Cover Image

บันทึกหน้า 4

แต่ยังเป็นถึงนายกรัฐมนตรีที่มีบทบาทในการกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้นถ้าหากยังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าก็น่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะเป็นการช่วยกัน" เชื่อขนมกินได้ ฝ่ายค้านโดยเฉพาะ ปชน. เดินหน้าเก็บข้อมูลรวบรวมหลักฐานใช้เป็นหนึ่งในเรื่องหลักอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินแน่ ลับมีดรอชำแหละ 2 เด้ง ทั้งในฐานะนายกฯ และ มท.1 ถึงนายกฯ หนูบอกว่าจบแล้ว ดูท่าฝ่ายค้านคงไม่ยอมง่ายๆ ในส่วนของข้าราชการและคนนอก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จัดการไป แต่ระดับนักการเมือง คงต้องรอดูบนเวทีซักฟอก

๐ น้ำเงินนอนมา! สำนักงาน กกต. สรุปปิดรับสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.อุดรธานี เขต 3 ไปแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มี 3 ราย เช้าชิง หมายเลข 1 "ขจิตร ชัยนิคม" พรรคประชาธิปไตยใหม่ หมายเลข 2 "อธิการ แก้วเครือศรี" พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 3 "คำผัน จันทจร" พรรคเพื่อบ้านเมือง ย้อนไปดูผลการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 นายหรั่ง ธุระพล ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเสียชีวิต 20 ก.ค.2569 ชนะด้วยคะแนนเสียง 33,013 คะแนน อันดันสอง นายสมัคร บุญปก จากพรรคเพื่อไทย ได้ 27,342 คะแนน ส่วนนายอริยะฤทธิ์ สุสุวรรณสิริ จากพรรคประชาชนตามมาเป็นลำดับสาม 12,181 คะแนน ขณะที่อันดับถัดไปคะแนนแค่หลักพันและหลักร้อย ทำให้ทีแรกมองว่าจะมีการขับเคี่ยวระหว่าง 3 พรรคใหญ่ แต่ที่ไหนได้หายจ้อย ทั้งที่วาระที่เหลืออยู่ได้ถึง 3 ปีครึ่ง กลายเป็นพรรคจิ๋วกับพรรคที่ตั้งได้ไม่ถึงปีส่งคนลงชิงชัย ในส่วนของพรรคแดง ไม่ค่อยแปลกใจ เพราะเวลานี้อยู่ร่วมรัฐบาลด้วยกัน โดยมารยาทพรรคร่วมจะหลีกทางให้เจ้าของที่นั่งเดิม ต่างจากพรรคส้มที่เป็นแกนนำฝ่ายค้าน กลับยกธงขาวดื้อๆ อ้างเหตุผลว่าอดีตผู้สมัครมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แถมยังมีหน้าบอกให้คนอุดร Vote No ถ้าผู้สมัครพรรคอื่นไม่ถูกใจ พิลึกดี! พรรคที่อวดอ้างเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ ซึ่งปกติใช้กระแสพรรคในการหาเสียง โดยไม่ยึดติดกับผู้สมัคร แค่จะหาใครสักคนมาลงแทนไม่ได้เชียวหรือ ดูแล้วไม่กล้าชนซะมากกว่า จริงมั้ย "หัวหน้าเท้ง"

ศึกสนามเมืองหลวงเสื้อแดงที่จะชี้ชะตาในวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.นี้ ถึงแม้เพื่อไทยจะหลบฉาก แต่ผู้สมัครประชาธิปไตยใหม่ ก็เป็นคนเคยแดง "ขจิตร ชัยนิคม" อยู่กับเพื่อแม้วมายาวนานตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปลายปี 68 เป็น สส.ในนามของ พท. ถึง 4 สมัย คือ ปี 2552 สส.มหาสารคาม เขต 1 ลงเลือกตั้งซ่อมชนะ ต่อมาโดนใบเหลือง จากนั้นเลือกตั้งปี 2554 และ 2562 ได้เป็น สส.อุดรธานี กระทั่งเลือกตั้งปี 2566 ขยับขึ้น สส.บัญชีรายชื่อ ก่อนหน้านั้น เคยสังกัดพรรคความหวังใหม่ เป็น สส.อุดรธานี มาแล้ว 3 สมัย ในการเลือกตั้งปี 2535 ปี 2538 และปี 2539 ทว่าศึกครั้งนี้ในวัย 75 ปี ต้องท้าสู้กับลูกเขยนายหรั่งที่อายุ 47 ปี เปรียบภาษามวย เป็นรองทุกประตู แทบไม่มีลุ้นด้วยซ้ำ เจ้าตัวก็รู้ดีแต่อาจจะเผื่อฟลุก ชูสโลแกน "ต้านระบอบสีน้ำเงิน" หวังเก็บตกเสียงสาวกแดงบวกส้ม รวมถึงคะแนนกลุ่มที่ไม่เอาน้ำเงิน ก็ไม่รู้จะปลุกได้เท่าไหร่ เอาเป็นว่าอย่างน้อยเวลานี้มีเพื่อน สส.เพื่อไทยรุ่นใหญ่คนหนึ่งเชียร์ "อดิศร เพียงเกษ" ร่ายกลอนช่วยหาเสียงให้กลายๆ "ขจิตร เป็นปากเสียง ในสภา ประสบการณ์ ผ่านมา ไว้ใจได้ ครบเครื่อง การเมือง สภาไทย เลือก ขจิตร ไว้รับใช้ ชาวอุดร… ผมกับขจิตร ชัยนิคม คือเพื่อนกัน ชาวอุดร โปรดสนับสนุน ด้วยครับ".

ลี้คิมฮวง

Back To Top