น้ำท่วมเสี่ยงฉุดผลิต–ส่งออก กระทบธุรกิจ 4,523 แห่ง เสียหาย 2.1 พันล้าน
วันนี้ (14 ต.ค.2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุทกภัยตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย.2569 กำลังสร้างแรงกดดันต่อภาคการผลิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยข้อมูลกระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 5 ต.ค.2569 พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,523 ราย ใน 55 จังหวัด มีมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 2,137 ล้านบาท
ประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย ผู้ประกอบการ SMEs 4,113 ราย และวิสาหกิจชุมชน 94 ราย ทั้งนี้ ความเสียหายยังอาจขยายตัว ผ่านกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักและข้อจำกัดในการผลิต การขนส่ง และการส่งมอบสินค้า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์
โดยผลกระทบสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสถานประกอบการที่ถูกน้ำท่วม แต่ยังลามไปถึงโรงงานที่พึ่งพาวัตถุดิบ และชิ้นส่วนจากพื้นที่ประสบภัย ทำให้เสี่ยงเกิดภาวะคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน กรณีโรงงานโตโยต้าที่ไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบจากซัพพลายเออร์บางรายที่ส่งชิ้นส่วนไม่ได้ตามปกติ
ปัญหาน้ำท่วมอาจทำให้กำลังการผลิตลดลง แม้โรงงานปลายทางยังดำเนินงานได้ตามปกติ ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีความเสี่ยงสูง เพราะการขาดชิ้นส่วนสำคัญเพียง 3–4 รายการ อาจทำให้สายการผลิตต้องหยุดลง
น้ำท่วมเสี่ยงฉุดผลิต–ส่งออก กระทบธุรกิจ 4,523 แห่ง เสียหาย 2.1 พันล้าน
ผอ.สนค. กล่าวต่อว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตา ได้แก่ ปริมาณการผลิตที่ลดลง คำสั่งซื้อและการส่งมอบสินค้าที่ล่าช้า ต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทาง ตลอดจนความเสี่ยงต่อรายได้และสภาพคล่องของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีเงินทุนสำรองจำกัด หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบแผนการผลิตในไตรมาสสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของการเร่งผลิตและส่งมอบสินค้า รวมถึงอาจกระทบความสามารถในการส่งออก หากไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามกำหนด
สนค.ประเมินว่า หากระดับน้ำลดลงในระยะสั้น เส้นทางขนส่งกลับมาใช้การได้ และซัพพลายเออร์สามารถส่งวัตถุดิบและชิ้นส่วนได้ตามปกติ ผู้ประกอบการบางส่วนยังมีโอกาสเร่งกำลังการผลิตเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหาย แต่หากเครื่องจักรเสียหาย แรงงานไม่สามารถกลับเข้าทำงาน หรือการจัดหาชิ้นส่วนยังติดขัด การฟื้นตัวอาจล่าช้าและเพิ่มต้นทุนให้ภาคธุรกิจต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องประเมินผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เฉพาะมูลค่าความเสียหาย ณ จุดเกิดเหตุ
น้ำท่วมเสี่ยงฉุดผลิต–ส่งออก กระทบธุรกิจ 4,523 แห่ง เสียหาย 2.1 พันล้าน
กระทรวงพาณิชย์ใช้กลไก Single Command ประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานผู้ผลิตและผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกบริหารสต๊อก เพิ่มรอบกระจายสินค้า และปรับเส้นทางขนส่ง เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าขาดตลาดและลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินกิจการได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สนค.แนะนำให้ภาคธุรกิจเร่งตรวจสอบซัพพลายเออร์และวัตถุดิบ ที่มีความสำคัญต่อสายการผลิต จัดหาแหล่งวัตถุดิบและเส้นทางขนส่งสำรอง พร้อมบริหารสต๊อกและแผนส่งมอบสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ส่วน SMEs ควรเร่งประเมินความเสียหาย ซ่อมแซมเครื่องจักร และวางแผนสภาพคล่องเพื่อรองรับช่วงฟื้นฟูกิจการ
ขณะที่ภาครัฐควรติดตามจุดเสี่ยง ที่อาจทำให้การผลิตหยุดชะงักและประสานแก้ไขอย่างตรงจุด เพื่อจำกัดความเสียหายทางเศรษฐกิจ รักษาความต่อเนื่องของการผลิตและการค้า และลดผลกระทบต่อการส่งออก
อ่านข่าว:
FTA ไทย-EU เดินหน้าใกล้จบ เหลือถกเปิดตลาด-ประเด็นอ่อนไหว
กกร.จี้รัฐยกเครื่องรับมือน้ำท่วม ดึงเอกชนนั่ง กนช.เร่งฟื้นกิจกรรมเศรษฐกิจ
จี้แก้คอขวด Air Cargo สุวรรณภูมิ หอการค้าฯ หวั่นกระทบส่งออก