Cover Image

'ศุภจี' เตรียมชงไม้เด็ด 'ข้าวแกงไทยช่วยไทย' หั่นราคาเหลือ 40 เพิ่มทางเลือกผู้มีรายได้น้อย

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.17 น.

กระทรวงพาณิชย์เตรียมออกมาตรการช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยและมนุษย์เงินเดือนที่ต้องพึ่งพาอาหารตามสั่งและข้าวแกงในชีวิตประจำวัน ผ่านโครงการ "ข้าวแกงไทยช่วยไทย" เปิดให้ร้านอาหารสมัครใจเข้าร่วมจำหน่ายเมนูราคาประหยัด โดยรัฐสนับสนุนต้นทุนบางส่วน พร้อมเร่งจัดทำรายละเอียดเสนอคณะรัฐมนตรี หวังเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนก.ค.​นี้ โดยกำหนดระยะนำร่องเบื้องต้น 3 เดือน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมการค้าภายในกำลังจัดทำรายละเอียดโครงการ "ข้าวแกงไทยช่วยไทย" โดยมีเป้าหมายช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อยและมนุษย์เงินเดือน ผ่านการเปิดให้ร้านอาหารและร้านค้าที่อยู่ในระบบ "ไทยช่วยไทยพลัส" สมัครใจเข้าร่วมจำหน่ายเมนูอาหารราคาประหยัดเป็นทางเลือกให้ประชาชน


โครงการดังกล่าวจะต่อยอดจาก "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งมีร้านค้าและร้านอาหารในระบบกว่า 200,000 ร้านทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยจะเปิดให้ร้านค้าและร้านอาหารที่อยู่ในระบบสมัครใจเข้าร่วมโครงการ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนต้นทุนบางส่วนจากภาครัฐ แลกกับการจำหน่ายเมนูอาหารในราคาที่กำหนดตามเงื่อนไขของโครงการ โดยไม่ใช้มาตรการบังคับลดราคา

นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ไม่มีนโยบายเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาด แต่จะใช้มาตรการสนับสนุนเพื่อสร้างทางเลือกให้ประชาชนเข้าถึงอาหารในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการดูแลให้เกิดความเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เบื้องต้นมีแนวคิดให้เมนูอาหารในโครงการมีราคาอยู่ในระดับประมาณ 40 บาท เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุป เนื่องจากต้องพิจารณาความเหมาะสมของต้นทุนวัตถุดิบ ประเภทเมนู จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม วงเงินสนับสนุน และรายละเอียดของโครงการ

ทั้งนี้ รายละเอียดของโครงการ ทั้งประเภทเมนู ราคาอาหาร จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม วงเงินสนับสนุน และแหล่งงบประมาณ ยังอยู่ระหว่างจัดทำเพื่อเสนอ ครม. พิจารณา โดยเบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนจากงบกลางหรือพระราชบัญญัติเงินกู้ และจะเลือกแนวทางที่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ รายละเอียดของโครงการอาจมีการปรับจากกรอบแนวคิดเบื้องต้นตามผลการพิจารณาของ ครม.

นางศุภจี กล่าวถึงข้อสงสัยที่ว่า แม้ราคาน้ำมันโลกจะเริ่มปรับลดลงและแรงกดดันด้านต้นทุนบางส่วนเริ่มคลี่คลาย แต่เหตุใดราคาอาหารตามสั่งและข้าวแกงยังไม่ปรับลดลง โดยระบุ​ว่า ผู้ประกอบการยังมีต้นทุนด้านอื่นที่ต้องแบกรับ ทั้งค่าเช่า ค่าแรง ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊สหุงต้ม และราคาวัตถุดิบบางรายการ ซึ่งไม่ได้ปรับลดลงพร้อมกับราคาพลังงาน จึงต้องพิจารณาต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่อ้างอิงเฉพาะราคาน้ำมันเพียงปัจจัยเดียว ดังนั้น​ราคาอาหารจึงอาจไม่สามารถ​ปรับลดลงตามราคาน้ำมันได้ทันที

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงพาณิชย์จึงเลือกใช้แนวทางสนับสนุนร้านอาหารที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ แทนการกำหนดหรือบังคับให้ลดราคา เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน และไม่บิดเบือนกลไกตลาด

หากครม.​ เห็นชอบ คาดว่า​ จะเริ่มดำเนินโครงการได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้นอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนประเมินสถานการณ์ค่าครองชีพ ต้นทุนสินค้า และภาวะเศรษฐกิจอีกครั้ง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมว่า​ จะดำเนินโครงการต่อ ขยายระยะเวลา ปรับรูปแบบ หรือยุติโครงการตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คอนเทนต์ไทยบุกเวียดนาม ปิดดีลเจรจาธุรกิจได้กว่า 275 ล้าน

สนค.ชี้พลังงาน-ค่าขนส่ง ดันดัชนีราคาผู้ผลิต มิ.ย.พุ่ง 7.2%

ดัชนีราคาผู้ผลิตมิ.ย.69 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ตามทิศทางราคาพลังงานที่ปรับลดลง

ดัชนี CCI มิ.ย.พุ่งแตะ 50.2 แรงหนุนไทยช่วยไทยพลัส-ท่องเที่ยว

พาณิชย์จับมือวัฒนธรรม! ‘ขับเคลื่อน พ.ร.บ.ชาติพันธุ์’ ไฟเขียวแผนยุทธศาสตร์ปี 69–70

พาณิชย์เปิดโครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA”

Back To Top