ผู้ก่อตั้งสวนสยามเปิดใจวิกฤตน้ำท่วม ประเมินฟื้นฟูเครื่องเล่นพุ่ง 300 ล้าน เสนอขายที่ดิน 220 ไร่ให้นายกฯ พร้อมผุดไอเดียตั๋วรายปีระดมทุนซ่อมแซม
วันนี้ (3 ตุลาคม) ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ วัย 90 ปี ผู้ก่อตั้งสวนสยาม เปิดเผยความรู้สึกต่อวิกฤตอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อสวนสนุก โดยแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจให้ประชาชนทั่วประเทศที่เดือดร้อนและสูญเสียที่อยู่อาศัย ซึ่งมองว่าเป็นความเดือดร้อนที่หนักหนากว่าวิกฤตของตนเองและบริษัทมาก สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสวนสยามนั้น ถือเป็นความเดือดร้อนส่วนบุคคลและบริษัทในเครือ ซึ่งพร้อมยอมรับสภาพและจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมถึงสถาบันการเงินในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อเพื่อนำมาฟื้นฟูกิจการ
กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในเชิงหยอกล้อว่า หากขายที่ดินสวนสยามได้คงจะรวยเพราะมีพื้นที่มาก ไชยวัฒน์ระบุว่าตนเข้าใจและไม่ได้รู้สึกน้อยใจ แต่สะท้อนให้เห็นว่าการทำธุรกิจเพื่อส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตัวมีความแตกต่างกัน พร้อมเสนอขายที่ดินสวนสยามเนื้อที่ประมาณ 220 ไร่ ในราคา 10,000 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าราคาประเมินตลาดที่สูงกว่า 20,000 ล้านบาท โดยมองว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่มีศักยภาพเหมาะสมที่จะซื้อเพื่อรักษาสถานที่พักผ่อนแห่งนี้ไว้ให้ประชาชนต่อไป หากสามารถขายได้จะนำเงินทั้งหมดไปชำระหนี้สินและจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานทุกคน
สำหรับการประเมินความเสียหายและการฟื้นฟูเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท แต่ปัญหาสำคัญคือเครื่องเล่นทุกประเภทนำเข้าจากยุโรป ซึ่งต้องผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากบริษัทผู้ผลิต หากให้ช่างในไทยดำเนินการเองจะหลุดจากการรับประกันทันที และหากต้องนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 300 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าที่บริษัทจะแบกรับไหว
ขณะนี้ทางบริษัทกำลังเจรจาขอให้ส่งหัวหน้าช่างมาเพียง 3-4 คน โดยสวนสยามจะดูแลค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและที่พักให้ทั้งหมดเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ จะมอบหมายให้นายกสมาคมสวนสนุกฯ ซึ่งเป็นบุตรชาย เดินทางไปเจรจากับผู้ผลิตในยุโรป หากการเจรจาเป็นผลสำเร็จและมีเงินทุนพร้อม คาดว่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการฟื้นฟู แต่หากต้องดำเนินการเองอาจยืดเยื้อถึง 6 เดือน
ส่วนผลกระทบต่อสัตว์ในโซนสวนป่ากว่า 10 ประเภท รวมกว่า 100 ตัว ทั้งเป็ด ไก่ ม้าแคระ แพะ และแกะ ได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา รับฝากดูแลชั่วคราว ขณะที่สัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น เนื้อทราย ลิงแสม และอีกัวน่า ทางองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะเป็นผู้รับไปดูแลต่อ
ด้านการดูแลพนักงานกว่า 500 ชีวิต บริษัทอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงแรงงานเพื่อขอความช่วยเหลือตามกฎหมายและมาตรการเยียวยา โดยยืนยันว่าจะดูแลพนักงานต่อไปในช่วง 3-6 เดือนนี้ พร้อมเร่งฟื้นฟูให้กลับมาเปิดบริการ แต่ยอมรับว่าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือสถาบันการเงิน อาจจำเป็นต้องปิดกิจการ
ไชยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองต่อสู้มาตลอดชีวิตไม่ได้ทำเพื่อหวังผลกำไร แต่ต้องการให้เด็กและคนไทยที่ไม่มีโอกาสไปต่างประเทศได้เที่ยวสวนสนุกระดับโลก แม้ผลประกอบการจะขาดทุนต่อเนื่องก็อาศัยรายได้จากการจัดสรรที่ดินมาอุดหนุน แต่ปัจจุบันที่ดินดังกล่าวถูกขายไปหมดแล้ว สำหรับแนวทางการกู้สถานการณ์ครั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่เปิดรับเงินบริจาคเพราะไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน แต่เตรียมเปิดจำหน่ายบัตรสมาชิกรายปีในราคาพิเศษเพียง 1,000 บาท เพื่อนำรายได้มาระดมทุนซ่อม
ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ศวิตา พูลเสถียร
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD