3 โบรกฯ ชี้เป้า KKP สูงลิ่ว 130 บาท รับกำไร Q2 โตเกินคาด ค่าฟี-Dime! หนุนแกร่ง

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 2.12 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยถึง 21% และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 17% ปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้
ด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.56 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) รายได้ค่าธรรมเนียมจากตลาดทุน รวมถึงการเติบโตของแพลตฟอร์มการลงทุนดิจิทัล “Dime!”
ทั้งนี้ KSS ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ KKP ในปี 2569-2571 ขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% เป็น 8.04 พันล้านบาท 8.29 พันล้านบาท และ 8.51 พันล้านบาท ตามลำดับ พร้อมคงคำแนะนำซื้อและปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 130 บาท โดยคาดว่ากำไรปีนี้จะเติบโต 36% และคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่ 7.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.6%
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด หรือ Pi ระบุว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ของ KKP ขึ้น 10% เพื่อสะท้อนสมมติฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ดีขึ้น โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียมและเงินปันผล พร้อมคาดว่ากำไรปี 2569 จะเติบโต 34% และเติบโตต่อเนื่องอีก 2% ในปี 2570 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 12.1% พร้อมคาดการณ์เงินปันผลอยู่ที่ 7.50-7.66 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6.9-7.0%
นอกจากนี้ KKP จะเป็นหนึ่งในธนาคารที่ได้รับประโยชน์สูงสุด หากบรรยากาศการลงทุนในตลาดทุนไทยยังแข็งแกร่งต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่งสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หรือคิดเป็นประมาณ 15-20% ของรายได้จากการดำเนินงานทั้งหมด
ขณะที่ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ PST ระบุว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ KKP ไว้ที่ 7.50 พันล้านบาท หรือเติบโต 50.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และประเมินว่าจะเป็นธนาคารที่มีการเติบโตของกำไรสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของปีนี้ พร้อมปรับไปใช้ราคาเป้าหมายสำหรับปี 2570 ที่ 114 บาท ซึ่งยังมีส่วนเพิ่มจากราคาปัจจุบัน จึงยังคงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” สำหรับการลงทุนในระยะกลางถึงยาว
Back to top button