Cover Image

คนรุ่นใหม่ฮิตโทนภาพวินเทจ มี 40% เป็นครีเอเตอร์ พกกล้องคอมแพค-Vlog ติดกระเป๋า - Marketeer Online


การถ่ายภาพและการบันทึกวิดีโอ เป็นกิจกรรมที่อยู่คู่กับไลฟ์สไตล์การเดินทางและการสื่อสารของผู้คนมาอย่างยาวนาน 

คุณชิตชัย เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บิ๊กคาเมร่า (BIG Camera) เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับตลาดกล้องดิจิทัลในช่วงโค้งสุดท้าย ปี 2569 ว่านับตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่ตลาดกลับมาคึกคักที่สุดของปี

เดิมที ตลาดกล้องดิจิทัลถูกขับเคลื่อนด้วยกล้องเปลี่ยนเลนส์เป็นหลัก ทั้งในรูปแบบ DSLR และ Mirrorless ซึ่งเน้นจุดขายของการเป็นกล้องตัวเดียวที่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพนิ่งหรือการผลิตคอนเทนต์ทั่วไป

ตลาดกล้องดิจิทัลในอดีตจึงผูกพันอยู่กับโมเดลยอดนิยมเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถสร้างยอดขายระดับมวลชนได้อย่างมหาศาล โดยมีค่ายหลักสัญชาติญี่ปุ่นเป็นผู้นำตลาด

ทว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน การพัฒนาของสมาร์ทโฟนและวิถีชีวิตของผู้บริโภคในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยุคของกล้องตัวเดียวครองตลาดสิ้นสุดลง ประกอบกับกระแสกล้องฟิล์มและกล้องใช้แล้วทิ้งที่เคยบูมเมื่อ 2-3 ปีก่อนเริ่มแผ่วลงจากปัญหาหาร้านล้างฟิล์มยากและต้นทุนค่าฟิล์มรวมค่าล้างที่พุ่งสูงถึงม้วนละ 400-500 บาท 

ขณะที่กล้องทอย หรือกล้องสุ่มราคาพันกว่าบาทก็เป็นเพียงกระแสแฟชั่นระยะสั้นที่ความนิยมเริ่มลดลง

แต่ถึงกระนั้น ตลาดกล้องดิจิทัลกลับไม่ได้หดตัวหายไปตามกาลเวลา กลับกันได้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่เน้นถ่ายภาพนิ่ง สู่ยุคแห่งการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่วิดีโอขึ้นแท่นเป็นหัวใจหลัก 

พร้อมแตกแขนงออกเป็นเซกเมนต์เฉพาะทางตามจริตของแต่ละกลุ่ม จนสลัดภาพจำของอุปกรณ์ไอทีแบบเดิม ๆ กลายเป็นไลฟ์สไตล์ไอเทมและเครื่องประดับคู่กายที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานอย่างเต็มตัว 

อีกทั้งการเลือกซื้อกล้องดิจิทัลกลายเป็นการสะท้อนรสนิยมความต้องการคุณภาพไฟล์ระดับสูงจากเซนเซอร์ขนาดใหญ่ มิติภาพความตื้นลึกที่แท้จริง การถ่ายในที่แสงน้อย อารมณ์การกดชัตเตอร์ และภาพที่เป็นธรรมชาติไม่หลอกตาจากระบบ AI ของสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องพกพาอุปกรณ์เสริมเลนส์มือถือที่ยุ่งยากและมีราคาสูง

โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งกลุ่มเยาวชนยุคดิจิทัลและกลุ่มคนวัยทำงานตอนต้น ที่หันมาพกพากล้องติดตัวในชีวิตประจำวัน เพราะหลงใหลในดีไซน์แบบย้อนยุคแต่เรียบง่าย ระบบฟิลเตอร์สีสำเร็จรูปที่แต่งภาพจบได้ทันทีหลังกดชัตเตอร์ และโทนภาพสไตล์วินเทจชวนให้นึกถึงกล้องฟิล์ม ซึ่งแม้ความคมชัดจะไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์อันแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร

อีกทั้งคนรุ่นใหม่มากกว่า 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ยังก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพครีเอเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นในฐานะอาชีพหลักหรืออาชีพเสริม ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจครีเอเตอร์บนโลกดิจิทัลในไทย ที่มีผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์รวมกันสูงถึงหลักล้านคน และมีมูลค่าตลาดพุ่งทะยานสูงตั้งแต่ 1.25 หมื่นล้านบาท ไปจนถึง 4.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ในกลุ่มลูกค้ามืออาชีพและองค์กร ยังคงมองว่ากล้องระดับโปรและอุปกรณ์ถ่ายภาพเชิงพาณิชย์คือเครื่องมือสำคัญในการทำงานโปรดักชัน รวมถึงการจัดเซ็ตอุปกรณ์ไลฟ์สตรีมสำหรับโรงเรียนและหน่วยงานต่าง ๆ

