Cover Image

“อ.ต.ก.” อดีตตลาดสดอันดับ 4 ของโลก ที่วันนี้กำลังวิกฤตหนัก เสี่ยงเหลือแค่ชื่อไว้เป็นตำนาน - Marketeer Online


ครั้งหนึ่ง “ตลาด อ.ต.ก.” เคยเป็นหน้าเป็นตาให้กับประเทศไทย ได้รับการยกย่องจากต่างชาติว่าเป็นตลาดสดดีที่สุดอันดับ 4 ของโลก

เป็นการจัดอันดับของสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง CNN ที่ยกย่องในเรื่องความสะอาด บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยสินค้าชั้นดี

แต่ในวันนี้ ตลาดที่เคยได้รับการยกย่องจากต่างชาติกำลังเผชิญความไม่แน่นอนครั้งใหญ่ที่อาจทำให้ชื่อของ อ.ต.ก. กลายเป็นเพียงตำนาน

ตลาด อ.ต.ก. ตั้งอยู่ใกล้กับตลาดนัดจตุจักร ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2517 จัดตั้งโดยองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

จุดประสงค์ในตอนนั้น คือ เกษตรกรไทยมักถูกพ่อค้าคนกลางกดราคา ผลผลิตดีๆ ไปไม่ถึงมือผู้บริโภคในราคาที่เป็นธรรม

รัฐจึงต้องการสร้าง “ตัวกลาง” ที่นำของสดคุณภาพดีจากเกษตรกรโดยตรง มาขายให้คนเมืองในราคาที่เหมาะสม โดยตัดพ่อค้าคนกลางที่ไม่จำเป็นออกไป

จากจุดเริ่มต้นนั้น อ.ต.ก. ค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นตลาดสดที่มีชื่อเสียง

ในปี 2560 สำนักข่าว CNN จัดอันดับ 10 ตลาดสดที่ดีที่สุดในโลก โดยยกให้ อ.ต.ก. ติดอันดับ 4

เป็นรองแค่ตลาด “ลา โบเกเรีย” ของสเปน ตลาดปลา “สึกิจิ” ของญี่ปุ่น และตลาด “ยูเนียน สแควร์” ของนิวยอร์ก

เหตุผลที่ให้ไว้คือ อ.ต.ก. เด่นเรื่องความสะอาด แสงไฟสว่าง และความหลากหลายของสินค้า ทั้งผักผลไม้ อาหารสด ขนมหวาน และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ภาพจำของ อ.ต.ก. จึงเป็นที่รู้จักในฐานะ “ตลาดสดพรีเมียม” มีทั้งคนไทยที่ไปจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำ อีกทั้งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ด้วย

แต่เกิดอะไรขึ้น ทำไมตลาดที่เคยอยู่จุดสูงสุดถึงเริ่มตกต่ำลงได้?

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับ อ.ต.ก. ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์เดียว แต่เป็นหลายปัญหาที่สะสมมานานหลายปี

ปัจจัยแรกคือ “ค่าเช่าที่ดินพุ่ง” เพราะที่ดินตรงนั้นไม่ใช่ของหน่วยงาน อ.ต.ก. แต่เป็นการเช่ามาจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

มีเงื่อนไขว่า ค่าเช่าจะปรับขึ้นทุกปี ปีละ 5% ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการตลาดสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัจจัยต่อมาคือ “ผู้เช่าแผงน้อยลง” เพราะความไม่แน่นอนของสัญญาเช่าที่ดินที่กำลังจะหมดอายุในปี 2570

ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเริ่มลังเล บางรายเลือกไม่ต่อสัญญา หรือย้ายไปหาแผงในตลาดอื่นที่ดูมั่นคงกว่า

รายได้ของ อ.ต.ก. จึงลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับต้นทุนค่าเช่าที่มีแต่ปรับขึ้น

ขณะเดียวกันยังมีเรื่องการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากภายนอก

ทุกวันนี้คู่แข่งที่เป็นตลาดสดวางตัวเป็นแบบพรีเมียมของเอกชนมีเกิดขึ้นมากมายทั่วกรุงเทพฯ ชูจุดเด่นเรื่องบรรยากาศดูสะอาดตา มีของให้เลือกเยอะ และสะดวกสบาย

เช่นในห้างสรรพสินค้าก็มี Gourmet Market หรือ Tops มาเป็นทางเลือก 

นอกห้างก็มีตลาดที่อยู่ใกล้กันอย่าง “ตลาดบองมาร์เช่” หรือมีตัวอย่างเป็นตลาดดังอย่าง “ตลาดสดธนบุรี” 

ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือกมากขึ้น และตลาดเหล่านี้ก็ดึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงไปได้ไม่น้อย

และอีกปัจจัยคือ บทบาท “ตัวกลาง” ที่กำลังไม่จำเป็นเหมือนเดิม

เพราะจุดประสงค์ของการตั้ง อ.ต.ก. คือเป็นตัวกลางนำของดีจากเกษตรกรมาสู่คนเมือง

แต่ในยุคนี้ “เกษตรกร” และ “ผู้บริโภค” สามารถเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย

เช่น ชาวสวนสามารถไลฟ์สด หรือเปิดเพจขายผลไม้เกรดพรีเมียมส่งตรงถึงบ้านลูกค้าได้ โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกแล้ว

บทบาทของ อ.ต.ก. จึงค่อยๆ ลดความสำคัญลง พร้อมกับการแข่งขันจากตลาดอื่นที่เพิ่มเข้ามา

ที่ผ่านมา อ.ต.ก. ก็พยายามปรับตัวและหารายได้จากช่องทางอื่นมาทดแทน

เช่น ทำข้อตกลงจัดส่งวัตถุดิบอาหารให้กับเรือนจำทั่วประเทศ และส่งวัตถุดิบให้กับหน่วยงานของรัฐอื่นๆ

แต่รายได้ส่วนนี้ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทดแทนส่วนหลักที่ลดน้อยลงไป

ขณะเดียวกัน เรื่องสัญญาเช่าที่ดินก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเหลืออายุอีกแค่ 1 ปีเท่านั้น

อ.ต.ก. เคยพยายามเจรจาขอลดค่าเช่ากับการรถไฟฯ มาแล้วหลายรอบ แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้

และยังมีเรื่องสถานการณ์ทางการเงินเข้ามาอีก

จากการพิจารณางบประมาณแผ่นดินปี 2570 ในชั้นกรรมาธิการ มีการเปิดเผยสถานะการเงินของ อ.ต.ก. ที่น่าตกใจ

ผลขาดทุนสะสมต่อเนื่องรวมกว่า 1,400 ล้านบาท มีหนี้สินรวมสูงถึงประมาณ 9,500 ล้านบาท ในขณะที่ทรัพย์สินรวมอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท

ในโลกธุรกิจ หากเป็นบริษัทเอกชนทั่วไปที่มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ก็อาจต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย หรือยุติกิจการไปแล้ว

แต่ด้วยสถานะเป็นของรัฐวิสาหกิจ ทำให้ อ.ต.ก. ยังคงดำเนินกิจการอยู่ได้ด้วยงบอุดหนุนจากภาครัฐ

หลายสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ยังไม่มีความชัดเจนว่าอนาคตของตลาด อ.ต.ก. จะเป็นอย่างไร

ตลาดที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องจากต่างชาติว่าดีที่สุดอันดับ 4 ของโลก จะรอดพ้นวิกฤตและกลับมายืนหยัดได้อีกครั้งได้อย่างไร หรือจะเหลือไว้เพียงตำนานเท่านั้น


Back To Top