Cover Image

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.63/65 แกว่งแคบ-ไร้ปัจจัยใหม่ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.50-33.70 : อินโฟเควสท์

เงินบาท [USDTHB.X] ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.63/65 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 33.59 บาท/ดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ประมาณ 33.59-33.65 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทยังไร้ปัจจัยใหม่ และเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค

ในภาพรวม ตลาดรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 28 ต.ค. นี้เป็นหลัก

นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50-33.70 บาท/ดอลลาร์

*ปัจจัยสำคัญ

– เงินเยน อยู่ที่ระดับ 158.00 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 158.50 เยน/ดอลลาร์

– เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1210 ดอลลาร์/ยูโร ทรงตัวในระดับเดียวกันจากช่วงเช้า

– ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,554.94 จุด ลดลง 16.78 จุด (-1.07%) โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 60,719.43 ล้านบาท

– สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 116.92 ล้านบาท (SET+MAI)

– ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาด ประชุมกนง. 2 นัดส่งท้ายปี เดือน ต.ค. และ ธ.ค. 69 มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% หลังเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับควบคุมได้ ส่วนทิศทางดอกเบี้ยปี 70 ยังเผชิญความไม่แน่นอนสูง ตามราคาพลังงานโลก ภาวะเศรษฐกิจไทย และนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก

– คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพิ่มเติม จำนวน 10,508 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 จำนวน 1.48 ล้านครัวเรือน โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณ และจ่ายเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารออมสิน

– ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้แสดงความคาดหวังในวันจันทร์ (19 ต.ค.) เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการจัดประชุมร่วม 3 ฝ่ายว่าด้วยการ “ปลดอาวุธนิวเคลียร์” ร่วมกับปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน และปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ที่ประเทศจีนในเดือนพ.ย.

– ธนาคารกลางจีน มีมติคงอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 3.5% ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด โดยธนาคารกลางกำลังประเมินสถานการณ์ระหว่างความจำเป็นในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับแรงกดดันที่มีต่อความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคาร

– รองผู้อำนวยการกรมกิจการเศรษฐกิจมหภาค ของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (NDRC) เปิดเผยว่า NDRC กำลังจัดทำแผนปฏิบัติการตามยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศสำหรับช่วงปี 69-73 พร้อมเร่งผลักดันการประกาศและนำแผนดังกล่าวไปใช้

– นักวิเคราะห์หลายราย มองว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) กำลังเผชิญกับแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพรุ่งนี้ (21 ต.ค.) เนื่องจากคำเตือนของ MSCI ที่จะปรับลดสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ได้จุดชนวนให้เกิดการเทขายในตลาดหุ้น และสกุลเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซีย

– ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะมีการรายงานในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย เดือนก.ย., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต-ภาคบริการขั้นต้น เดือนต.ค., ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย เดือนต.ค.

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์

Back To Top