Cover Image

สว.สำรอง ยื่นศาลฎีกา ขอให้เรียกพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. 427 ราย มาตรวจสอบ หลังกกต. ฟ้องเพียง 77 ราย

กลุ่ม สว.สำรอง ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้เรียกพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ทั้ง 427 รายมาตรวจสอบ สงสัย กกต. ตัดฟ้อง 77 ราย อาจนำเกณฑ์พิสูจน์คดีอาญามาใช้ผิดบริบท 

วันที่ 16 กันยายน 2569 กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรอง เดินทางมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเลือก สว. พ.ศ. 2567 อย่างครบถ้วน โปร่งใส และเป็นธรรม ยืนยันว่าการเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนามากดดันการพิจารณาของศาล หรือกล่าวหาตัดสินบุคคลใด แต่เป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพียง 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย ซึ่งอยู่ในสำนวนสืบสวนที่มีเอกสารมากถึง 75,722 หน้า ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากออกจากสำนวน ว่าได้มีการพิจารณาพยานหลักฐานและเครือข่ายความเชื่อมโยงต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่

สว.สำรองจึงขอให้ศาลฎีกาช่วยตรวจสอบว่า กกต. ได้นำมาตรฐานการพิสูจน์ความผิดทางอาญามาใช้ผิดบริบทหรือไม่ เนื่องจากตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีหลักฐานถึงขั้นปราศจากข้อสงสัยเหมือนคดีอาญา แต่กำหนดไว้เพียงเมื่อมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต. ก็มีหน้าที่ต้องนำเรื่องส่งให้ศาลฎีกาวินิจฉัยทันที ซึ่งแนวทางคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่ผ่านมา ได้เปิดรับฟังทั้งพยานแวดล้อม ข้อมูลการติดต่อ พฤติกรรมการลงคะแนน และเครือข่ายความเชื่อมโยง โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะหลักฐานการจ่ายเงินโดยตรงเท่านั้น

ในฐานะผู้สมัครที่เข้าร่วมกระบวนการอย่างสุจริต หากปล่อยให้ผลการเลือก สว. เกิดจากการจัดตั้ง การสมยอม การแลกเปลี่ยนคะแนน หรือการควบคุมการลงคะแนนอย่างเป็นระบบ โดยไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างถูกต้อง ย่อมเป็นการลดทอนสิทธิของผู้สมัครที่สุจริต และบิดเบือนเจตจำนงของรัฐธรรมนูญ

วันนี้เราจึงขอให้ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณารับคำร้อง และใช้อำนาจตามกฎหมาย เรียกสำนวนการสืบสวนและไต่สวน รายงานความเห็นของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับ บุคคลทั้ง 427 ราย มาตรวจสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้

พล.ต.ท.คำรบ ยืนยันว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ ไม่ใช่การต่อสู้ เพื่อให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ดำรงตำแหน่งแทนผู้อื่น แต่เป็นการต่อสู้เพื่อหลักการที่ว่า สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้ใช้อำนาจสำคัญตามรัฐธรรมนูญต้องมีที่มา ที่ประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้ว่า เป็นโดยสุจริตเที่ยงธรรมพวกเราเคารพความเป็นอิสระของศาล และพร้อมยอมรับคำวินิจฉัย ตามกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่พวกเราร้องขอ มีเพียงประการเดียว คือ อย่าให้พยานหลักฐานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องส่วนหนึ่ง ส่วนใด ถูกตัดออกจากการตรวจสอบ ก่อนที่ศาลจะได้พิจารณา ข้อเท็จจริง อย่างครบถ้วน

Back To Top