Cover Image

"ดาวโจนส์" พุ่งกว่า 400 จุด รับ Bond Yield ร่วง หลังจ้างงานต่ำคาด หนุนเฟดคงดอกเบี้ย ต.ค.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นมากกว่า 400 จุดในวันนี้ (2 ต.ค.2569) หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หรือ Bond Yield ปรับตัวลดลง ภายหลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าคาด ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ต.ค.

ณ เวลา 20.48 น. ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 51,380.03 จุด เพิ่มขึ้น 453.47 จุด หรือ 0.89%

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ลดลงมาอยู่ที่ 5.570% หลังจากก่อนหน้านี้พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2545 ส่วน Bond Yield อายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 5.180% ขณะที่อายุ 2 ปี ซึ่งมักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับแนวโน้มนโยบายดอกเบี้ยของ Fed ลดลงมาอยู่ที่ 4.730%

แรงซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐเกิดขึ้นหลังนักลงทุนลดความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 83.9% ที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับ 35.8% เมื่อสัปดาห์ก่อน

ในทางกลับกัน ตลาดให้น้ำหนักเพียง 16.1% ที่ Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในเดือน ต.ค. ลดลงจาก 64.2% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับปัจจัยสำคัญที่หนุนมุมมองดังกล่าว มาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร หรือ Nonfarm Payrolls เดือน ก.ย. ที่เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 89,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.2% สูงกว่าคาดที่ 4.1%

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังปรับลดตัวเลขการจ้างงานเดือน ส.ค. เหลือเพิ่มขึ้น 133,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่รายงาน 162,000 ตำแหน่ง โดยภาคเอกชนเพิ่มการจ้างงาน 46,000 ตำแหน่ง ขณะที่ภาครัฐลดการจ้างงาน 17,000 ตำแหน่ง

ด้านค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าคาดที่ 3.2% และเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำกว่าคาดที่ 0.3% สะท้อนแรงกดดันด้านค่าจ้างที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ Fed ใช้ประกอบการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่วนอัตราการเข้าสู่ตลาดแรงงานของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 61.8%

Back to top button

Back To Top