มท. เล็งเปิดลงทะเบียน ‘โซลาร์ครัวเรือน’ เฟสแรก พ.ย. นี้ รัฐหนุน 5หมื่น เผยติดตั้งบนดิน-หลังคา-ลอยนำ้ได้

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงมหาดไทยได้ลงนามในหนังสือปรับแก้หลักเกณฑ์โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือน วงเงินสนับสนุนรวม 75,000 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมทั้งรูปแบบติดตั้งบนหลังคา (On-roof) บนพื้นดิน (On-ground) และบนผิวน้ำ (Floating) เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดทางกายภาพ ตอบโจทย์ความต้องการและเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงโครงการได้กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะครัวเรือนในต่างจังหวัดที่โครงสร้างหลังคาไม่สามารถรับน้ำหนักแผงโซลาร์ขนาด 5 กิโลวัตต์ (kW) ได้ หรือบ้านเรือนที่มีพื้นที่ดินว่างเปล่าและบ่อน้ำขนาดใหญ่ จากเดิมที่จำกัดเฉพาะการติดตั้งบนหลังคาเท่านั้น สำหรับเงื่อนไขการสนับสนุน รัฐบาลยังคงกรอบเงินอุดหนุนเดิมที่ 50,000 บาทต่อครัวเรือน (เฉพาะผู้ที่มีมิเตอร์ไฟฟ้า) โดยกำหนดขนาดกำลังผลิตขั้นต่ำ (Minimum) ที่ 5 กิโลวัตต์ และสูงสุด (Maximum) ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ ขณะที่การรับซื้อไฟฟ้าคืนนั้น การไฟฟ้าจะรับซื้อในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย อายุสัญญายาว 20 ปี
“รัฐจะรับซื้อไฟฟ้าคืนเฉพาะส่วนการผลิตขนาด 5 กิโลวัตต์เท่านั้น จึงแนะนำให้บ้านที่มีภาระค่าไฟสูง หรือมีบิลค่าไฟตั้งแต่ 3,000–4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปเข้าร่วมโครงการ เพราะจะเห็นผลประหยัดได้ทันที แต่หากบ้านใดใช้ไฟไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว ก็ยังสามารถติดตั้งเพื่อขายไฟสร้างรายได้เสริมได้เช่นกัน นอกจากนี้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการได้ด้วยเช่นกัน” นายพลพีร์ กล่าว
เล็งเปิดสิทธิ์เฟสแรก 1 พ.ย. 69
นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับการเปิดรับสมัครเบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยแบ่งเป้าหมายออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกนำร่อง 1 ล้านครัวเรือน วงเงินสนับสนุน 50,000 ล้านบาท และช่วงขยายผลอีก 5 แสนครัวเรือน วงเงิน 25,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านครัวเรือน ส่วนแหล่งเงินทุน รัฐบาลได้เตรียมมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อัตราดอกเบี้ยพิเศษประมาณ 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระราว 7 ปี
“แต่ละธนาคารจะมีแพ็กเกจจูงใจเฉพาะตัว เช่น ธอส. อาจมีวงเงินกู้เสริมหากต้องการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานหรือแบตเตอรี่เพิ่มเติม ที่สำคัญรายได้จากการขายไฟฟ้าในรูปแบบ Net Billing จะถูกส่งตรงไปหักลบค่างวดเงินกู้ติดตั้งแผงโซลาร์ก่อนเป็นลำดับแรก หากมีเงินส่วนต่างเหลือยังสามารถนำไปตัดชำระหนี้สินเดิมที่ค้างอยู่กับธนาคารได้อีกด้วย” นายพลพีร์ กล่าว
ตั้งเกณฑ์เวนเดอร์กันมิจฉาชีพ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ด้านเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการและมาตรฐานความปลอดภัย รัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์ผู้ค้า (Vendor Criteria) อย่างรัดกุม โดยผู้รับเหมาติดตั้งจะต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ทั้งด้านผลงาน มีวิศวกรวิชาชีพควบคุม และมีสถานะทางการเงินที่มั่นคง เพื่อขึ้นทะเบียนบัญชีรายชื่อผู้ค้า (Vendor List) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันปัญหางานติดตั้งด้อยคุณภาพหรือการหลอกลวงประชาชน ซึ่งประชาชนสามารถเลือกใช้บริการผ่านการไฟฟ้าหรือจัดซื้อตรงกับบริษัทเอกชนที่ผ่านการขึ้นทะเบียนได้
นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้จัดส่งเอกสารปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มี นายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของรายละเอียดและหลักเกณฑ์ทางเทคนิคทั้งหมด ก่อนรวบรวมเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อเคาะอนุมัติอย่างเป็นทางการต่อไป
นัดถกหักค่าขายไฟจ่ายไฟแนนซ์ตรง
นายพลพีร์ กล่าวว่า ในส่วนของรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าคืนนั้น จะใช้รูปแบบ Net Billing ตามเดิม อย่างไรก็ตาม ภายในเดือนนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะมีการหารือร่วมกันกับเพิ่มเติม เพื่อออกระเบียบรองรับทางกฎหมายให้การไฟฟ้าสามารถนำรายได้จากการรับซื้อไฟฟ้านี้ไปส่งต่อชำระค่างวดสินเชื่อ (ไฟแนนซ์) ที่ประชาชนกู้มาติดตั้งกับสถาบันการเงินได้โดยตรง
“ขณะนี้รูปแบบการขายไฟคืนเป็น Net Billing จากการหารือร่วมกับท่านเอกนัฏ อาจจะต้องมีการประชุม กพช. เพิ่มเติม เพราะตอนนี้มติ กพช. ยังไม่ได้อนุญาตผมที่ซื้อคืนแล้วให้ผมไปจ่ายไฟแนนซ์ ก็คือไปชำระหนี้ธนาคารให้เลย ก็อาจจะต้องมีการประชุม กกพ. กพช. ภายในเดือนนี้” นายพลพีร์ กล่าว