ส่งผลให้ตลาดกล้องดิจิทัลกลายเป็นสมรภูมิที่อิงกับฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างชัดเจน โดยจะพุ่งสู่จุดสูงสุดในไตรมาสที่ 4 ก่อนที่ยอดขายจะลดลงราว 30% ในไตรมาสที่ 1 แล้วฟื้นตัวสั้น ๆ ในเดือนเมษายนช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ และเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นที่ซบเซาที่สุดในฤดูฝนและช่วงเปิดเทอม

ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มีผลกระทบต่อตลาดกล้องดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากปัญหาราคาน้ำมันแพงที่กดดันกำลังซื้อ เหตุการณ์อุทกภัยที่กระทบต่อการเดินห้างของผู้บริโภค

หากมองภาพรวม มูลค่าตลาดกล้องดิจิทัลในประเทศไทยในปัจจุบัน ตลาดจึงไม่ได้ขยายตัวแบบก้าวกระโดด แต่เกิดจากการสลับสัดส่วนการซื้อข้ามเซกเมนต์ ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ผลประกอบการของร้านค้าปลีกยังคงทรงตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มส่งสัญญาณความคึกคักในช่วงครึ่งปีหลัง จากอานิสงส์ของการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวและการทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ตั้งแต่เดือนสิงหาคมและกันยายน 

โดยผู้เล่นหลักอย่าง ‘บิ๊ก คาเมร่า’ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของยอดขายในไตรมาสที่ 4 ไว้ที่ 10% เพื่อผลักดันให้ภาพรวมทั้งปีเติบโตได้ตามเป้าหมาย 10% ที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนชิปที่ถูกดึงไปใช้ในระบบ AI และ Data Center เริ่มส่งสัญญาณให้ต่างประเทศปรับราคากล้องขึ้น 

ซึ่งแม้ในปีนี้แบรนด์ในไทยจะยังช่วยพยุงราคาไว้ แต่ในปีหน้ามีแนวโน้มที่แบรนด์ใหญ่อย่าง Sony และ Canon อาจปรับราคาขึ้นในบางโมเดล หรือเปิดตัวรุ่นใหม่ด้วยฐานราคาที่สูงขึ้นตามต้นทุน

แต่หลายคนเลือกที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายด้วยการใช้โปรโมชันผ่อนชำระบ้างบางส่วน และสินค้ากล้องไม่มีระบบล็อกเครื่องระยะไกล จึงไม่สามารถปล่อยสินเชื่อแบบไม่ใช้บัตรได้เหมือนสมาร์ทโฟน 

ขณะที่ตลาดกล้องมือสองยังคงเป็นเพียงกลุ่มเฉพาะที่มีปริมาณสินค้าไม่มากและไม่กระทบต่อยอดขายกล้องมือหนึ่งเมื่อมีรุ่นใหม่ราคาประหยัดออกมาทดแทน

โดยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ทิศทางการปรับตัวของผู้เล่นในตลาดกล้องดิจิทัล จากเดิมที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกล้องเปลี่ยนเลนส์ระดับเริ่มต้นเป็นหลัก 

ปัจจุบันค่ายใหญ่อย่าง Canon และ Sony หันไปเน้นเพิ่มเทคโนโลยีในระดับไฮเอนด์ ราคาตั้งแต่ 60,000-70,000 บาท ไปจนถึงเกือบแสนและแสนกว่าบาทเพื่อเจาะกลุ่มมืออาชีพ 

หรือแบรนด์ OM System ในระดับราคา 30,000 กว่าบาท ก็หันมาสร้างนวัตกรรมสินค้าที่ตอบโจทย์สายคอนเทนต์และพกพาสะดวกมากขึ้น อย่างเช่น การรุกตลาดด้วย กล้องกิมบอล, กล้องแอคชั่น และ กล้อง 360 องศาที่ปรับเลนส์เป็นแอคชั่นแคมปกติได้ ในระดับราคาต่ำกว่า 20,000-25,000 บาท 

ทั้งแบรนด์ Insta360 อย่างรุ่น Ace Pro ซึ่งเข้ามาครองใจกลุ่ม Vlogger และแย่งส่วนแบ่งกล้อง Vlog ราคาต่ำกว่า 20,000-30,000 บาทของค่ายญี่ปุ่นดั้งเดิม

การดึงเอกลักษณ์ความวินเทจมาเจาะตลาดกล้องคอมแพคราคาประหยัด อย่างแบรนด์ Kodak ที่มีราคาตั้งแต่ 2,900 บาท ไปจนถึง 7,900 บาท โดยมีรุ่นราคา 3,900 บาท ที่พลิกจอเซลฟี่ได้และให้โทนภาพฟิล์มเป็นรุ่นขายดีที่สุด ซึ่งไม่เพียงได้รับความนิยมในไทย แต่ยังสามารถตีตลาดในประเทศญี่ปุ่นควบคู่ไปกับกล้องซีรีส์พ็อกเกตจากจีนได้เป็นอย่างดี

