ตัวเลขไม่นิ่ง! ผลโหวต 4 ร่าง พ.ร.บ. สภาฯ ยันข้อมูลหลังปิดรับฟังไม่นับรวม
วันนี้ (15 ต.ค.2569) จากกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 4 ฉบับ ซึ่งเสนอเปลี่ยนแหล่งที่มาของรายได้จากเงินภาษีสุราและยาสูบเป็นงบประมาณรายจ่ายของรัฐ ครอบคลุม 3 กองทุน 1 องค์การ ได้แก่ ไทยพีบีเอส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ และกองทุนผู้สูงอายุ สิ้นสุดลงเมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 14 ต.ค. 2569 โดยเปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 4 ฉบับ ตั้งแต่ 30 ก.ย.2569
อย่างไรก็ตาม ภายหลังปิดรับฟังความคิดเห็น พบว่าตัวเลขผลการแสดงความคิดเห็นที่รายงานเมื่อเที่ยงคืนกับข้อมูลที่ตรวจสอบอีกครั้งในเวลาประมาณ 09.30 น. วันที่ 15 ต.ค. มีความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะกรณีไทยพีบีเอส ซึ่งมีจำนวนผู้แสดงความคิดเห็นและสัดส่วนความเห็นแตกต่างจากข้อมูล ณ เวลาปิดรับฟัง
จากข้อมูล ณ เวลา 24.00 น. ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... มียอดเข้าชม 300,824 คน มีผู้แสดงความคิดเห็น 124,593 คน โดยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมาย 72.42% และเห็นด้วย 27.18% ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ.....มีผู้ไม่เห็นด้วย 67.88% เห็นด้วย 31.84% ร่าง พ.ร.บ.กองทุนผู้สูงอายุ ไม่เห็นด้วย 73.12% เห็นด้วย 26.65% และร่าง พ.ร.บ.กองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไม่เห็นด้วย 89.47% เห็นด้วย 9.33%
แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งในเวลาประมาณ 09.30 น. พบว่า ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส มีผู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเป็น 131,798 คน โดยไม่เห็นด้วย 68.58% และเห็นด้วย 31.05% ส่วนร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ มีผู้แสดงความคิดเห็น 15,557 คน ไม่เห็นด้วย 67.89% เห็นด้วย 31.83% ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ มีผู้แสดงความคิดเห็น 17,343 คน ไม่เห็นด้วย 73.13% เห็นด้วย 26.64% และร่าง พ.ร.บ.กองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีผู้แสดงความคิดเห็น 85,842 คน ไม่เห็นด้วย 89.43% เห็นด้วย 9.36%
ผลรับฟังความเห็นแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ เปลี่ยนที่มารายได้ไม่นิ่ง
ขณะที่ในเวลา 12.00 น. ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส มียอดเข้าชม 333,887 คน แสดงความเห็น 131,834 คน มีคนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างกฎหมาย 68.58% เห็นด้วย 31.04%
ร่าง พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย มียอดเข้าชม 25,904 คน แสดงความเห็น 15,557 คน ไม่เห็นด้วย 67.89% เห็นด้วย 31.83%
ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ มียอดเข้าชม 29,360 คน แสดงความเห็น 17,343 คน ไม่เห็นด้วย 73.13% เห็นด้วย 26.64%
ร่าง พ.ร.บ.กองทุน สสส. มียอดเข้าชม 120,059 คน แสดงความเห็น 85,895 คนไม่เห็นด้วย 89.43% เห็นด้วย 9.36%
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสังเกตเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของข้อมูลภายหลังสิ้นสุดระยะเวลารับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะกรณีไทยพีบีเอส ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตผ่านโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ระหว่างเวลา 08.01–08.16 น. ของวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งพ้นกำหนดปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว จำนวนผู้แสดงความคิดเห็นยังเพิ่มขึ้นอีก 441 คน ก่อนที่ตัวเลขจะเริ่มนิ่งในช่วงประมาณ 09.19 น. โดยสัดส่วนความเห็นอยู่ที่เห็นด้วย 31.05% และไม่เห็นด้วย 68.57%
นอกจากความเปลี่ยนแปลงหลังปิดรับฟังแล้ว ข้อมูลการแสดงความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสระหว่างวันที่ 3–14 ต.ค. ยังมีประเด็นที่น่าจับตา โดยมีข้อสังเกตว่าจำนวนผู้ไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้เห็นด้วยซึ่งก่อนหน้านี้ค่อนข้างทรงตัว กลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงบ่ายของวันที่ 13 ต.ค. เป็นต้นมา
