Cover Image

เปิด 3 ปมใหญ่ คำวินิจฉัยฉบับเต็ม ชี้ 'นพ.สรณ' พ้นปธ.กสทช. เปิดช่อง 90 วันร้องศาลปกครอง

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 ชี้ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือได้ว่าสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ออก คำวินิจฉัยที่ 1/2569 (ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ) กรณีการพิจารณาคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ กสทช. ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งเรื่องให้พิจารณา

สำหรับสาระสำคัญในคำวินิจฉัยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. ปฏิบัติหน้าที่แพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมงจริง ที่ประชุมวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์ว่า แม้ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ จะยื่นหนังสือแสดงหลักฐานการลาออกจากดำแหน่งรองดณบดี คณะแพทยศาสดร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2565 แต่จากการตรวจสอบเอกสารประกอบกับหนังสือชี้แจงของศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ เอง ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2565 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ยังคง ปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยมีสถานะเป็น “แพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมงเรื่อยมา” จนถึงวันก่อนหน้าที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตั้งเพียง 1 วัน

2. ชี้สถานะเข้าข่าย “ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ” เป็นลักษณะต้องห้าม คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์เห็นว่า การเป็นแพทย์คำตอบแทนรายชั่วโมงที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นส่วนงานของมหาวิทยาลัยมหิตล (หน่วยงานในกำกับของรัฐ) ย่อมอยู่ภายใต้การมอบหมายงาน การควบคุมดูแล และการจ่ายเงินค่าตอบแทนตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย จึงถึงถือเป็น “ลูกจ้าง” ของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเข่าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรรรดลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่ห้ามกรรมการ กสทช. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ ซึ่งเข้ายลักษณะณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่ห้ามกรรมการ กสทช. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงามรัฐ

3. ผลทางกฎหมายถือว่า “สละสิทธิ” มาตั้งแต่แรก เมื่อศาสตราจารย์คลีนิก นพ.สรณ ยังคงมีลักษณะต้องต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และไม่ได้เล็กประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด (ภายในวันที่ 11 มกราคม 2565) กฎหมายตามมาตรา 18 จึงบัญญัติให้ถือเป็นบทสันนิษฐานเด็ดขาดว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ “สละสิทธิ” ในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตั้งแต่ต้น คณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า  ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช.

ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ ระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุดตามกฎหมายในชั้นคณะกรรมการสรรหา ตามมาตรา 15/1 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ หาก ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยนี้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อ ศาลปกครอง ได้ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง

ขณะที่ องค์ประชุมคณะกรรมการสรรหา มีกรรมการลงนามในคำวินิจฉัย 4 ท่าน ได้แก่ นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล (ประธาน), นายนภดล เทพพิทักษ์, นายวิทัย รัตนากร และ นายวิษณุ วรัญญู (เลขานุการและโฆษก) ส่วน นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ งดลงนามเนื่องจากเคยแสดงเหตุผลโต้แย้งเรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมไว้ก่อนหน้า

Back To Top