ไทยเที่ยวไทยพลัส 5 แสนสิทธิ ลุ้น ก.ย. รัฐอุดหนุนสูงสุดคนละ 3 พัน

ไทยเที่ยวไทยพลัส 5 แสนสิทธิ ลุ้น ก.ย. อุดหนุนสูงสุดคนละ 3 พัน ‘สุรศักดิ์’ของบ 2.4พันล. ‘นิธี’ ชูนิวทัวริซึมทรงคุณค่า คลังปลื้มออมพลัสเกลี้ยง
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) เปิดเผยว่า กก.มีแผนหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอใช้งบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคธุรกิจจากวิกฤต แทนการรอใช้งบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อจัดทำโครงการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทย รวมถึงตลาดคนไทยเที่ยวไทยด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 3 โครงการหลัก ซึ่งจะใช้วงเงินงบรวม 2.45 พันล้านบาท เร่งดำเนินการให้ทันในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) นี้ หรือภายในเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป
นายสุรศักดิ์ กล่าวถึง 3 โครงการ ว่า ประกอบด้วย 1.โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เป็นโครงการร่วมจ่าย (โคเพย์เมนต์) เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ จำนวน 500,000 สิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 3,000 บาท ใช้งบ 1,750 ล้านบาท 2.โครงการ Fly Thai All the Feelings งบ 200 ล้านบาท เพื่อมอบส่วนลดค่าโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศ และ 3.โครงการ Thailand Air Connect งบ 500 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ทั้งเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flights) และการร่วมทำการตลาดกับสายการบินพาณิชย์ (co-marketing) คาดการณ์ว่า ทั้ง 3 โครงการจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 56,000 ล้านบาท
“หากต้องรอใช้งบกลางของปี 2570 เพื่อดำเนินมาตรการเหล่านี้ ระยะเวลาอาจเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) แล้ว ทำให้พลาดโอกาสที่จะกระตุ้นตลาดในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม ถือว่ายังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นอยู่” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในขณะนี้ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและสายการบินได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตในตะวันออกกลางและวิกฤตราคาพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น โดยทั้ง 3 โครงการได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ด้านการท่องเที่ยว เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งกก.จะหารือเพื่อสรุปรายละเอียดด้านงบร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสัปดาห์ถัดไป ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และหากมาตรการระยะแรกประสบความสำเร็จ กก.มีแผนจะออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะที่ 2 ในช่วงโลว์ซีซั่นครั้งถัดไป
ด้านนายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 เป็นต้นไป ททท.วางตำแหน่งของภาคการท่องเที่ยวไทย ในการเดินหน้าสู่การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ทรงคุณค่ามากขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าจุดแข็งสำคัญที่ทำให้การท่องเที่ยวใหม่ของไทยโดดเด่นกว่าคู่แข่ง คือ ความหลากหลายที่ผสมผสานอย่างลงตัว (Variety & Blend) ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์ได้ทุกรูปแบบที่ต้องการ ยกตัวอย่าง อาหาร สามารถหาได้ตั้งแต่อาหารริมทาง (Street Food) ไปจนถึงประสบการณ์หรูหรา (Fine Dining) ควบคู่ไปกับอัธยาศัยไมตรีที่อบอุ่นของคนไทย ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ทำให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวเลือกกลับมาซ้ำอย่างต่อเนื่อง
นายนิธี กล่าวว่า ททท.ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะเดินทางเข้ามาเยี่ยมเยือนประเทศไทย ซึ่งทำมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ผ่านหลายโครงการ โดยเฉพาะโครงการทรัสเต็ด ไทยแลนด์ (Trusted Thailand) เป็นการให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน อาทิ การติดตั้งกล้อง CCTV ในแหล่งท่องเที่ยว การพัฒนาทักษะด้านภาษาของบุคลากรที่ต้องสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน หรือภาษาที่สาม ควบคู่ไปกับการยกระดับการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) โดยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดระบบขนส่งเชื่อมโยงจากที่พักไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้ไร้รอยต่อ เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่สนุกและประทับใจ
วันเดียวกัน นายเอกนิติ เปิดเผยถึงการเปิดขายพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสวันแรกว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เกี่ยวกับข้อมูลการเปิดจำหน่ายล็อตแรกผ่านแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ถูกจำหน่ายหมดลงภายในเวลาเพียง 21 วินาที ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในรอบแรก กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายรอบถัดไปในวันที่ 3–5 สิงหาคมนี้ วงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท จัดสรรในรูปแบบ Small Lot First ผ่าน Bond Connect Platform เพื่อกระจายสิทธิให้ผู้ลงทุนรายย่อยอย่างทั่วถึง และจะทยอยเปิดจำหน่ายเป็นประจำทุกเดือน