ในช่วงประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 13 ต.ค. สัดส่วนผู้เห็นด้วยเริ่มเพิ่มขึ้น และเมื่อถึงเวลาประมาณ 20.00 น. จำนวนผู้โหวตเห็นด้วยเพิ่มขึ้นอีกราว 2,000 คะแนน
ขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น พบว่า ระหว่างวันที่ 3–12 ต.ค. มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเฉลี่ยประมาณ 5,000 คนต่อวัน แต่ในช่วง 2 วันสุดท้าย จำนวนผู้แสดงความคิดเห็นทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 12,000 คนต่อวัน หรือมากกว่าช่วงก่อนหน้าเกือบเท่าตัว ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า ผู้คนเข้ามาโหวตในช่วงวันท้าย ๆ ก่อนปิดโหวต และอาจจะเป็นผู้ที่ได้รับข่าวสารอย่างเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย
เลขาฯ สภาฯ คาดไม่ถึง ปชช.แห่แสดงความคิดเห็น
ล่าสุด นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 4 ฉบับ ซึ่งกำหนดระยะเวลารับฟังความคิดเห็น 15 วัน และได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยภายหลังสิ้นสุดระยะเวลารับฟังความคิดเห็นเมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 14 ต.ค.2569 แต่ยังพบว่า มีประชาชนสามารถส่งความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์
นายศิโรจน์ กล่าวว่า ตามปกติเมื่อครบกำหนดระยะเวลารับฟังความคิดเห็น ระบบเว็บไซต์จะแสดงสถานะปิดรับฟังความคิดเห็น และปิดช่องทางแสดงความคิดเห็น จากนั้นเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสรุปผลความคิดเห็นที่ได้รับภายในระยะเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการตั้งค่าระบบ โดยแบบฟอร์มเปิดรับฟังความคิดเห็นและส่วนที่ใช้ส่งความคิดเห็นมีการตั้งค่าแยกจากกัน ทำให้แบบฟอร์มยังสามารถส่งความคิดเห็นได้ แม้จะพ้นกำหนดเวลาปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่า การตั้งค่าระบบดังกล่าวไม่ได้ขยายระยะเวลารับฟังความคิดเห็น โดยความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาหลังเวลา 24.00 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดรับฟังอย่างเป็นทางการ จะถูกแยกออกจากข้อมูลที่ได้รับภายในกำหนดเวลา และไม่นำมารวมในการสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้
"ซึ่งในทางปฏิบัติจะปิดระบบในเวลาเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่จะดูผลว่าเวลาปัจจุบันมียอดเท่าไหร่ โดยในวันที่ 15 ต.ค. ร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส มียอดเข้าชมประมาณ 320,000 คน และผู้แสดงความคิดเห็นประมาณ 130,000 คน แต่จากข้อมูลหลังเที่ยงคืนแล้วยอดผู้ เข้าชม 300,700 คน และมีผู้แสดงความคิดเห็น 124,000 คน ดังนั้นในส่วนที่เกินหลังเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่จะคัตออฟความคิดเห็นที่ส่งมาภายหลังเที่ยงคืนหลังปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วออก จะไม่นำมารวมอยู่ในขั้นตอนกระบวนการรับฟังความคิดเห็น"
หลังเที่ยงคืนจะตัด ระบบจะเพิ่มมามากน้อยแค่ไหนจะไม่นำมารับฟัง ถือว่าเกิดระยะเวลาที่กำหนด ต้องยอมรับว่า ร่าง พ.ร..บ.ไทยพีบีเอส มีประชาชนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมากหลังเที่ยงคืน เท่าที่ดูเกือบ 20,000 คน
ทั้งนี้ สำนักงานจะปรับปรุงการตั้งค่าระบบให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันในอนาคต พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นที่ส่งเข้ามาภายในระยะเวลาที่กำหนดอย่างถูกต้อง
นายศิโรจน์ กล่าวต่อว่า ภายหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบและรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน ก่อนจัดทำรายงานสรุปผลเพื่อนำไปประกอบร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ และใช้เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในสัปดาห์หน้า และจะเผยแพร่รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ต่อไป เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้
อ่านข่าว :
ปิดรับฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับ พบคนไม่เห็นด้วยเกินครึ่ง - Thai PBS เสียงค้านกว่า 70%
สภาฯ ปิดฟังความเห็นร่าง พ.ร.บ.Thai PBS เสียงค้านพุ่ง 77%
"ไทยพีบีเอส" โต้ สตง. ไม่เปิดช่องแจงก่อนสรุปผลตรวจ