Cover Image

ทร. สรุปผลคัดเลือก "เรือฟริเกต" ชี้ไทยได้ประโยชน์เศรษฐกิจพุ่ง 300%

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2569 พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงว่า ขณะนี้กองทัพเรือได้ดำเนินการสรุปผลการพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการเสนอผลการพิจารณาตามลำดับชั้นเพื่อขออนุมัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กองทัพเรือมีความเข้าใจถึงความคาดหวังของสังคมที่ต้องการทราบผลการพิจารณาโดยเร็ว แต่เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายและระเบียบสารบรรณยังไม่เสร็จสิ้น จึงยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้ชนะหรือรายละเอียดข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายได้

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ได้รับการอนุมัติครบถ้วน กองทัพเรือมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกประเด็นแก่ประชาชน เพื่อความโปร่งใสและให้สังคมร่วมตรวจสอบได้บนพื้นฐานข้อเท็จจริง โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย

ยึดหลักการประเมินเชิงประจักษ์ ความต้องการทางยุทธการ

การพิจารณาคัดเลือกในครั้งนี้ กองทัพเรือยึดมั่นในหลักการพิจารณาบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Evaluation) อย่างเคร่งครัด โดยทำการประเมินจากเอกสารคุณสมบัติ ข้อมูลทางเทคนิค ข้อเสนอด้านราคา และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นไว้ภายในกรอบเวลาที่กำหนดเท่านั้น การประเมินทั้งหมดดำเนินไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ระบุในเอกสารประกวดราคา (TOR) ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการตอบสนองต่อความต้องการทางยุทธการของกองทัพเรือ (Staff Requirements) ที่ผ่านการวิเคราะห์ภารกิจ สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง และความจำเป็นในการปกป้องอธิปไตย คุ้มครองเส้นทางคมนาคมทางทะเล และรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว โดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผล และความเป็นไปได้ในการปฏิบัติตามข้อเสนอจริง

ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทย 7,000 ล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ 300%

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการจัดหาครั้งนี้ คือการใช้นโยบายการตอบแทนผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ (Offset Policy) เพื่อเปลี่ยนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ให้เป็นการสร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ

ข้อเสนอด้าน Offset ที่ผ่านการพิจารณา จะก่อให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย (Actual Value) ตลอดระยะเวลาโครงการมากกว่า 7,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของมูลค่าโครงการ ผ่านการจ้างงาน การจัดซื้อจากผู้ประกอบการไทย การพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร

ขณะเดียวกันยังได้มูลค่าผลประโยชน์ตอบแทนทางเศรษฐกิจ (Offset Credit Value) มากกว่าร้อยละ 150 ของมูลค่าโครงการ และเมื่อเม็ดเงินดังกล่าวหมุนเวียนในห่วงโซ่อุปทาน สวทช. ประเมินว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 50,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 300 ของมูลค่าโครงการ

ยึดหลัก "กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย"

โฆษกกองทัพเรือ เน้นย้ำว่า ทุกกระบวนการพิจารณาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและติดตามอย่างใกล้ชิดจากผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งเป็นตัวแทนจากองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ กองทัพเรือเชื่อมั่นว่าการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมสร้างกำลังรบในการป้องกันประเทศ แต่ยังเป็นการสร้างขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของไทยอย่างคุ้มค่าสูงสุด ตามแนวคิดที่ว่า "กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย"

อ่านข่าว :

สธ. เตรียมสอบวินัยผู้เกี่ยวข้อง รพ.อ่างทอง ชี้ "ผิดจริง" จัดเลี้ยงใน NICU

เอาใจช่วย “ลูกช้างป่า” พลัดหลงโขลงในพื้นที่ไทรโยค

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบน ฝนตกหนัก 60-70% เสี่ยงน้ำป่า-น้ำท่วมฉับพลัน

Back To Top