัฒนาการ 5 ปี ตลาดกาแฟไทย จากยุคฟื้นตัว สู่เค้กก้อนโต 6.7 หมื่นล้านบาท - Marketeer Online


ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา “ตลาดกาแฟไทย” เปลี่ยนจากธุรกิจที่แข่งขันกันด้วยจำนวนสาขา ราคา และความสะดวก ไปสู่ตลาดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ แหล่งที่มาของเมล็ด และประสบการณ์มากขึ้น

จากตลาดที่เริ่มฟื้นตัวหลังโควิดในปี 2565 มูลค่าตลาดกาแฟไทยขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี จนคาดว่าจะขยับแตะระดับเกือบ 7 หมื่นล้านบาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

แต่การเติบโตของตลาดไม่ได้หมายความว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะในช่วงหลังต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาขาย ส่งผลให้มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังเป็นโจทย์สำคัญ

5 ปี ตลาดกาแฟไทย จาก Recovery สู่ Value Creation

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินและคาดการณ์ทิศทางพัฒนาการของตลาดกาแฟไทยในรอบ 5 ปีไว้อย่างน่าสนใจ โดยเห็นการขยับตัวจากยุคฟื้นตัวหลังวิกฤต สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในปัจจุบัน

ยุคฟื้นตัว ปี 2565

มูลค่าตลาดร้านกาแฟอยู่ที่ประมาณ 34,500 ล้านบาท ตลาดเริ่มกลับมาหลังโควิด ผู้บริโภคกลับมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ขณะที่ Cafe Hopping และการทำงานนอกออฟฟิศช่วยเพิ่มโอกาสการบริโภคกาแฟ

ยุคขยายสาขา ปี 2566

มูลค่าตลาดกาแฟขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60,000 ล้านบาท เชนกาแฟรายใหญ่เร่งเปิดสาขา ขยายจุดขายเข้าใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น การแข่งขันเน้นทำเล ราคา และความสะดวก ทำให้กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มที่เข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

จุดเปลี่ยนสู่ Specialty Coffee ปี 2567

มูลค่าตลาดขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 60,000–65,000 ล้านบาท พร้อมกับการเติบโตของ Specialty Coffee ที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพ รสชาติ และเอกลักษณ์ของกาแฟมากกว่าแค่ความสะดวก

มูลค่าโตจากแรงดันต้นทุน ปี 2568

มูลค่าตลาดขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 65,000–67,000 ล้านบาท โดยการเติบโตส่วนหนึ่งมาจากราคาขายต่อแก้วที่เพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ นม บรรจุภัณฑ์ และค่าดำเนินงาน ขณะที่การแข่งขันในตลาดยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง

ยุคสร้างมูลค่า ปี 2569

ตลาดคาดว่าจะขยับแตะระดับ 67,000–68,000 ล้านบาท หรือเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ขณะที่คนไทยบริโภคกาแฟเฉลี่ยประมาณ 1.5–1.7 แก้วต่อคนต่อวัน ยังต่ำกว่าหลายประเทศอย่างยุโรปและญี่ปุ่นที่อยู่ราว 3–6 แก้วต่อวัน ทำให้ตลาดยังมีโอกาสเพิ่มทั้งความถี่และมูลค่าการบริโภค

ศึกกาแฟขยายจากหน้าร้าน สู่ทั้ง Ecosystem

เมื่อการแข่งขันไม่ได้จบที่หน้าร้าน เกมกาแฟจึงขยายไปตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร โรงคั่ว ไปจนถึงร้านกาแฟ

ต้นน้ำ: ต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเมล็ด การเพิ่มมูลค่าต่อกิโลกรัม การดูแลพื้นที่ปลูก และมาตรฐานด้านความยั่งยืน รวมถึงกฎระเบียบใหม่อย่าง EUDR ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบว่าสินค้าไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่า

กลางน้ำ: โรงคั่วต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการดึงรสชาติและเอกลักษณ์ของเมล็ดออกมา ขณะที่การพัฒนาโปรไฟล์การคั่วกลายเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความแตกต่าง

ปลายน้ำ: ร้านกาแฟต้องแข่งขันทั้งคุณภาพเครื่องดื่ม ราคา ทำเล บริการ และประสบการณ์ ขณะเดียวกันกระแส Cafe Hopping และ Coffee Tourism ก็ทำให้ร้านกาแฟบางแห่งกลายเป็น Destination ที่ผู้บริโภคตั้งใจเดินทางไป

4 เทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนตลาดกาแฟ

1.Wellness กาแฟเริ่มเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ด้านสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะกาแฟดำและเครื่องดื่มที่ลดน้ำตาล

2.Coffee Tourism การเดินทางไปฟาร์มกาแฟ โรงคั่ว และร้าน Specialty Coffee ทำให้กาแฟเชื่อมโยงกับธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น

3.Cold & Signature Coffee กาแฟเย็นยังเป็นเมนูสำคัญของตลาดไทย ขณะที่กาแฟส้ม กาแฟมะพร้าว และเมนู Signature ช่วยสร้างความแตกต่างให้แต่ละร้าน

4.Sustainability ผู้บริโภคสนใจมากขึ้นว่ากาแฟมาจากไหน ใครเป็นผู้ปลูก และเกษตรกรได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่มากน้อยแค่ไหน ทำให้เรื่อง Traceability และความยั่งยืนมีบทบาทมากขึ้น

ตลาดกาแฟไทยกำลังเปลี่ยนจาก “ขายแก้ว” สู่ “ขายคุณค่า”

โจทย์ของตลาดกาแฟไทยในระยะต่อไปจึงไม่ใช่แค่การเปิดสาขาให้มากขึ้น หรือแข่งขันด้วยราคาที่ถูกลง แต่คือการสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่ไม่สามารถแข่งขันกับประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่อย่างเวียดนามและลาวได้ง่ายในเรื่องปริมาณและต้นทุน การขยับไปสู่ Specialty Coffee และกาแฟมูลค่าสูง จึงเป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรม

จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผู้ประกอบการที่สามารถยกระดับคุณภาพ ควบคุมต้นทุน และสร้างเรื่องราวให้กาแฟแต่ละแก้วมีความแตกต่าง จะมีโอกาสสร้าง Margin ได้มากกว่าการแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว

ดังนั้นหาก 5 ปีที่ผ่านมาเป็นยุคของการขยายตลาดและจำนวนสาขา 5 ปีต่อจากนี้อาจเป็นยุคของ Value Creation ที่คำถามสำคัญไม่ใช่ “ขายได้กี่แก้ว” แต่คือ “กาแฟหนึ่งแก้วสร้างมูลค่าได้มากแค่ไหน”


Back To Top