รวมถึงการปรับตัวของกล้องโพลารอยด์ผู้นำตลาดอย่าง Fujifilm Instax จากระบบแอนะล็อกราคา 2,000 กว่าบาท ถึง 5,000-6,000 บาท สู่ระบบไฮบริดที่ถ่ายเป็นไฟล์ดิจิทัลแล้วเลือกพิมพ์ภาพได้

ตลอดจนการขยับตัวของแบรนด์ใหญ่อย่าง Canon และ Sony ที่เล็งเห็นช่องว่างตลาดคอมแพคราคาต่ำกว่า 20,000 บาท โดย Canon เตรียมเปิดตัวไลน์อัปกล้องคอมแพคระดับราคาหมื่นต้น ๆ ในปีหน้าเพื่อกลับมาชิงส่วนแบ่งตลาดระดับ กลุ่มผู้ใช้งานเริ่มต้นคืน ควบคู่ไปกับโจทย์การผสานซอฟต์แวร์และ AI เข้ากับฮาร์ดแวร์เซนเซอร์ขนาดใหญ่เพื่อให้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการแข่งขันด้านนวัตกรรมและเซกเมนต์สินค้า ไม่เพียงแต่ช่วยเติมเต็มช่องว่างตลาดแมสที่เคยขาดหายไป แต่ยังเป็นการดึงดูดให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนและอดีตคนเล่นกล้องฟิล์มตัดสินใจหันมาซื้อกล้องดิจิทัลพกพาได้ง่ายขึ้น

ส่วนโครงสร้างผู้เล่นในตลาดค้าปลีกกล้องปัจจุบันเหลือผู้เล่นหลักอยู่ไม่กี่ราย

ตั้งแต่ร้านค้าปลีกกล้องอย่าง Fotofile หรือ World Camera ที่ปรับทิศทางไปเน้นการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก

ไปจนถึงผู้นำตลาดศูนย์รวมกล้องดิจิทัลครบวงจรอย่าง บิ๊กคาเมร่า ที่ชูการเป็นพื้นที่ให้คนรักการถ่ายภาพและครีเอเตอร์ได้เข้ามาค้นหา ทดลอง และพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างครบวงจร

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังกระตุ้นตลาดส่งท้ายปีด้วยการอัดแคมเปญใหญ่ ‘BIG Camera Big Bonus 2026’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ภายใต้คอนเซปต์ ซื้อกล้องที่ใช่ แล้วออกไปถ่ายโลกให้ไกลกว่าเดิม 

ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายของ บิ๊กคาเมร่า ยังคงยึดหน้าร้านออฟไลน์เป็นหัวใจหลัก ด้วยเครือข่ายกว่า 150 สาขาทั่วประเทศ พ่วงด้วยการบริหารสาขาแฟรนไชส์ของ AIS อีก 20 สาขา 

โดยใช้วิธีทยอยปิดสาขาในไฮเปอร์มาร์เก็ตที่ไม่ทำกำไร แล้วปรับโฉมย้ายไปเปิดร้านขนาดใหญ่ในศูนย์การค้าหลักประจำจังหวัดอย่างเซ็นทรัลหรือโรบินสันเพิ่มขึ้นปีละ 3-4 แห่ง เพื่อให้สอดคล้องกับระดับราคาสินค้าที่สูงขึ้น

พื้นที่ศูนย์การค้าและหน้าร้านออฟไลน์ กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญเนื่องจากสัดส่วนยอดขายออนไลน์ของบริษัทอยู่ที่เพียงไม่เกิน 8% เพราะกล้องเป็นสินค้าราคาสูงที่มีฟังก์ชันซับซ้อน ลูกค้าจึงต้องการเข้ามาสัมผัสเครื่องจริง รับคำแนะนำจากสเปเชียลิสต์

รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเวิร์กชอป หมุนเวียนสลับแบรนด์เป็นประจำทุกสัปดาห์เพื่อสอนการใช้งานกล้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการใช้งบการตลาดร่วมกับแบรนด์พันธมิตรดึงอินฟลูเอนเซอร์มารีวิวเจาะกลุ่มเป้าหมายสายไลฟ์สไตล์

ตลาดกล้องดิจิทัลในประเทศไทยในปัจจุบัน จึงไม่ได้เป็นเพียงการขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับถ่ายภาพแบบดั้งเดิมอีกต่อไป 

แต่ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ของเหล่าครีเอเตอร์ ด้วยกลยุทธ์การแยกเซกเมนต์สินค้าที่ตอบโจทย์เฉพาะตัวและการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านคอมมูนิตี้

สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความแตกต่างและยกระดับมูลค่าเพิ่ม ทำให้วงการกล้องดิจิทัลสามารถปลุกบรรยากาศการจับจ่ายในช่วงไฮซีซั่น สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ และต่อยอดรายได้ให้กับผู้ประกอบการเติบโตได้ตามเป้าหมายท่ามกลางยุคสมัยที่เปลี่ยนไป


Back To Top