Cover Image

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.69 กลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้า คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 33.60 - 33.90 เกาะติดตอ.กลาง : อินโฟเควสท์

ค่าเงินบาท [USDTHBX] ปิดตลาดที่ระดับ 33.69 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.83 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.69 – 33.84 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทกลับมาแข็งค่า ตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ย่อลงมา

นักบริหารเงิน ระบุว่า ในช่วงสุดสัปดาห์ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อ หากสถานการณ์มีความตึงเครียดมากขึ้น มีโอกาสที่เงินบาทอ่อนค่าต่อได้

นักบริหารเงิน คาดว่า วันจันทร์หน้าเงินบาทอยู่ในกรอบ 33.60 – 33.90 บาท/ดอลลาร์

* ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 163.75 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 163.92 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1380 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1380 ดอลลาร์/ยูโร

– ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด (+0.20%) มูลค่าการซื้อขาย 89,284.96 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 3,347.22 ล้านบาท

– นายกฯ ขอรอรายงานผลเจรจาฉบับเต็ม หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าไทย 12.5% ตั้งเป้าแก้ปมแรงงานภาคบังคับก่อนอุทธรณ์รอบใหม่

– สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ติดตามมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยในอัตรา 12.5% จากอัตราภาษีปกติ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 แทนมาตรการภาษีชั่วคราวอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ซึ่งสิ้นสุดลงในวันเดียวกัน

– นายกฯ เดินหน้าดึงลงทุนต่อเนื่อง ‘มิตซูบิชิ มอเตอร์ส’ ทุ่มอีก 1.6 หมื่นลบ. ขยายฐานผลิต EV ในไทยถึงปี 73

– นายกฯ ยัน รัฐบาลมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงเร่งขับเคลื่อนภารกิจเดินหน้าสร้างผลงานเต็มที่

– GCAP GOLD มองเฟดเปลี่ยนเกมนโยบายการเงิน หันลดงบดุลแทนขึ้นดอกเบี้ย อาจกดดันดอลลาร์และเปิดโอกาสทองคำฟื้นตัวรอบใหม่ ด้านฝ่ายวิจัยประเมิน สัญญาณทางเทคนิคเริ่มฟื้นตัว แม้ว่าในระยะสั้นจะยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นเทรนด์ขาขึ้น แต่ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนเชิงบวก

– สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดือนมิ.ย. 2569 ยังเผชิญแรงกดดันจากภาคส่งออก ทำให้ยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ปรับลดลง จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้า และการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าจีน เป็นเหตุให้ปรับลดเป้าผลิตลงเหลือ 1.45 ล้านคัน จาก 1.5 ล้านคัน โดยเป็นการปรับลดการผลิตเพื่อส่งออกลง

– สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 69 จะขยายตัวที่ 2.5% (ช่วงคาดการณ์ที่ 2.0 -3.0%) ปรับขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อน 1.6% โดยมีปัจจัยบวกจากอุปสงค์นอกประเทศเป็นสำคัญ โดยคาดว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าจะขยายตัวที่ 12.5% ปรับขึ้นจากการประมาณการครั้งก่อนที่ 6.2% โดยการส่งออกสินค้าขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง

– สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนมิ.ย. 69 พบว่า การส่งออก มีมูลค่า 34,655.9 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 20.8% จากเดือนเดียวกันปีก่อน (ตลาดคาดราว 13.7-15.2%) โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24

– บรรดาประเทศในเอเชียแสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีศุลกากรครั้งใหม่จาก 60 ประเทศทั่วโลก และอ้างว่าเป็นการลงโทษประเทศเหล่านี้ที่ปล่อยให้มีการใช้แรงงานบังคับ โดยประเทศคู่ค้าในเอเชียมองว่าสหรัฐฯ ตั้งข้อกล่าวหานี้โดยปราศจากหลักฐานอ้างอิงและไม่มีเหตุผลรองรับ

– กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ไทย จีน ญี่ปุ่น และประเทศคู่ค้ารายใหญ่อีก 7 ประเทศ ยังคงถูกจัดอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) เพื่อจับตาดูว่ามีพฤติกรรมการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่

– สำนักงานศุลกากรจีน เปิดเผยว่า จีนนำเข้าทองคำจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับ 173 ตันในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2567 และเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเดือนที่สาม ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการทองคำในตลาดจีนซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ยังคงมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

Back To Top