Cover Image

บันทึกหน้า 4

ยังถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่ของประเทศชาติ.. หนำซ้ำยังมีพฤติกรรมที่เลวร้ายจนประวัติศาสตร์ต้องจารึกด้วยความน่ารังเกียจถึงขนาดปล่อยให้บริวารและพวกพ้องฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาวิกฤตข้าวยากหมากแพง... เสแสร้งแกล้งรักชาติเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่กลับมีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน... มีพฤติกรรมสับปลับ หลอกลวง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่เคารพต่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งผลให้สังคมไทยเป็นยุคสมัยที่คนชั่วได้ดี..." โหมโรงยังขนาดนี้ ของจริงจะขนาดไหนต้องรอดูปลายเดือน เอาเป็นว่าองครักษ์ทั้งหลายนั่งไม่ติดลุกประท้วงกันวุ่น

๐ ถึงรู้กันดีว่าไม่มีทางจะคว่ำ "รัฐบาลอนุทิน" ร่วงในสภาได้ก็ตาม ในเมื่อรัฐบาลมีเสียงท่วมท้น 292 พลัส เติมได้อีกจากพรรคฝ่ายคอยพร้อมเสียบ อย่าง "กล้าธรรม" 58 เสียง และ 1 งูเห่าส้มอุดรฯ ขณะที่่ฝ่ายค้านเวลานี้เหลือเพียง 148 เสียง คือ ปชน. 119 ปชป. 21 ไทรวมพลัง 6 เสรีรวมไทย 1 ไทยภักดี 1 แต่ที่สำคัญกว่านั้นขึ้นอยู่กับมือชำแหละของ ปชน. - ปชป. จะงัดข้อมูลหลักฐานเปิดแผลรัฐมนตรีน้ำเงินทั้งโหลครึ่งให้สังคมคล้อยตามได้แค่ไหน รวมทั้งส่งใบเสร็จให้ ป.ป.ช. เช็กบิลต่อ แม้ผู้นำฝ่ายค้าน "ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" บอกว่าไม่ได้พุ่งเป้าคดีโกง สว. แต่มีถึง 10 รมต. ที่อยู่ในสำนวนคดีฮั้ว สว. ของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ที่ มติ กกต. ตีตกสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ถูกลากขึ้นเขียง รอดแค่สอง "แนน บุณย์ธิดา สมชัย" รมช.ดีอี กับ "ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์" รมช.คมนาคม แต่หลายคนในสิบรายนี้ ยังโดนข้อหาอื่นพ่วงด้วย ลาก 18 รัฐมนตรี ขึ้นเขียงเที่ยวนี้น่าจะมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ทีแรกเดาไม่ถูกเลยว่าต้องใช้เวลากี่วันถึงจะอภิปรายหมด นึกว่าจะทุบสถิติเดิมยุครัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่อภิปรายยาวนานที่สุด 8 วัน 7 คืน จนถูกเรียกว่า "มหกรรม 7 วัน" ระหว่างวันที่ 19-26 พ.ค.2490 ภายใต้การนำของ "ควง อภัยวงศ์" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านในขณะนั้น แต่ "สาทิตย์ วงศ์หนองเตย" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอประธานโสภณแค่ 5 วัน คราวนี้ต้องรอคำตอบรัฐบาลจะเซย์เยสมั้ย

๐ ฟังหูไว้หู! งานนี้ต้องใช้วิจารณญาณ ดรามากระหึ่ม หลัง "นายกฯ ควบ มท.1" ซัดเดือดกลางวงประชุม ปภ. ถึงพฤติกรรมเกียร์ว่างของ "เสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ" นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จนอธิบดีกรมการปกครองต้องสั่งเด้งออกพ้นพื้นที่ ก่อนจะมีกระแสโซเชียลตามมาพร้อมกับเสียงชาวบ้านที่เห็นต่างราวกับหนังคนละม้วน โดยเฉพาะกังขาประเด็นที่อดีตผู้ว่าฯ ปราจีน ทิ้งทวนทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครองให้ย้ายในวันสุดท้ายของอายุราชการ ร้อนถึง มท.2 "พลพีร์ สุวรรณฉวี" ออกโรงเคลียร์ไม่เกี่ยวการเมือง ชี้เหรียญมีสองด้าน "ผมเข้าใจว่าที่นายอำเภอบ้านสร้างเป็นผู้ที่ทำโซเชียลมีเดียได้ดี ประชาชนจะเห็นวิธีการปฏิบัติหน้าที่ในสื่อออนไลน์ แต่ในเชิงการปฏิบัติหน้าที่หน้างาน การสื่อสาร หรือการสนองนโยบาย ไม่ได้เป็นไปตามโซเชียลมีเดีย ซึ่งผู้ว่าฯ ณ วันนั้น และรองผู้ว่าฯ มีความคิดเห็นเดียวกันอยากให้นายอำเภอออกจากพื้นที่ก่อน จะเอาปลัดอำเภอเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน" คล้ายกันกับอดีตผู้ว่าฯ ปราจีน ปัดกลั่นแกล้ง ยันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านและข้าราชการ พร้อมแฉยับ "ขาดภาวะผู้นำ และการประสานงาน ทั้งที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง 4 ปี แต่ไม่สามารถทำงานร่วมกับผู้นำท้องถิ่น และเพื่อนร่วมงานได้ แถมยังใช้อารมณ์ คำพูดไม่เหมาะสม และใช้วาจาตะเพิดผู้ใต้บังคับบัญชา แม้ภายนอกจะเห็นภาพนายอำเภอบ้านสร้างทำงานดี เนื่องจากมีการถ่ายทำคอนเทนต์ลงโซเชียล และมีคนถือกล้องเดินตามตลอดเวลา แต่ในการปฏิบัติงานจริงกลับพบปัญหาสำคัญหลายด้าน" ก่อนตบท้ายให้ไปถามผู้นำท้องถิ่นได้เลย.

ลี้คิมฮวง

Back To Top