"ดาวฟิวเจอร์ส" ดิ่งกว่า 300 จุด หลังน้ำมันเฉียด 100 เหรียญ ดันเงินเฟ้อ ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ปรับตัวลงกว่า 300 จุดในวันนี้ (8 ก.ย.69) โดยถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน ซึ่งสร้างความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา
ณ เวลา 19.44 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลดลง 385 จุด หรือ 0.72% สู่ระดับ 53,055 จุด
ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดาในสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้กรณีที่แคนาดาปิดกั้นไม่ให้ธนาคารและบริษัทสหรัฐฯ เข้าดำเนินธุรกิจในประเทศ
ด้านเฟดเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน หรือ Blackout Period ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ระหว่างวันที่ 15-16 ก.ย.69 โดยกฎระเบียบห้ามเจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงินในช่วงดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ตลาดตีความว่าเป็นสัญญาณต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไป
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาแข็งแกร่ง ขณะที่ให้น้ำหนัก 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%
นอกจากนี้ นักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนส.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า Headline CPI จะเพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบรายปี เท่ากับเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน จาก 0.1% ในเดือนก.ค.
ส่วน Core CPI ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี ชะลอลงจาก 2.5% ในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน เท่ากับเดือนก่อนหน้า
Back to top button